ณัฐสิกานต์ หงษ์ทอง (กิ๊ก)
 
Marketing Manager
 
Sales & Marketing Support
 
เริ่มงานวันที่   17 JUN 2010   เป็นระยะเวลา 5 ปี 3 เดือน
 
 
 
Phase I
ตอนเรียนจบใหม่ๆ วางแผนชีวิตเอาไว้ว่า..จบมาต้องทำงานบริษัทใหญ่ๆ ชื่อดัง ได้แสดงความสามารถ ได้เป็นที่ยอมรับของใครหลายๆคน
มาวันหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์เรียกไปสัมภาษณ์จาก " TOPGUN " ในใจนึกสงสัยว่า เอ๊ะ! นี่มันบริษัทอะไรกันนะ คุ้นๆหูอยู่ว่าเป็นเว็บไซต์หางาน แต่ไม่ได้รู้จักอะไรมาก จำได้ว่าเคยเห็นโลโก้แว้บๆอยู่บนหลังรถตุ๊กๆ ตอนนั้นก็คิดไปว่า โอเค ลองมาดูหน่อยก็ได้ แต่คงไม่ทำหรอกนะเพราะว่ากำลังจะตอบรับเข้าทำงานที่ Exxon แถมเป็นโฮมออฟฟิศซะด้วย บริษัทไซส์เล็กขนาดนี้คงไม่ใช่ที่ที่เราจะก้าวเข้าไปแน่ๆ..พอวันสัมภาษณ์มาถึง ระหว่างนั่งรอกรอกเอกสาร ช่วงนั้นประมาณ 8.30 คนก็คึกคักมาก เพราะได้เวลามาถึง เสียงสดใสเจี๊ยวจ๊าว ก็แอบนึกในใจว่า เอ๊ะ คนที่นี่เป็นกันเองดีนะ แต่ละคนดูไม่ธรรมดาเลยแฮะ พอเข้าไปสัมภาษณ์ ต้องขึ้นลิฟท์ "บ้านมีลิฟท์?" ไม่ใช่เล่นๆนะที่นี่..เดินเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ มีโซฟาสีเขียวตัวใหญ่ดูนั่งสบาย มีภาพวาด ตกแต่งโทนสบายตา ก็นึกในใจอีกว่า "CEO ที่นี่ก็ดูไม่ธรรมดา ท่าทางจะสนใจในศิลปะ และมีความละเอียดอ่อนอยู่ในใจลึกๆ คนแบบนี้น่าจะเข้ากับเราได้" พอเริ่มสัมภาษณ์รู้สึกถึงความละเอียด และมุมมองของ CEO คิดว่าเป็นคนน่าสนใจ และหาไม่ได้ง่ายๆ ทำให้เราแอบ "ชะงัก" ในใจเล็กๆ เพราะสิ่งที่คิดมากับที่เห็นอยู่ไม่เหมือนกันเลย ถ้าคนแบบนี้เป็น CEO ของที่นี่ แนวทางการทำงานของที่นี่ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
หลังจากวันนั้น TOPGUN ตกลงรับเราเข้าทำงาน ตอนนั้นลังเลอยู่พอสมควร แต่ด้วยบทสนทนาเกือบชั่วโมงในห้องสัมภาษณ์ทำให้เราเปลี่ยนใจ เพราะรู้สึกได้ว่า TOPGUN ดูเหมือนจะเห็นความสามารถของเราอยู่ มองคนลึกซึ้งมากกว่าคนสัมภาษณ์อื่นๆที่ผ่านมา จึงตกลงเข้ามาทำงานที่นี่
...ช่วงนั้นเป็นช่วงเพื่อนๆหางาน ทุกคนต้องอัพเดทว่าใครได้ทำงานที่ไหน.. Chevron Exxon SCG.. แต่เราอยู่ที่ TOPGUN เพื่อนๆก็ยิงคำถามว่าทำไมต้องเลือกที่นี่
บริษัทอะไร? แล้วจะไปทำอะไร?..ตอบจนเหนื่อย ทั้งๆที่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ตอบไม่เต็มปากว่าทำไมต้องมาทำงานที่นี่ ทั้งๆที่ตัวเลือกอื่นมีอยู่..
เมื่อเริ่มทำงาน..งง และ งง ว่าเด็กอักษรจะมาทำ Marketing ได้ยังไง เมื่อถามนายว่าหน้าที่คืออะไร ต้องทำอะไรบ้าง ก็พบว่า "ต้องทำหลายๆอย่าง ซึ่งก็บอกไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง" เอาเป็นว่าไม่ได้ใช้ภาษาฝรั่งเศสที่เรียนมาแน่ๆ..แล้วจะทำได้ยังไงล่ะทีนี้? ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ไม่มีประสบการณ์ทำงาน ไม่รู้จักอะไรเลยเกี่ยวกับธุรกิจ ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ ต้องหัดเข้าใจหลายๆสิ่งที่ต้องใช้ตรรกะ (ซึ่งไม่ค่อยคุ้นเคย)..รู้สึกว่ามันต้องยาก แต่ มันก็ไม่ได้เป็นแบบที่กลัวไว้..มีพี่ๆคอยสอนอย่างอดทน มีเพื่อนๆคอยคุย และแลกเปลี่ยนความเห็น มีเจ้านายที่ใช้เวลานานๆในการอธิบายโครงสร้างความคิด สอนให้มองอีกแบบ (ในใจก็แอบคิดว่า นั่งสอนเรานานขนาดนี้ไม่เสียเวลาแย่เหรอ ทำไมต้องใส่ใจเราขนาดนี้ด้วยนะ)..เมื่อได้รับการสอน การอธิบาย จากทุกคนขนาดนี้ เราจึงตั้งมั่นในใจลึกๆว่า "จะไม่ให้การสอนของทุกคนต้องเสียเปล่า สิ่งที่ได้เรียนรู้มาทั้งหมดจะพยายามทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด"..ครั้งแรกๆ
สำหรับการส่งงานเป็นอะไรที่สาหัสมาก เพราะสิ่งที่คิดว่าทำมาดีแล้ว ถูกต้องแล้ว มีเหตุผลแล้ว มันยังมีอะไรที่ขาดไปอีกเยอะ มีคนเห็นช่องโหว่ และคอมเม้นต์กลับพร้อมเหตุผลได้แบบที่เราไม่เคยคิดมาก่อน..ก่อนส่ง คิดว่าดีที่สุดแล้วที่เราสามารถทำได้
แต่พอผ่านคอมเม้นต์จากนายหลายๆรอบก็เห็นว่า งานมันดีขึ้น น่าประหลาดใจ ทำไมเราไม่คิดได้แบบนี้ตั้งแต่แรก..
ครั้งแล้วครั้งเล่า..งานหลายๆชิ้นผ่านไป..ปีครึ่งผ่านไป
งานที่คิดว่าไม่ได้ทำก็ได้ทำ
งานที่คิดว่าทำไม่ได้ก็ทำได้
งานที่คิดว่ายากก็ง่ายขึ้นได้เพราะมีพี่ๆทุกคนคอยช่วยเหลือ
ความสามารถที่คิดว่าทำได้ดี แต่ก่อน มีแค่ด้านภาษา..ตอนนี้มีอะไรก็ไม่รู้เพิ่มขึ้นมาอีกเยอะแยะแบบไม่น่าเชื่อ
จากที่สงสัยว่าทำไมนายต้องใช้เวลานานๆใส่ใจคอมเม้นต์งานของเรา..ตอนนี้เริ่มเข้าใจ
จากคนที่คิดว่ามองอะไรได้กว้างแล้ว กลับพบว่า แท้จริงแล้วยังมีอะไรหลายอย่างที่ต้องมองได้กว้างกว่า
จากที่รู้สึกว่าเรียนมาพอแล้ว รู้มาเยอะแล้ว กลับพบว่าเรายังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้ได้อีกเยอะ
ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ ได้พัฒนา ได้ค้นพบคุณค่า และศักยภาพของตัวเอง..
วันนี้ตอบคำถามเพื่อนๆที่เคยถามไว้ได้อย่างชัดเจนแล้ว..
ณัฐสิกานต์โชคดีจริงๆที่ได้มาทำงานที่ TOPGUN :)

