รวมประกาศสมัครงานออนไลน์ในตำแหน่งงานมากมาย จากบริษัทชั้นนำ

Please consider sharing!
Share
banner_model
Discover Your Dream Job with Company Reviews
Land Your Dream Job with Super Resume
Search for Jobs Now!

Jobs by Field

Jobs by Industry

Jobs by Location

Jobs for Fresh Graduates

Work at a 'Dream Company'

An organization that takes care of its employees in all aspects: good life, good job, good salary, and good community.

กำลังโหลดข้อมูลบริษัทชั้นนำ...
JTG x Nxpo
ัyousayhrsay
Read Reviews of Interesting Companies

Believe it or not? A good resume

can make a big difference in creating job opportunities!

Resumes are of utmost importance in the job application process, as they are us Read More
แต่ละสายอาชีพชีวิตเป็นอย่างไร?

อ่านชีวิตจริงของ 26 สายอาชีพ จากคนทำงาน 40,000 คน

อ่านเลย! คลิก
‘Super Resume’ Your job application toolthat helps you stand out
that helps you stand out
increasing your interview call opportunities
Broaden Your Work Horizons
Never miss the opportunity to broaden your horizons with our curated news, tips, and articles.
20805
อัปเลเวล! 5 ทักษะการเป็นผู้จัดการ ต่อสายงานเพิ่มเงินเดือน!
สำหรับคนที่มี Career Path มุ่งสู่การเป็นผู้จัดการ สิ่งสำคัญที่สุดในระหว่างทางคือ "การเตรียมตัวให้พร้อม" เพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน แต่คุณสมบัติของผู้จัดการจะต้องมีทักษะอะไรบ้างที่เหมาะสม ในบทความนี้เราได้ทำการรวบรวมมาให้แล้วคุณสมบัติของผู้จัดการ เรื่องควรรู้ก่อนเตรียมอัปเงินเดือน!เข้าใจขอบเขตงาน ตำแหน่ง “ผู้จัดการ” คือใคร?สำหรับอาชีพผู้จัดการ ถือเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการวางแผน ควบคุม กำกับ และดูแลการทำงานของผู้อื่น เพื่อให้ภาพรวมสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ โดยอาชีพผู้จัดการนี้สามารถทำงานในองค์กรทุกประเภท ตั้งแต่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นตำแหน่งที่มีในทุก ๆ สายงานอีกด้วยประเภทของผู้จัดการตำแหน่งผู้จัดการสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทตามหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยประเภทของผู้จัดการที่พบทั่วไป ได้แก่ผู้จัดการฝ่ายบุคคล (Human Resources Manager) มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านทรัพยากรบุคคล เช่น การสรรหาพนักงาน การจ้างงาน การพัฒนาพนักงาน การบริหารค่าตอบแทนผู้จัดการฝ่ายการตลาด (Marketing Manager) มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านการตลาด เช่น การวางแผนกลยุทธ์การตลาด การวิจัยตลาด การสร้างแบรนด์ผู้จัดการฝ่ายขาย (Sales Manager) มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านการขาย เช่น การวางแผนการขาย การจัดการทีมขาย และการพัฒนาแผนการขาย เพิ่มยอดและกำไรให้องค์กรผู้จัดการฝ่ายการผลิต (Production Manager) มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านการผลิต เช่น วางแผนการผลิต ควบคุมคุณภาพ การจัดการคลังสินค้าผู้จัดการฝ่ายการเงิน (Financial Manager) มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านการเงิน เช่น วางแผนการเงิน ควบคุมงบประมาณ การบัญชีผู้จัดการทั่วไป (General Manager) มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารองค์กรทั้งหมดการเตรียมตัวเปลี่ยนตำแหน่งสู่การเป็นผู้จัดการการจะตั้งเป้าหมายเพื่อขยับตำแหน่งของตัวเองขึ้นสู่การเป็นผู้จัดการนั้น ไม่ใช่แค่มองทักษะที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม แต่คุณสมบัติของผู้จัดการที่ดีจะต้องพร้อมตั้งแต่ความคิด ประสบการณ์ทำงาน ตลอดจน Hard Skills และ Soft Skills ที่เกี่ยวข้อง แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณมีศักยภาพมากพอ ที่จะได้รับการโปรโมตหรือเปลี่ยนตำแหน่งงานที่ใหญ่กว่า เรามีวิธีเช็กเพื่อเตรียมตัวสู่การเป็นผู้จัดการที่สมบูรณ์แบบมาฝากแล้ว1. ประเมินจากการทำงานที่ผ่านมาย้อนตรวจสอบผลงานของตัวเองที่ผ่าน ๆ มา ทั้งในรูปแบบของงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน และกระบวนการที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายทางการทำงาน เช่น การประสานงานระหว่างแผนก การตัดสินใจและการแก้ปัญหา การสื่อสารระหว่างทีมและลูกค้า รวมไปถึงขั้นตอนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ก่อนจะนำมาวิเคราะห์ว่า ผลลัพธ์จากสิ่งที่เคยทำมา เป็นที่น่าพอใจมากน้อยแค่ไหน และเข้าเกณฑ์ที่มีคุณภาพมากพอหรือไม่ สำหรับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่ใหญ่ และต้องรับผิดชอบขอบเขตงานที่กว้างมากกว่าเดิม2. หาประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้คุณเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของผู้จัดการได้มากขึ้น ซึ่งคุณสามารถหาประสบการณ์เหล่านี้ได้จากงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบ ยกตัวอย่างการรับหน้าที่ทำงานในโปรเจกต์ที่ต้องใช้ทักษะและความสามารถของผู้จัดการ เช่น โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โครงการขยายตลาด ที่ต้องใช้ทักษะการสื่อสาร การบริหารงาน และมอบหมายงานให้แก่คนในโปรเจกต์ไปทำต่อ เป็นต้น3. สร้างเครือข่ายให้แก่ตัวเองมุ่งหน้าพัฒนาทักษะและวิสัยทัศน์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข้าร่วมงานสัมมนาหรือการประชุมที่เกี่ยวข้องกับสายงาน เพื่อเพิ่มโอกาสพบปะกับบุคคลที่มีประสบการณ์ พร้อมรับข้อมูล รวมไปถึงคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้จัดการในสายงานที่เหมาะสม นอกจากนี้เครือข่ายสายงานยังมีประโยชน์เป็นอย่างมาก สำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบริษัทเพื่อการเติบโตในสายอาชีพอีกด้วย4. เรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเมื่อทำทั้งการประเมินตัวเอง หาประสบการณ์ทำงานเพื่อฝึกฝน ตลอดจนการเข้าหาผู้คนเพื่อสร้างเครือข่ายแล้ว สิ่งสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ คือการนำทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยพบเจอ มาประกอบร่างและนำไปฝึกฝน พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาด และสร้างคุณสมบัติของการเป็นผู้จัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยการเรียนรู้ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ บทความ หรือแม้แต่การเข้าร่วมหลักสูตรอบรมนั่นเอง5 ทักษะการเป็นผู้จัดการที่ดี จดและจำ นำไปพัฒนาต่อ!• ทักษะสร้างความสัมพันธ์ (Interpersonal Skills)เพราะตำแหน่งผู้จัดการ ถือเป็นอาชีพที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มงานบริหารในระดับของผู้นำ ที่ต้องทำงานร่วมกับคนในทีม และพนักงานแผนกอื่นอีกมากมาย ส่งผลให้การพัฒนาทักษะสร้างความสัมพันธ์ กลายเป็นสกิลแรก ๆ ที่ต้องให้ความใส่ใจ โดยคุณสามารถเตรียมตัวง่าย ๆ จากการพาตัวเองไปคลุกคลีอยู่ในวงสังคมของทีม ทั้งเรื่องงานและนอกเวลางาน การทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการจัดเทรนนิ่ง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในฐานะของคนที่กำลังเตรียมตัวจะก้าวสู่การเป็นผู้จัดการ แต่เป็นคนไม่ค่อยเข้าสังคม ในส่วนนี้ก็อาจจะต้องพัฒนาเพิ่มขึ้น เพื่อให้ในอนาคตสามารถเข้าถึงคนในทีมได้เป็นอย่างดีนั่นเอง• ทักษะการสื่อสารและจูงใจในการทำงาน (Communication and Motivation)ผู้จัดการที่ดีจะต้องสื่อสารเก่ง เพราะนี่จัดเป็นทักษะที่สำคัญมากในการทำงาน ซึ่งรวมตั้งแต่การพูด ฟัง อ่าน และเขียน โดยนอกจากจะต้องใช้ในการสื่อสารระหว่างคนในทีมแล้ว คุณยังต้องรับหน้าที่เป็นตัวกลางการสื่อสารและเชื่อมต่อระหว่างทีมของตัวเอง กับทีมอื่น ๆ รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงอีกด้วยนอกจากนี้ทักษะการสื่อสารยังมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก ด้านการโน้มน้าวและสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เกิดการทำงานที่ดี ต่อยอดจากสกิลการสร้างความสัมพันธ์ คือการเปิดกว้างและพร้อมพูดคุยกับทีมได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ลดระยะห่างทางการงาน เพื่อเพิ่มความผ่อนคลาย ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและบรรยากาศภายในทีมให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน• ทักษะการจัดการและมอบหมายงาน (Organisation & Delegation)ทักษะการจัดการและมอบหมายงาน ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะการเป็นผู้จัดการที่สำคัญ เพราะด้วยตำแหน่งที่ต้องบริหารงานและกำลังคน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทำให้ทักษะการบริหารเวลาเพียงอย่างเดียวไม่อาจเพียงพออีกต่อไป แต่คุณยังต้องสามารถจัดการและบริหารงาน เพื่อมอบหมายให้แก่คนที่มีศักยภาพเหมาะสม เพื่อให้ฟันเฟืองสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด จนนำไปสู่ความสำเร็จของทีมที่สร้างความพอใจให้แก่องค์กร• ทักษะการวางแผนงานและคิดเชิงกลยุทธ์ (Forward Planning and Strategic Thinking)การบริหารจัดการและมอบหมายงาน จะไม่สำเร็จได้อย่างเต็มที่หากผู้ดำรงตำแหน่งขาด “ทักษะการวางแผนงานและคิดเชิงกลยุทธ์” สกิลสำคัญที่ทำให้คุณสามารถมองภาพใหญ่ได้อย่างรอบด้านและทะลุปรุโปร่ง ผ่านการโฟกัสที่ตรงจุด เพื่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Put the right man at the right place. จากการบริหารคนตามกลยุทธ์ที่เหมาะสม เร่งประสิทธิภาพการทำงาน เวลา และผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งในระยะยาวก็จะช่วยให้บริษัทลดต้นทุนและเพิ่มกำไรจากผลประกอบการที่มากขึ้นได้อีกด้วย• ทักษะการแก้ปัญหา และการตัดสินใจ (Problem Solving and Decision Making)ทักษะการเป็นผู้จัดการที่ดีที่ขาดไปไม่ได้คือ การแก้ปัญหาและตัดสินใจที่เฉียบแหลม ภายใต้ระบบความคิดที่เป็นขั้นเป็นตอน สามารถจัดการได้อย่างเฉลียวฉลาด แยกแยะงานและอารมณ์ออกจากกันได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นผลดีทั้งต่อทีม และความสัมพันธ์ภายในองค์กร จนนำไปสู่ประสิทธิผลคุณภาพมากมายที่บรรลุได้ตามเป้าหมายของบริษัทเป็นหลักนั่นเองเริ่มต้นพัฒนาทักษะเพื่อการเป็นผู้นำที่สมบูรณ์แบบกันไปแล้ว หากวันนี้คุณมั่นใจในศักยภาพที่เพียบพร้อม และอยากจะมองหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมในบริษัทที่ต้องการ ให้ JOBTOPGUN เว็บสมัครงานสำหรับคนรุ่นใหม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของคุณได้แล้ววันนี้ พร้อมช่วยสนับสนุนด้วยฟีเจอร์การหางาน ตอบสนองความต้องการที่จะสมัครงานตำแหน่ง Manager ดี ๆ ด้วย Super Resume ที่ได้รับการยอมรับจากกว่า 30,000 บริษัทชั้นนำ ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างความประทับใจแก่ HR ให้คุณโดดเด่นเหนือผู้สมัครรายอื่น ใช้งานสะดวกผ่านเว็บไซต์และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999
Read more
20792
รู้จัก Entry-Level Job คืออะไร มีดีต่อเด็กจบใหม่อย่างไร?
ถึงแม้จะมีตำแหน่งงานว่างอยู่เต็มท้องตลาด แต่การจะหางานให้ได้สำหรับบรรดาเด็กจบใหม่นั้น กลับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในประกาศรับสมัครงานที่มีอยู่มากมาย ตรงข้อคุณสมบัติผู้สมัครมักจะมีประโยคหนึ่งปรากฏอยู่เสมอ “ต้องมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 1-2 ปี” เห็นแบบนี้บัณฑิตป้ายแดงจากรั้วมหาวิทยาลัยก็ได้แต่เกาหัวแกรก ๆ พลางนึกในใจว่าแล้วจะไปหาประสบการณ์มาจากไหน อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้อาจถูกคลี่คลายลงบ้างด้วยสิ่งที่เรียกว่า “Entry Level”Entry Level หรือ Entry-Level Job คืออะไร แล้วสิ่งนี้ช่วยเด็กจบใหม่ให้หางานง่ายขึ้นได้อย่างไร บทความนี้จะมาตอบคำถามดังกล่าว พร้อมอีกหลายสิ่งที่ควรรู้ก่อนยื่นสมัครงานในตำแหน่งนี้Entry Level คืออะไร ช่วยให้เด็กจบใหม่หางานง่ายขึ้นยังไง?Entry-Level Job คืออะไรEntry-Level Job คือตำแหน่งงานที่มีจุดเริ่มต้นจากช่วงทศวรรษ 1950 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้จบลง เศรษฐกิจของโลกเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น หลายบริษัทจึงเปิดรับสมัครงานระดับเริ่มต้นสำหรับผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน เพื่อให้แรงงานถูกป้อนเข้าสู่ตลาดมากขึ้น สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในตอนนั้นจากทศวรรษ 1950 สู่ปัจจุบัน เป็นเวลามากกว่า 70 ปีแล้วที่คอนเซปต์ Entry Level คือสิ่งที่อยู่คู่กับกระแสการขับเคลื่อนของแรงงาน ถึงแม้จุดประสงค์จะแตกต่างกันไปตามยุคสมัย จากที่ต้องการฟื้นสภาพเศรษฐกิจโดยเร็ว กลายเป็นการที่บริษัทต้องการแรงงานที่มีทักษะเฉพาะด้านสูง แต่หากจ้างผู้เชี่ยวชาญที่คร่ำหวอดประสบการณ์ ก็อาจจะต้องจ่ายค่าจ้างแพงกว่างบประมาณที่มีดังนั้น Entry-Level Job คือ ระดับงานสำหรับผู้เริ่มต้น หรือผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน แต่สามารถพิสูจน์ให้ผู้จ้างเชื่อได้ว่ามีทักษะความสามารถที่เพียงพอกับตำแหน่งนั้นจริง ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานและนโยบายของแต่ละบริษัท โดย Entry-Level Job มักจะมีรูปแบบการทำงานทั้งแบบ Part-time และ Full-timeคุณสมบัติที่สำคัญของผู้สมัครงาน Entry-Level Jobวุฒิการศึกษา: โดยทั่วไปแล้วบริษัทจะต้องการผู้สมัครที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือต่ำกว่า ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานและนโยบายของแต่ละบริษัททักษะและความสามารถที่เกี่ยวข้องกับงาน: ผู้สมัครควรมีทักษะความสามารถที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงานนั้น ๆทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน: ผู้สมัครควรมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน เช่น กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ อดทน ขยัน ซื่อสัตย์ เป็นต้นความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ: การทำงานในระดับ Entry Level คือการทำงานที่มักจะได้รับมอบหมายใหม่ ๆ อยู่เสมอ ดังนั้นผู้สมัครควรมีความสามารถในการปรับตัวและพร้อมต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างรวดเร็วสิ่งที่จะได้รับจากงาน Entry-Level Jobโอกาสในการเริ่มต้นการทำงานและสะสมประสบการณ์: งาน Entry-Level Job คือจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการทำงาน โดยผู้สมัครงานสามารถเรียนรู้ทักษะและประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับการทำงานในสายอาชีพนั้น ๆ ซึ่งจะนำไปต่อยอดในอนาคตได้โอกาสในการพัฒนาทักษะและความสามารถ: เรียกได้ว่า Entry-Level Job คือโอกาสในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในสายอาชีพนั้น ๆ เนื่องจากผู้สมัครงานสามารถเรียนรู้ได้จากการทำงานจริงเริ่มต้นทำงานในสายงานที่สนใจได้: งาน Entry-Level Job ช่วยให้ผู้สมัครงานสามารถเริ่มต้นทำงานในสายงานที่สนใจได้ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานจริงมาก่อนก็ตามสามารถก้าวหน้าไปสู่ตำแหน่งงานในระดับที่สูงขึ้นได้: ถึงแม้งาน Entry-Level Job จะเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ขององค์กร แต่หากตั้งใจทำงาน และแสดงศักยภาพให้หัวหน้าได้เห็น ก็มีโอกาสในการก้าวหน้าไปสู่ตำแหน่งงานในระดับที่สูงขึ้นได้เช่นกันในปัจจุบัน Entry-Level Job ยังคงเป็นตำแหน่งงานที่สำคัญสำหรับหลายบริษัท โดยเป็นช่องทางในการคัดเลือกและฝึกฝนบุคลากรรุ่นใหม่ และแนวโน้มของ Entry-Level Job ในอนาคตคาดว่าจะยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดแรงงาน โดยจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะและความสามารถที่จำเป็นสำหรับการทำงานในยุคดิจิทัลสมัครงาน Entry-Level Job จากหลายบริษัทชั้นนำได้ที่ JOBTOPGUNหลังจากที่อ่านจบ หากคิดว่า Entry-Level Job คือประเภทงานที่เหมาะกับตัวเอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปยื่นสมัครที่ไหนดี แนะนำให้สร้าง Resume ที่มีข้อมูลครบถ้วน นำเสนอจุดแข็งและทักษะของคุณเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ HR ด้วย Super Resume จาก JOBTOPGUN แพลตฟอร์มหางานที่มีงานอัปเดตให้คุณทุกวัน ได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำกว่า 30,000 แห่ง ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการสมัครงานพาร์ตไทม์ งาน Entry Level งานเต็มเวลา หรือหางานพิเศษ พร้อมมีรีวิวบริษัทที่เปิดรับทำงาน ช่วยให้คุณรู้จักบริษัทดียิ่งขึ้นก่อนสมัครงาน มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วถึง 4.7 ล้านคน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999 หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android
Read more
20743
วิธีเพิ่มเงินเดือนเมื่อสมัครงานใหม่ อัปสกิลอย่างไรให้สมหวัง!
ในปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกวัน ส่งผลให้เมื่อทำงานไปสักพักหลายคนก็อาจต้องการขยับขยายเพื่อเพิ่มฐานเงินเดือนให้ก้าวหน้าเข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้มากขึ้น แต่การขอเพิ่มเงินเดือนในจำนวนที่ต้องการกับที่ทำงานเดิมอาจเป็นเรื่องยาก เพราะต้องรอผ่านการประเมินหรือรีวิวตามกระบวนการที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างเงินเดือน หรืออัตราการเพิ่มเงินเดือนเพียงปีละไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้น การเปลี่ยนงานจึงถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการอัปเงินเดือนของใครหลายคน แต่การจะเปลี่ยนงานให้ได้เงินดีอย่างที่หวังนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอัตราการหางานที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ ด้วยเหตุนี้ การเตรียมตัวอัปสกิลให้พร้อมก่อนเริ่มต้นหางานใหม่ก็เป็นอีกวิธีเพิ่มเงินเดือนที่ได้ผลไม่น้อย เราจึงจะพามาเจาะเคล็ดลับการอัปเงินเดือนให้ได้เงินดี งานปัง มาฝากกันที่บทความนี้เจาะเคล็ดลับการอัปเงินเดือนให้ได้เงินดี ตำแหน่งหน้าที่ปัง!เคล็ดลับวิธีเพิ่มเงินเดือนให้ก้าวกระโดดสะสมประสบการณ์ พัฒนาทักษะที่จำเป็นประสบการณ์ในการทำงานถือว่าเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่บริษัทหลายแห่งต้องการ โดยเฉพาะเมื่อต้องเปลี่ยนงาน เพราะประสบการณ์จะบ่งบอกถึงความชำนาญและศักยภาพในสายงาน ทำให้บริษัทไม่ต้องเสียเวลาเทรนนิ่ง ซึ่งนอกจากประสบการณ์แล้ว อีกสิ่งที่จำเป็นต่อการอัปเงินเดือนด้วยการสมัครงานใหม่ คือการมีทักษะที่จำเป็นต่อสายงาน ยิ่งหากเคยทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง หรือมีเนื้องานคล้ายกัน และสามารถบอกเล่าถึงทักษะที่จำเป็นต่อตำแหน่งที่รับผิดชอบได้ ก็จะยิ่งทำให้บริษัทใหม่เห็นศักยภาพในตัวคุณได้มากขึ้นเพิ่มทักษะด้าน Soft Skillsในปัจจุบันหลายบริษัทต่างให้ความสำคัญกับทักษะด้าน Soft Skills ในการทำงานมากขึ้น เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อสมัครงานใหม่และอาจต้องเจอกับสังคมการทำงานที่ไม่คุ้นเคย การมี Soft Skills ที่สามารถช่วยให้เอาตัวรอดได้จึงยิ่งสำคัญมากขึ้น ซึ่ง Soft Skills สามารถสังเกตได้จากทัศนคติและวิธีสื่อสารในการสัมภาษณ์ ยิ่งคุณสามารถแสดงทักษะด้าน Soft Skills ที่บริษัท หรือหัวหน้างาน กำลังมองหาได้มากเท่าไร ก็ยิ่งจะเสริมโอกาสการอัปเงินเดือนด้วยการสมัครงานใหม่ได้ง่ายขึ้นเข้าร่วมอบรม หรือสัมมนาแม้ประสบการณ์และทักษะพื้นฐานจากการทำงานจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การพยายามหาเวลาไปต่อยอดความรู้ด้วยการเข้าคอร์สอบรมหรือสัมมนา ในวิชาหรือสาขาที่มีความเกี่ยวข้อง จะทำให้บริษัทมองเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาของคุณมากขึ้น อีกทั้งการเข้าร่วมคอร์สยังมีใบรับรองที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานยืนยันได้อีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องการเปลี่ยนสายไปยังตำแหน่งงานที่แตกต่างจากเดิม การเข้าร่วมอบรมหรือสัมมนาจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้โปรไฟล์ได้เป็นอย่างดีมีส่วนร่วมกับผลงาน หรือโปรเจกต์ที่น่าสนใจแน่นอนว่าแฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio ย่อมเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเป็นผลงานรูปธรรมที่สามารถเห็นศักยภาพของคุณได้มากที่สุด ในระหว่างที่ทำงานจึงควรพยายามสร้างความมีส่วนร่วม หรือแสดงถึงความรับผิดชอบต่อโปรเจกต์ใหญ่ที่น่าสนใจ เพื่อเป็นการเก็บ Portfolio ให้บริษัทใหม่ได้เห็นตอนสัมภาษณ์งาน ยิ่งเป็นผลงานที่น่าสนใจและมีความยากเท่าไร ยิ่งช่วยส่งเสริมให้สามารถเรียกเงินเดือนได้มากขึ้นปัจจัยที่ควรคำนึงถึงในการอัปเงินเดือนถึงแม้ว่าคุณจะมีสกิลที่พร้อมต่อการสมัครงานใหม่เพื่อการอัปเงินเดือนแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องพิจารณาคือ จะอัปเงินเดือนแค่ไหนถึงเรียกว่าเหมาะกับความต้องการมากที่สุด โดยต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ศึกษาจากเรตเงินเดือนพื้นฐาน ด้วยการตรวจสอบตลาดงานในตำแหน่งเดียวกันนี้ว่ามีเงินเดือนเฉลี่ยที่เท่าไรในตลาดปัจจุบัน และนำมาคำนวณเป็นฐานเงินเดือนที่ต้องการ โดยไม่ให้สูงโดดจนไม่มีบริษัทสนใจ หรือน้อยเกินไปจนไม่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถคำนวณค่าเดินทาง อาหาร ที่พัก แน่นอนว่าการย้ายงานย่อมส่งผลต่อการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเมื่องานใหม่อยู่ในสถานที่ที่ต่างออกไป จึงต้องคำนวณค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นให้ดี เพราะถึงแม้จะได้เงินเดือนมากกว่า แต่เมื่อนำมาคำนวณร่วมกับค่าใช้จ่ายประจำวันที่มากขึ้นก็อาจเป็นการอัปเงินเดือนที่ไม่คุ้มค่าพิจารณาประกอบกับสวัสดิการ นอกจากเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นมาแล้ว สิ่งต่อไปที่ควรนำมาพิจารณาร่วมคือ สวัสดิการที่จะได้รับ เช่น วันหยุด ค่าทำงานล่วงเวลา ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลจากกลุ่มประกันที่ดูแลอย่างครอบคลุม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเงินเก็บของเราเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันคำนวณร่วมกับโบนัส บางคนอาจเลือกย้ายงานไปที่ที่ให้โบนัสดีแต่เงินเดือนน้อย ซึ่งสิ่งนี้เป็นอีกปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาว่า เมื่อนำโบนัสมาคำนวณร่วมและเฉลี่ยรายเดือน เงินที่ได้จะเพิ่มขึ้นมากน้อยอย่างไรบ้างคำนึงถึงเวลา ซึ่งเวลาในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่เวลาในการทำงาน แต่ควรพิจารณาร่วมกับเวลาทั้งหมดที่เสียไป ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดที่ได้รับ เวลาในการเดินทางไปทำงาน หรือเวลาที่อาจต้องทำงานเพิ่มเติมว่า คุ้มค่ากับเงินเดือนที่จะได้รับเพิ่มขึ้นหรือไม่มองหาการอัปเงินเดือนเพื่อก้าวสู่อาชีพในฝัน ค้นหาตำแหน่งงานในบริษัทที่ใช่ พร้อมได้เงินเดือนที่ชอบ กับการหางานวุฒิป.ตรี ในทุกสาขา ทุกสายอาชีพ โดยที่ยังคงมีเวลาหยุดเสาร์-อาทิตย์ ได้ที่ JOBTOPGUN แอปหางานที่อัปเดตใหม่ทุกวัน พร้อมดูแลให้คุณได้งานง่าย ด้วย Super Resume ที่ได้รับการยอมรับจากกว่า 30,000 บริษัทชั้นนำ ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างความประทับใจแก่ HR ให้คุณโดดเด่นเหนือผู้สมัครรายอื่น ใช้งานสะดวกผ่านเว็บไซต์และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999
Read more
20728
เจาะลึกการสร้าง Employer Branding เพื่อยกระดับองค์กร!
