| นอกจากฝึกไจบ์แล้ว ครูตึ๋งได้สอนเรื่องการแล่นใบทวนลมหรือแล่นก้าว
(beating) และการแล่นใบตามลม (running) ด้วย วันนี้เราจะแล่นใบอ้อมทุ่น
3 ทุ่นเป็นรูปสาม เหลี่ยมเหมือนสนามแข่ง ทุ่นที่เพิ่มขึ้นมานั้นตั้ง
อยู่เหนือลม
เมื่อแล่นใบขวางลมผ่านทุ่นที่ 2 ฉันหักหางเสือให้เรือทำมุม
45 องศากับลม ดึงใบจน ท้ายใบติดกราบเรือเพื่อแล่นทวนลมขึ้นไป
ตาจับจ้องที่ใบ พอเห็นใบสะบัดก็ดึงหางเสือ เข้ามาจนใบนิ่ง
แต่แม้จะดึงใบและหางเสือจนใบไม่กระดิกแล้ว บางครั้งเรือก็ยังลอย
เท้งเต้งอยู่ตรงนั้น ไม่ไปข้างหน้าสักที อาการนี้เรียกว่าติดตาลม
บางคราวหนักยิ่งไปกว่า นั้น คือลมพัดบูมกลับไปกลับมาตลอด
ฉันจึงต้องมุดหัวหลบบูมไปทางซ้ายทีขวาที มือ จับหางเสือ
ชักเข้าชักออกอยู่นั่นแล้ว กว่าจะหลุดจากการติดตาลมออกมาได้ก็โดนบูมฟาด
หัวไปหลายโป๊ก
การแล่นใบทวนลมขึ้นไปยังทุ่นที่อยู่เหนือลมโดยตรงนั้นทำไม่ได้
จึงต้องมีการแล่นซิก แซกขึ้นไป และต้องทำการกลับใบอยู่เป็นระยะตามความพอใจของคนเล่น
จนไปอ้อมทุ่น จึงปล่อยใบรับลมออกไปให้หมด แล้วเอาแด็กเกอร์
บอร์ดขึ้นเพื่อลดแรงกดใต้น้ำ นี่คือวิธี แล่นใบตามลมที่หลายคนคิดว่าวิธีนี้
จะทำให้เรือแล่นเร็วที่สุด แต่ความจริงมันกลับเป็น วิธีที่เรือแล่นช้าที่สุดเมื่อเทียบกับแล่นขวางลมและแล่นทวนลม
เพราะใบเรือได้รับแรง กดเข้าไปเต็มๆ ขณะที่อีก 2 วิธีนั้นลมจะเข้าทางหน้าใบและพัดเฉียดออกทางท้ายใบ
ลม ยังคงโถมเข้าสู่ฝั่งทะเลสาบวิจิตราธานี ฉันปล่อยใบจนหมดและหัก
หางเสือเพื่อนำเรือ เข้าไปเทียบท่า บทเรียนของการแล่นใบในทะเลสาบ
จบลงในเย็นย่ำเมื่อตะวันทอแสงสี ส้มสวยจับฟ้าเหมือนทุกวันที่ผ่านมา
|