Phase II
เปิด "โชคดีที่ได้ทำงาน TOPGUN" มาดูอีกครั้งเพราะต้องอัพเดทเพิ่มเติม แทบตกใจกับตัวเลขที่ทำงานมาที่นี่..นี่มัน 2 ปี 6 เดือนแล้วหรอเนี่ย ตอนแรกที่เข้ามารู้สึกว่ากว่าจะถึง 2 ปีนี่คงนับวันแล้วนับวันอีกแน่ๆ แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะผ่านไปไวแบบไม่ทันได้รู้ตัวขนาดนี้..
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าณัฐสิกานต์ยังคงยืนยันคำเดิมกับ Phase I ที่เคยว่าไว้..แต่ปีนึงที่ผ่านมา ณัฐสิกานต์ยังได้ค้นพบว่าจริงๆแล้วเรายังมีเรื่องโชคดีอีกเยอะจากเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา..ปีนี้มีโอกาสได้ทำงานที่หลากหลายมากขึ้น ยากและท้าทายในแง่มุมที่ต่างกันไป แน่นอนว่าต้องมีทั้งงานที่ประสบความสำเร็จและงานที่ล้มเหลว น่าแปลกใจที่ไม่มีเลยสักครั้งที่นายจะทับถมจนเสียกำลังใจ แต่กลับให้คำแนะนำและชี้ทางที่ควรปรับปรุงแก้ไข พยายามจะช่วยดึงออกมาจากความสับสนและเดินอยู่ข้างๆตลอดเวลา
ดังนั้น อยากจะพูดสั้นๆง่ายๆว่า..ณัฐสิกานต์สำนึกในความอดทนอดกลั้น ความไว้วางใจ และโอกาส ที่ไม่ว่าจะผิดพลาดกี่ครัั้ง ก็ยังคงได้รับอยู่เหมือนเดิม..
ขอบคุณคุณวิเชียร คุณต๋อย พี่โบว์ พี่น้อง และพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆทุกคน ที่ช่วยสร้างโอกาสให้กับณัฐสิกานต์ในเรื่องต่างๆ (ซึ่งหลายๆคนอาจจะไม่รู้ตัว)
ไม่อยากจะพูดประโยคซ้ำกับคนอื่น งั้นขอพูดว่า J'ai de la chance d'être ici. (fr) = I'm lucky to be here. :)