ถึงแม้หลายคนอาจจะไม่รู้ตัว แต่ตอนนี้เทรนด์ที่เรียกว่า “Employer Branding” ก็เข้ามาสู่องค์กรต่าง ๆ ในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และถ้าหากอยากยกระดับองค์กรไปข้างหน้า รวมถึงเฟ้นหาบุคลากรที่จะมาร่วมงานได้อย่างตรงจุด Employer Branding คือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น บทความนี้จึงจะมาไล่เลียงอธิบายแบบครบถ้วนว่า Employer Branding คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร วิธีการสร้าง ไปจนถึงยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ติดตามได้เลยEmployer Branding คืออะไร และทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องรู้?Employer Branding คืออะไร?อธิบายให้เข้าใจโดยง่าย Employer Branding คือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรในสายตาของพนักงานและผู้ที่สนใจจะทำงานกับองค์กร เพื่อสร้างความเข้าใจและรับรู้ถึงคุณค่าของวัฒนธรรมองค์กร โดยมีจุดประสงค์หลัก 2 ประการคือ ดึงดูดบุคลากรเก่ง ๆ ให้อยากมาร่วมงานกับองค์กร ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาพนักงานที่มีความสามารถสูงให้อยู่กับองค์กรไปยาวนาน ป้องกันสภาวะที่เรียกกันว่า “สมองไหล”ด้วยเหตุนี้ องค์กรไหนที่ Employer Branding ไม่แข็งแรง สามารถสังเกตได้จากยอด Turn Over หรืออัตราการลาออกของพนักงานที่สูง ซึ่งนอกจากจะต้องเสียเวลาเฟ้นหาพนักงานใหม่เรื่อย ๆ แล้ว ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีแก่องค์กร ทำให้บุคลากรเก่ง ๆ ไม่อยากร่วมงานด้วยประโยชน์ของ Employer Brandingดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถ: องค์กรไหนมี Employer Branding ที่แข็งแรง ก็จะส่งผลต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถมาร่วมงานด้วยได้ ทั้งในเชิงทักษะและทัศนคติรักษาพนักงานไว้กับองค์กร: การสร้าง Employer Branding ช่วยให้พนักงานเกิดความผูกพันกับองค์กร และอยากทำงานต่อไป ส่งผลให้พนักงานมีอัตราการลาออกหรือยอด Turn Over ที่ลดลงสร้างแรงจูงใจในการทำงาน: เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้เกลียดการทำงานหนัก แต่พวกเขาเกลียดการทำงานหนักแล้วไม่ได้รับผลตอบแทนที่ยุติธรรม ดังนั้น หากองค์กรไหนมีการสร้าง Employer Branding ที่ดี สิ่งนี้ก็จะช่วยให้พนักงานรู้สึกได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งยังภาคภูมิใจที่ได้ทำงานกับองค์กร ส่งผลให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้นลดต้นทุนการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน: Employer Branding ช่วยให้องค์กรสามารถดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสรรหาและคัดเลือกพนักงานเป็นจำนวนมากองค์ประกอบของ Employer BrandingEmployer Value Proposition (EVP): สิ่งนี้หมายถึงคุณค่าที่องค์กรมอบให้แก่พนักงาน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบตัวเงิน สวัสดิการ หรือผลตอบแทนอื่น ๆ ซึ่งถ้าหากพนักงานรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาได้รับนั้นเป็นธรรม ก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และอยากทำงานกับองค์กรต่อไปEmployee Experience (EX): ประสบการณ์ของพนักงานในการทำงานคือองค์ประกอบที่สำคัญเช่นกันสำหรับการสร้าง Employer Branding โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ Work Life Balance คือเทรนด์ของโลก ทุกคนต่างอยากให้ที่ทำงานคือสถานที่ที่อยู่แล้วมีความสุข ไม่ใช่แค่การก้มหน้าทำงานแลกเงินเดือนเพียงอย่างเดียว เป็นสิ่งที่พนักงานสัมผัสได้จากการทำงานในองค์กรEmployer Communications (EC): ความหมายขององค์ประกอบข้อนี้คือ การสื่อสารเกี่ยวกับภาพลักษณ์ขององค์กร โดยสื่อสารออกไปถึงพนักงานและผู้ที่สนใจจะทำงานกับองค์กรตัวอย่างการสร้าง Employer Branding ของแบรนด์ชั้นนำแบรนด์สัญชาติไทย: The Standardหนึ่งในตัวอย่างการสร้าง Employer Branding ของแบรนด์สัญชาติไทยที่ชัดเจนและยอดเยี่ยมที่สุดคงต้องยกให้กับ The Standard องค์กรที่ดำเนินธุรกิจสื่อสารมวลชนที่เริ่มต้นจากพนักงานเพียงไม่กี่คน แต่ในปี 2022 ที่ผ่านมา The Standard กลับติดอยู่ในลิสต์ 50 บริษัทในไทยที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากThe Standard ทำได้อย่างไร? คำตอบของทุกคำถามรวมอยู่ในคลิปวิดีโอ “เยือนออฟฟิศ The Standard” ในช่อง YouTube GoodDayOfficial หมดแล้ว โดยคุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ผู้บริหาร The Standard ได้อธิบายถึงการสร้าง Employer Branding ไว้อย่างน่าสนใจ โดยสามารถสรุปเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้สร้างภาพลักษณ์ของ The Standard ให้เป็นเหมือนตัวแทนสำนักข่าวของคนรุ่นใหม่ให้อิสระในการทำงานแก่พนักงาน โดยสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ตกแต่งออฟฟิศด้วยโทนสวยงาม สบายตา สร้างประสบการณ์ให้พนักงานรู้สึกว่ามาพักผ่อนมากกว่าทำงานให้ผลตอบแทน สวัสดิการ อย่างเป็นธรรมพัฒนาทักษะพนักงาน ให้สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคตแบรนด์ระดับโลก: Netflixการที่ไม่ว่าใครก็อยากทำงานกับ Netflix ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการสร้าง Employer Branding ที่ยอดเยี่ยม โดยบริษัทมีวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความยืดหยุ่นและความรับผิดชอบส่วนบุคคล พนักงานของ Netflix สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ในโลก ตราบใดที่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้นได้นอกจากนั้น Netflix ได้สื่อสาร Employer Branding ของบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ นำเสนอว่าที่นี่คือบริษัทในฝันสำหรับคนรุ่นใหม่ มีโอกาสได้ปลดปล่อยไอเดียที่พุ่งกระฉูด ในขณะเดียวกันก็ได้รับค่าตอบแทนอย่างสมเหตุสมผล รวมถึงสวัสดิการที่ยอดเยี่ยมสร้าง Employer Branding พร้อมหาพนักงานตรงตามต้องการได้ที่ JOBTOPGUNเมื่อได้ทราบกันไปแล้วว่า Employer Branding คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรกับองค์กร ซึ่งนอกจากการสร้าง Employer Branding แล้ว บริษัทต่าง ๆ สามารถเฟ้นหาพนักงานที่มีทักษะ เป้าหมาย และไลฟ์สไตล์ตรงตามความต้องการด้วยการประกาศรับสมัครงานที่ JOBTOPGUN เรามีฐานข้อมูลผู้หางานกว่า 4,847,000 คน แบ่งตามแต่ละประเภท มั่นใจ! ‘หาคนทำงาน’ แบบที่คุณต้องการได้ง่าย ๆ ครบทุกพื้นที่ ทุกสายอาชีพ ทุกระดับการศึกษา ทุกประสบการณ์ได้ทันที เจาะ Database ของผู้สมัครกว่า 4.8 ล้านคนด้วย ‘Keyword Technology’ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999 หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android
Read more
