1. บริหารคลังสินค้าและวัตถุดิบทั้งหมดของโรงงาน
• ควบคุมการรับเข้า จัดเก็บ เบิกจ่าย และเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป
• บริหารคลังวัตถุดิบแร่ โลหะ วัสดุอุตสาหกรรม และ Spare Parts
• ควบคุมระบบ FIFO / FEFO / Traceability
• บริหารพื้นที่จัดเก็บให้เหมาะสมและปลอดภัย
• ควบคุมความถูกต้องของ Stock ให้มี Accuracy ตาม KPI ที่กำหนด
2. บริหารระบบ Free Zone และงานศุลกากร
• ควบคุมระบบคลังสินค้าให้สอดคล้องกับข้อกำหนด Free Zone และกรมศุลกากร
• ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ประจำโรงงาน
• ตรวจสอบเอกสารนำเข้า–ส่งออก และการเคลื่อนไหวของสินค้า
• ควบคุม Material Balance และ Loss Material
• ดูแลการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐและ Internal Audit
3. ควบคุม Inventory และ Internal Control
• กำหนดมาตรการควบคุมการสูญหาย การทุจริต และความผิดพลาดของ Stock
• วางระบบ Cycle Count และ Annual Stock Count
• วิเคราะห์ปัญหา Stock Discrepancy และหา Root Cause
• ลด Dead Stock / Slow Moving / Excess Inventory
• ควบคุม KPI ด้าน Inventory Accuracy และ Inventory Turnover
4. บริหารระบบ ERP / WMS
• ควบคุมการทำงานผ่าน ERP / WMS / Barcode System
• ร่วมพัฒนาระบบ SAP / ERP / WMS ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง
• ตรวจสอบความถูกต้องของ Master Data
• พัฒนารายงาน Dashboard และระบบควบคุมข้อมูลคลังสินค้า
• สนับสนุนโครงการ Digital Transformation ภายในโรงงาน
5. บริหารทีมงาน
• บริหารทีมคลังสินค้า โลจิสติกส์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
• กำหนด KPI และประเมินผลการทำงานของทีม
• พัฒนาทักษะทีมงานด้านคลังสินค้า ระบบ ERP และความปลอดภัย
• ควบคุมวินัยการทำงานและมาตรฐานการปฏิบัติงาน
6. ด้านความปลอดภัยและมาตรฐาน
• ควบคุมการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
• สนับสนุนระบบ ISO
• ควบคุมการจัดเก็บวัตถุดิบและสารอุตสาหกรรมอย่างปลอดภัย