20709
รวม 10 ทักษะการทำงานในองค์กรที่คนรุ่นใหม่ต้องมี
การทำงานในองค์กรนั้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับหลาย ๆ คน และเพื่อให้คุณสามารถทำงานและเติบโตในองค์กรได้อย่างดี การมีทักษะในการทำงานที่จำเป็นจึงสำคัญมาก หากอยากรู้ว่ามีทักษะการทำงานใดบ้างที่จำเป็นต่อคนรุ่นใหม่ บทความนี้มีคำตอบมาให้แล้วรวม 10 ทักษะในการทำงานที่สำคัญสำหรับคนยุคใหม่10 ทักษะการทำงานในองค์กรที่คนรุ่นใหม่ต้องมี1. Communication SkillsCommunication skills หรือทักษะการสื่อสารนั้นเป็นทักษะการทำงานในองค์กรที่สำคัญมาก ๆ ไม่ใช่เพียงแค่กับคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังสำคัญกับคนทุกรุ่น ทุกวัยในองค์กร โดยทักษะการสื่อสารนั้นรวมถึงทักษะการสื่อสารด้วยการพูด และการเขียน ซึ่งทักษะการสื่อสารที่ดีจะช่วยให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น สร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่นได้ง่าย ลดความบาดหมาง และการเข้าใจผิดในการทำงาน รวมถึงช่วยให้นำเสนอผลงานได้อย่างน่าประทับใจ น่าเชื่อถือ และน่าเคารพอีกด้วย2. Problem-solving SkillsProblem-solving Skills หรือทักษะการแก้ปัญหา หมายถึง ทักษะในการสังเกตเห็น และคาดการณ์ถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และหาแนวทางแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานทุกรูปแบบ โดยผู้ที่มีทักษะการแก้ไขปัญหาที่ดีจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับมือกับปัญหาได้ดี และสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว3. Teamwork and Collaboration Skillsทักษะการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันในทีม (Teamwork) หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่นโดยทั่วไป (Collaboration) เป็นทักษะการทำงานในองค์กรที่คนรุ่นใหม่ควรให้ความสำคัญ เพราะมีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพ และความราบรื่นในการทำงาน โดยการมีทักษะการทำงานร่วมกันที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถประสานงานกับผู้ร่วมงานได้อย่างไร้ปัญหา แชร์ไอเดีย และหาทางออกร่วมกันเพื่อเป้าหมายร่วมกันได้เป็นอย่างดี4. Leadership SkillsLeadership Skills หรือทักษะความเป็นผู้นำที่ดี เป็นทักษะที่จะนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จ และความเติบโตในสายอาชีพได้ โดยทักษะนี้จะรวมถึงการวางแผน จัดการงานต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดตามทรัพยากร และแรงงานที่มีอยู่ เพื่อให้ทีมสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและน่าพึงพอใจ รวมถึงการช่วยให้กำลังใจ สร้างแรงผลักดัน และกระตุ้นให้คนในทีมทำงานร่วมกันอย่างสามัคคีและมีประสิทธิภาพด้วย5. Adaptability SkillsAdaptability Skills หรือทักษะการปรับตัว เป็นอีกหนึ่งทักษะการทำงานในองค์กรที่จำเป็นมากในการทำงานยุคนี้ โดยที่ทักษะนี้จะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม และรวดเร็ว เพื่อให้รับมือกับเหตุการณ์ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้โดยเกิดผลกระทบต่องานน้อยที่สุด อีกทั้งยังมีประโยชน์มากต่อการเปลี่ยนงาน เปลี่ยนตำแหน่งเพราะจะช่วยให้คุณปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ และหน้าที่ใหม่ได้รวดเร็ว6. Social Intelligence and Networking SkillsSocial intelligence and Networking Skills หมายถึง ทักษะทางสังคม และการสร้างเครือข่ายคอนเนคชันให้กับตัวเอง มีความสำคัญมาก ๆ ต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น และการขยายโอกาสในการทำงานให้กับตัวเอง7. Growth Mindsetอีกหนึ่งสิ่งที่คนรุ่นใหม่จะขาดไม่ได้เลย และช่วยให้คุณสามารถเติบโตในอาชีพการงานได้ก็คือ การมีทัศนคติแบบ Growth Mindset หรือทัศนคติที่เชื่อว่าความสามารถของคนเราสามารถพัฒนาได้เสมอ หากเราพยายามฝึกฝน และพัฒนาตัวเองเป็นประจำ8. Data Analyzing Skillsยุคปัจจุบันนี้ เป็นยุคของข้อมูล ไม่ว่าการตัดสินใจทำสิ่งใดก็ควรมีข้อมูล มีสถิติต่าง ๆ มารองรับเสมอ ดังนั้นทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลจึงเป็นทักษะในการทำงานที่คนรุ่นใหม่ต้องมี โดยทักษะนี้จะรวมถึงการรวบรวม ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ และประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีวิจารณญาณมากที่สุด9. Presentation Skillsไม่ใช่แค่ทักษะการวิเคราะห์เท่านั้นที่สำคัญ เพราะทักษะการนำเสนอข้อมูลเองก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยผู้มีทักษะการนำเสนอดี ถ่ายทอดข้อมูล ความคิด และความคิดเห็นของตนได้อย่างมีชัดเจน และมีประสิทธิภาพจะสามารถโน้มน้าวใจ และสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังได้ ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการนำเสนอได้ไม่ยาก10. Technology Literacy Skillsทักษะการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์เทคโนโลยีในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และการอัปเดตของเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาช่วยในการทำงานให้สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้นทั้ง 10 ทักษะนี้เป็นสิ่งสำคัญที่คนรุ่นใหม่ควรต้องมี เพราะเป็นทักษะในการทำงานที่สำคัญในยุคศตวรรษที่ 21 และจะช่วยให้คุณเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าขององค์กร และเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน โดยสำหรับใครที่กำลังหางานใหม่ในบริษัทระดับองค์กรต่าง ๆ เข้ามาดูงานได้ที่ JOBTOPGUN แพลตฟอร์มสำหรับคนหางานทำ ที่มีงานอัปเดตทุกวัน พร้อมมีรีวิวบริษัทให้อ่าน และสร้างเรซูเม่ของคุณด้วย Super Resume ที่จะทำให้คุณสมบัติและประวัติการทำงานของคุณโดดเด่นกว่าใครได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้งระบบ iOS และ Android หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999
Read more
20680
พัฒนาทักษะ ปั้นนักขายมือทอง! ด้วยการทำ Sales Training
ในยุคปัจจุบันที่การแข่งขันทางธุรกิจดุเดือดมากขึ้น ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คู่แข่งที่กำลังมองหาลูกค้ากลุ่มเดียวกัน 'เซลล์ขายของ' จึงกลายเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสามารถช่วยเพิ่มยอดขาย รายได้ และกำไร ทำให้องค์กรเติบโตได้มากขึ้น การมีพนักงานขายที่มีความรู้ความสามารถครบถ้วนจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งหลายองค์กรอาจมองข้ามความสำคัญส่วนนี้ไป วันนี้เราจึงจะพามารู้จักการทำ Sales Training ที่ช่วยพัฒนาทักษะพนักงานขายว่าคืออะไร ทำไมถึงควรมีในทุกองค์กรเสริมทักษะเพิ่มยอดขายด้วยการทำ Sales Training อย่างมืออาชีพ!การทำ Sales Training คืออะไรSales Training คือ การฝึกอบรมพนักงานขาย เพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ด้านการขายที่จำเป็น ให้สามารถขายสินค้าหรือบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยครอบคลุมเนื้อหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทักษะพื้นฐานด้านการขาย เช่น การนำเสนอ การปิดการขาย การจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพื่อให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้นทำไมการทำ Sales Training ถึงสำคัญเพิ่มยอดขายให้เติบโตบางครั้งการมีสินค้าที่ดีอาจไม่เพียงพอ เพราะลูกค้าอาจมีคำถามอีกมากมายที่ทำให้ลังเลในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ซึ่งโดยปกติแล้วหากเซลล์ขายยังไม่มีประสบการณ์ก็อาจยังไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะโน้มน้าวดึงดูดใจจนปิดการขายได้สำเร็จ ดังนั้น การทำ Sales Training จะช่วยเสริมทักษะการขายที่จำเป็น เช่น การตอบคำถาม การนำเสนอสินค้า รวมถึงการปิดดีล ทำให้สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างเป็นมืออาชีพปรับปรุงประสิทธิภาพการขายการฝึกอบรมสามารถช่วยให้เซลล์ขายมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หรือบริการมากขึ้น รวมถึงสามารถช่วยเสริมทักษะกลยุทธ์การขาย ซึ่งจะมาช่วยเสริมสิ่งที่ขาดไปของพนักงานขายแต่ละคน เช่น การคิดวิเคราะห์ บุคลิกภาพ ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นสร้างความประทับใจให้ลูกค้าในบางครั้งแม้พนักงานจะมีทักษะในการพูดนำเสนอสินค้า แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า การทำ Sales Training จึงสามารถช่วยพัฒนาทักษะในการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ทำให้อยากกลับมาซื้อซ้ำนั่นเองเคล็ดลับความสำเร็จของการทำ Sales Trainingผู้เทรนมีความชำนาญในด้านการขายผู้เทรนที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการขายโดยตรง จะสามารถช่วยเสริมทักษะได้อย่างถูกต้อง และสามารถชี้แนะแนวทางโดยยกตัวอย่างการเกิดปัญหาหน้างานได้จากประสบการณ์จริงให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายตามปกติแล้วเซลล์ขายของมักให้ความสำคัญกับการทำยอดจนในบางครั้งอาจลืมสนใจกลุ่มเป้าหมาย การทำ Sales Training จึงสามารถช่วยให้นักขายให้ความสำคัญกับ Customer Journey มากขึ้น เพื่อให้รู้ว่าควรปฏิบัติต่อลูกค้าแบบไหนให้ดูใส่ใจข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ครบถ้วนการจะเป็นนักขายที่ดีได้นั้น นอกจากทักษะความสามารถที่จำเป็นในการขายแล้ว ข้อมูลผลิตภัณฑ์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อการขายมากเช่นกัน เพราะหากเซลล์ขายไม่มีข้อมูลที่สามารถตอบคำถามของลูกค้าได้ ก็อาจทำให้ไม่สามารถปิดยอดขายได้ อีกทั้งยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์ การทำ Sales Training จึงควรมีข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ต้องทำการขายอย่างครบถ้วนอยู่ด้วยกระบวนการขายที่มีมาตรฐานเซลล์ขายของแต่ละคนล้วนมีทักษะพื้นฐานที่แตกต่างกัน การฝึกอบรมจะช่วยปรับปรุงให้ทุกคนมีบรรทัดฐานในการขายสินค้าอย่างเท่าเทียมกัน จึงสามารถทำงานแทนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทีมบางคนมีความคิดว่าทีมขายควรแข่งขันกันทำยอดเพียงอย่างเดียว แต่การทำ Sales Training จะทำให้แต่ละคนได้พูดคุยและสร้างสัมพันธ์กันมากขึ้น สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันเมื่อเกิดปัญหาในทีมนอกจาก Sales Training ที่องค์กรจัดอบรมขึ้นเพื่อเสริมประสิทธิภาพการขายให้พนักงาน แต่หากอยากเตรียมตัวเป็นเซลล์มืออาชีพด้วยตัวเอง ก็สามารถเริ่มเสริมสกิลด้วยตัวเองได้เช่นกันเตรียมตัวเป็นเซลล์ขายมือทองด้วยตัวเองการทำความเข้าใจลูกค้าการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า คือทักษะสำคัญของเหล่านักขายมือทอง การทำความเข้าใจความต้องการและเตรียมข้อมูลให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคนโดยเฉพาะจะช่วยเพิ่มคะแนนความประทับใจ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้การต่อรองปิดยอดขายเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นมืออาชีพมากขึ้น ดังนั้นทักษะในการค้นหาข้อมูลก่อนเสนอขายและการคิดวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าจึงเป็นสิ่งจำที่ต้องมีและพัฒนาอยู่เป็นประจำทักษะในการคำนวณความคุ้มค่าบางครั้งนักขายอาจถูกหว่านล้อมให้เสนอขายสินค้าและบริการในราคาถูกเพื่อปิดดีล ซึ่งหากไม่มีทักษะในการคำนวณมากพออาจเกิดความผิดพลาดในการเสนอราคาให้เป็นดังที่ลูกค้าต้องการ โดยลืมนึกถึงความคุ้มค่าขององค์กร การเรียนรู้ทักษะการคิดคำนวณหาความคุ้มค่าอยู่เสมอจะช่วยให้เซลล์สามารถเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการได้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้คุ้มค่าสำหรับทั้งลูกค้าและองค์กรให้คำปรึกษาและรับฟังการรับฟังปัญหาของลูกค้าและคอยให้คำปรึกษาจะช่วยให้เซลล์สามารถระบุปัญหา หรือความต้องการของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น โดยสามารถนำไปพัฒนาการขายและนำเสนอผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ที่จะช่วยแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการนั้นได้ รวมถึงการคอยรับฟังจะทำให้ลูกค้าให้ความไว้วางใจและนึกถึงเราเป็นคนแรกจากบทความนี้จะเห็นได้ว่าเซลล์ขายของมีความสำคัญกับองค์กรเป็นอย่างมาก เพราะเป็นตำแหน่งงานสำคัญที่มีอยู่ในทุกบริษัท ทั้งสตาร์ตอัปของคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงบริษัทชั้นนำขนาดใหญ่ ย่อมต้องมีตำแหน่งพนักงานเซลล์ขายของมาเป็นพลังสำคัญในการเพิ่มยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย สำหรับคนที่อยากสมัครงานเซลล์และพร้อมรับการ Sales Training เพื่อเป็นยอดเซลล์ขายมือทอง ก็สามารถเลือกสมัครงานสร้างความประทับใจให้แก่ HR ด้วย Super Resume จาก JOBTOPGUN แพลตฟอร์มหางานที่มีงานอัปเดตให้คุณทุกวัน ได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำกว่า 30,000 แห่ง รวมถึงมีการรีวิวจากพนักงานที่ทำงานจริง ทำให้สามารถตัดสินใจสมัครงานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยสามารถใช้งานสะดวกผ่านเว็บไซต์ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999
Read more
20656
วิธีสร้าง Teamwork เสริมประสิทธิภาพงาน Digital Marketing
การทำงานใด ๆ ในองค์กรจะประสบความสำเร็จหรือมีประสิทธิภาพได้นั้น ขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมแรงและความเป็น Teamwork ของคนทำงาน โดยในบทความนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับความสำคัญของ Teamwork ในทีมงาน Digital Marketing ซึ่งเป็นอาชีพที่กำลังมาแรงในขณะนี้ รวมถึง 4 วิธีสร้าง Teamwork ง่าย ๆ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมวิธีสร้าง Teamwork ในทีม Digital MarketingTeamwork คืออะไร ?Teamwork หมายถึงทักษะการทำงานเป็นทีม ซึ่งจะรวมถึงทักษะการสื่อสาร การร่วมมือกันระหว่างเพื่อนร่วมงานในทีม และระหว่างทีม ไปจนถึงทักษะการแก้ปัญหา การตัดสินใจร่วมกันอย่างประนีประนอม จนนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ของแต่ละงานความสำคัญของ Teamwork ในงาน Digital Marketingทักษะการทำงานเป็นทีมนั้น เป็นทักษะที่จำเป็นในทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรม และทุกหน่วยงาน ไม่เว้นแม้แต่งาน Digital Marketing เป็นงานที่กำลังได้รับความนิยมมาก ๆ ในปัจจุบัน เพราะไม่ว่าธุรกิจใด ๆ ก็จำเป็นต้องทำการตลาดแบบดิจิทัลกันทั้งนั้น ทำให้มีตำแหน่งงานด้าน Digital Marketing หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักวางแผนการตลาดออนไลน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO และ SEM ที่มีหน้าที่ปรับแต่งเว็บไซต์ และโฆษณาบนช่องทางออนไลน์ ฝ่ายประสานงานระหว่างลูกค้าและทีมงาน ไปจนถึงนักเขียน นักตัดต่อวิดีโอ และกราฟิกดีไซเนอร์ที่มีหน้าที่ผลิตสื่อต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ทางออนไลน์ ซึ่งทุก ๆ ตำแหน่งเหล่านี้จำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อผลลัพธ์การทำการตลาดที่ประสบความสำเร็จโดยที่ทักษะ Teamwork นั้นมีความสำคัญต่องาน Digital Marketing ดังนี้• ทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นการมีทักษะการทำงานเป็นทีมที่ดี จะช่วยให้การร่วมมือกันระหว่างคนในทีม และฝ่ายต่าง ๆ มีประสิทธิภาพ และราบรื่น ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรืออุปสรรคในการทำงานน้อยที่สุด ทำให้งานต่าง ๆ ลุล่วงได้อย่างรวดเร็ว และน่าพึงพอใจมากที่สุดเช่น ฝ่ายประสานงาน นักเขียน และกราฟิกดีไซเนอร์ จำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างผลงานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ และความต้องการของโปรเจกต์นั้น ๆ• ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจ และมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันความสำคัญของทักษะการทำงานเป็นทีมอีกอย่างหนึ่งก็คือ การช่วยให้ผู้ร่วมงานทุกคนมีความเข้าใจกันและกัน และเข้าใจถึงเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในแต่ละงาน ซึ่งจะทำให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเช่น นักเขียนจำเป็นต้องมีความเข้าใจตรงกับผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO เพื่อเขียนเนื้อหาสำหรับเว็บไซต์ที่เหมาะสมกับการทำงานของ Search Engines มากที่สุด เพื่อให้เว็บไซต์ติดตำแหน่งที่ดีในหน้าผลการค้นหา• ทำให้มีทักษะการแก้ปัญหา และตัดสินใจเกี่ยวกับงานอย่างดีที่สุดทักษะการทำงานเป็นทีมยังมีความสำคัญต่อการตัดสินใจ และแก้ปัญหาร่วมกันของทีมอีกด้วย ยิ่งทีมมีความเป็น Teamwork มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยให้แก้ปัญหาได้ดีขึ้นเมื่อทีมต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ ในการทำงานเช่น ฝ่ายประสานงาน และนักเขียน หรือกราฟิกดีไซเนอร์จำเป็นต้องตัดสินใจ และหาข้อตกลงร่วมกันอย่างมีประสิทธภาพได้เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละโปรเจกต์มากที่สุด• ทำให้ผลลัพธ์ของการทำงานออกมาน่าพึงพอใจเมื่อทุกคนในทีมมีทักษะการทำงานเป็นทีม สื่อสาร ตัดสินใจ และแก้ปัญหาร่วมกันได้ดี และมีเป้าหมายเดียวกันในการทำงาน แน่นอนว่างานที่ออกมาจะมีผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากที่สุดเช่น เมื่อฝ่ายประสานงานสามารถสื่อสารให้นักเขียนและกราฟิกดีไซเนอร์เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าได้ชัดเจน ทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในเป้าหมายการทำงาน ทำให้ทุกตำแหน่งสร้างผลงานที่น่าพึงพอใจ เกิดอุปสรรคน้อยที่สุด จนได้รับคำชื่นชมจากลูกค้า หรือการต่อสัญญาเพิ่มเติมรวม 4 วิธีสร้าง Teamworkกิจกรรมฝึกการสื่อสารกิจกรรมฝึกการสื่อสารอย่างเช่นกิจกรรมส่งต่อข้อความ กิจกรรมวาดรูปตามคำสั่ง หรือกิจกรรมสวมบทบาทสมมติต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มทักษะการสื่อสารของคนในทีมได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังควรต้องให้ความสำคัญกับความสนิทสนม และความสามารถในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกับผู้ที่ไม่เคยร่วมมือกันมาก่อนได้ด้วยเช่นกัน โดยอาจใช้กิจกรรม Ice-Breaking ต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้คนสนิทสนมกันได้ง่ายขึ้นกิจกรรมสร้างความไว้วางใจกิจกรรมที่ช่วยสร้างความไว้ใจระหว่างผู้ร่วมงานเป็นวิธีสร้าง Teamwork อย่างดี โดยอาจใช้กิจกรรมอย่างเช่น Trust Fall หรือ กิจกรรม Blindfold Walk ที่ให้หัวหน้าทีมนำเพื่อนร่วมทีมที่ถูกปิดตา ร่วมกันทำกิจกรรมใด ๆ ให้สำเร็จ หรืออาจเป็นกิจกรรมคู่ก็ได้กิจกรรมฝึกการแก้ปัญหากิจกรรมที่ช่วยเพิ่มทักษะการแก้ปัญหา เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มากสำหรับการทำงานเป็นทีม และการทำงานด้าน Digital Marketing โดยอาจจัดกิจกรรมที่สร้างสถานการณ์ หรือปัญหาสมมติขึ้นมาเพื่อให้ทีมงานได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หรือกิจกรรมแชร์ประสบการณ์การแก้ปัญหาที่เคยพบมากิจกรรมฝึกการตัดสินใจกิจกรรมฝึกการตัดสินใจอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อย่างกิจกรรมบทบาทสมมติเป็นวิธีสร้าง Teamwork ที่จะช่วยให้ทีมงานของคุณมีทักษะที่ดีในการตัดสินใจ และหาข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งจะสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานจริงได้กิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยเสริมศักยภาพในการทำงานให้กับทีม Digital Marketing ได้ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในการทำงานร่วมกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกับคู่ค้า ส่วนใครที่กำลังมองหางาน Digital Marketing สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ หรืออยากเปลี่ยนสายงาน มาลองหาตำแหน่งที่น่าสนใจ ในบริษัทต่าง ๆ ได้ที่ JOBTOPGUN รวมถึงสร้าง Super Resume ที่จะช่วยให้เรซูเม่ของคุณโดดเด่นกว่าใครได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999
Read more
20582
งานกราฟิกดีไซน์คืออะไร มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร?
ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร งานกราฟิกดีไซน์ คือหนึ่งในแผนกและตำแหน่งที่สำคัญมากในธุรกิจทุกประเภท เพราะงานกราฟิกที่ถูกสร้างสรรค์ออกมานั้นถือเป็นหนึ่งในตัวแทนของธุรกิจ นำเสนอตัวตนและเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคให้เกิดการจดจำแบรนด์ของเราได้อีกด้วยและในบทความนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับสายงานกราฟิกดีไซน์ให้มากขึ้น และไขข้อสงสัยว่างานกราฟิกดีไซน์ต้องทำอะไรบ้าง และสำคัญกับธุรกิจอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจสายอาชีพนี้นั่นเองส่องความสำคัญ ‘กราฟิกดีไซน์’ คืออะไร ทำไมทุกธุรกิจต้องมี!?กราฟิกดีไซน์คืออะไร?กราฟิกดีไซน์ (Graphic Design) คือ การออกแบบสื่อต่าง ๆ โดยใช้ภาพและตัวอักษร มาผสมผสานเข้าด้วยกัน ผ่านความคิดสร้างสรรค์และกระบวนการต่าง ๆ จนกลายเป็นชิ้นงานที่สวยงามและบรรลุวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เพื่อใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและโดนใจ ทั้งการประชาสัมพันธ์ การโฆษณา การแจ้งโปรโมชัน และวัตถุประสงค์อื่น ๆเมื่องานกราฟิกดีไซน์สำหรับใช้ในธุรกิจ ไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว ผู้ออกแบบจึงจำเป็นต้องใช้ทักษะที่หลากหลาย ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การสร้างจุดเด่นให้ภาพ การออกแบบภาพให้เข้าใจง่าย เพื่อทำให้งานออกมาสวยงามตามสไตล์ผู้ออกแบบแต่ละคน ซึ่งงานกราฟิกดีไซน์ก็มีอยู่หลายประเภท ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และวิดีโอ ในปัจจุบันงานกราฟิกดีไซน์มีการเผยแพร่ออกไปในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์หรือออนไลน์อย่างที่เราพบเห็นกันได้ทั่วไป เช่น โฆษณาบนอินเทอร์เน็ต ป้ายบิลบอร์ดริมทางด่วน โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ เป็นต้นความสำคัญของงานกราฟิกดีไซน์ต่อธุรกิจทุกประเภทอย่างที่เกริ่นไว้ว่างานกราฟิกดีไซน์ถือเป็นตัวแทนในการนำเสนอแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ไม่เพียงเท่านั้น งานสายนี้ยังมีบทบาทอื่น ๆ ต่อการทำธุรกิจอีกมากมาย และนี่คือความสำคัญของงานกราฟิกดีไซน์ที่ส่งผลต่อการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์การออกแบบกราฟิกที่ดีจะทำให้แบรนด์โดดเด่นและเป็นที่จดจำได้ง่าย ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้า กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ ปิดการขายได้ง่าย และสร้างฐานลูกค้าได้สำเร็จสื่อสารข้อมูลและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้างานกราฟิกดีไซน์ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะถ่ายทอดข้อมูลและแนวคิดต่าง ๆ ของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อสารสิ่งที่แบรนด์อยากพูดออกไปได้อย่างครบถ้วน เช่น จุดเด่นของสินค้า ราคาสินค้า หรือบริการหลังการขาย ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่ลูกค้านั่นเองยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์อยากเปลี่ยนแปลงหรือยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูเป็นมืออาชีพ งานกราฟิกดีไซน์ดี ๆ ก็ช่วยได้ ปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูทันสมัย น่าเชื่อถือ หรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งเสริมให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับและชื่นชอบของลูกค้ามากยิ่งขึ้นกระตุ้นยอดขายความสำคัญข้อสุดท้ายคือ การกระตุ้นยอดขาย นำเสนอสินค้าและบริการด้วยวิธีที่แปลกใหม่ งานออกแบบที่สวยงาม นำเสนอจุดเด่นของสินค้าได้ชัดเจน ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ดึงดูดใจชวนให้ซื้อ ก็ช่วยปั้นยอดขายให้โตไวได้ไม่แพ้การวางกลยุทธ์การตลาดด้วยวิธีอื่น ๆ เลยอยากประสบความสำเร็จกับการเป็นกราฟิกดีไซน์ จำเป็นต้องมีทักษะใดบ้าง?เมื่อรู้แล้วว่างานกราฟิกดีไซน์คืออะไร และผู้ที่ทำอาชีพนี้ต้องทำอะไรบ้าง สุดท้ายก็มาถึงทักษะที่จำเป็นกับการทำงานในเส้นทางสายนี้ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งหลัก ๆ มีอยู่ 3 ทักษะด้วยกัน ดังนี้1. ทักษะด้านศิลปะขึ้นชื่อว่าเป็นงานออกแบบ ทักษะด้านศิลปะย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกใช้สีให้สอดคล้องกับแบรนด์และลักษณะสินค้า การจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ให้เข้าใจง่าย เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย และตรงตามวัตถุประสงค์ ทำให้ชิ้นงานมีความกลมกลืน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตลอดจนสร้างเอกลักษณ์ของงานออกแบบที่เป็นของแบรนด์โดยเฉพาะ2. ทักษะด้านการออกแบบทักษะต่อมาที่กราฟิกดีไซน์เนอร์ทุกคนต้องมีก็คือ ทักษะด้านการออกแบบ เพราะการทำงานกราฟิกดีไซน์ในเชิงธุรกิจนั้น ความสวยงามอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ คุณจำเป็นต้องตีโจทย์ที่ได้รับมาจากเจ้านายหรือลูกค้าให้แตก จากนั้นจึงใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพื่อสร้างงานที่สวยโดดเด่น และยังต้องแก้ปัญหาเกี่ยวกับงานออกแบบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีด้วย3. ทักษะด้านเทคโนโลยีทักษะสุดท้ายที่สำคัญต่อการเป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์คือ ทักษะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะการใช้งานโปรแกรมออกแบบต่าง ๆ เช่น Adobe Photoshop หรือ Adobe Illustrator ซึ่งต้องมีความเชี่ยวชาญและสามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากนี้ ควรมีทักษะที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม อย่างการถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ และการตัดต่อวิดีโอ เพื่อต่อยอดให้เติบโตกับสายงานนี้และรองรับความต้องการของตลาดได้ในอนาคตมองหางาน Graphic Design นิตยสาร งานออกแบบกราฟิกบนสื่อออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งงานกราฟิกดีไซน์ทุกประเภท ใช้บริการหางานที่ JOBTOPGUN แหล่งรวมงานจากบริษัทชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมรีวิวบริษัทและรายละเอียดสำคัญอื่น ๆ ช่วยคุณตามหางานที่ใช่ได้ง่ายกว่า มาพร้อม Super Resume ผู้ช่วยสร้าง Resume ที่จะทำให้โปรไฟล์ของคุณโดดเด่นกว่าใคร ใช้งานได้ฟรีที่เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999
Read more
20543
สรุปชัด! การจ้างงานมีกี่ประเภท แต่ละแบบมีข้อดีอย่างไร?
การทำงาน เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของชีวิต ซึ่งรูปแบบของการจ้างงานไม่ได้มีเพียงงานประจำและรอเวลาเกษียณอายุเพียงเท่านั้น แต่ยังมีลักษณะการจ้างงานอีกหลายประเภท ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไปได้ ในบทความนี้จะมาสรุปสั้น ๆ ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าการจ้างงานมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีข้อดีแตกต่างกันอย่างไรในปัจจุบัน การจ้างงานสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท โดยประเภทที่พบได้บ่อย ๆ ได้แก่ การจ้างงานแบบประจำ และการจ้างงานแบบไม่ประจำ ซึ่งการเลือกรูปแบบการจ้างงานที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและความจำเป็นของแต่ละบุคคล โดยควรพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระยะเวลาในการทำงาน สวัสดิการที่ต้องการ ความมั่นคงในการทำงาน เป็นต้น โดยแต่ละรูปแบบก็มีรายละเอียดและข้อดีแตกต่างกันไปรู้จักลักษณะการจ้างงานยอดนิยม เลือกแบบไหนถึงตอบโจทย์การจ้างงานแบบประจำ การจ้างงานที่มั่นคงและปลอดภัยการจ้างงานแบบประจำ (Full Time) เป็นลักษณะการจ้างงานที่ไม่มีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดงาน ซึ่งลูกจ้างสามารถทำงานกับนายจ้างได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะเกษียณอายุ หรือลาออกเอง โดยมีการกำหนดเวลาการทำงานที่ไม่ขัดต่อกฎหมายการใช้แรงงาน คือ ไม่เกิน 8 ชม./วัน หรือตามที่นายจ้างลูกจ้างตกลงกัน และไม่เกิน 48 ชม./สัปดาห์สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับ คือ เงินเดือน เงินค่าจ้าง สวัสดิการต่าง ๆ เช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ลาป่วย ลาพักร้อน เป็นสิ่งตอบแทนจากการทำงาน โดยการจ้างงานแบบประจำนี้ เป็นประเภทการจ้างงานยอดนิยมในสังคมปัจจุบัน เนื่องจากเป็นรูปแบบการจ้างงานที่ให้ความมั่นคงและความปลอดภัยในการทำงาน และมีสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งนายจ้างไม่สามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้าข้อดีของการจ้างงานแบบประจำความมั่นคงในการทำงาน : ลูกจ้างจะมีความมั่นคงในการทำงาน เนื่องจากมีการทำสัญญาจ้างงาน และไม่มีการระบุระยะเวลาสิ้นสุดการจ้างงานที่แน่นอนได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ : ลูกจ้างจะได้รับเงินเดือนตอบแทน และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้ตนเองและครอบครัวมีโอกาสพัฒนาทักษะและความรู้ : ลูกจ้างจะมีโอกาสพัฒนาทักษะและความรู้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจะได้รับการฝึกอบรมจากนายจ้างการจ้างงานแบบประจำ เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ที่มีความต้องการความมั่นคงในการทำงานและต้องการสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในการดำรงชีวิต เช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพ เป็นต้นการจ้างงานแบบไม่ประจำ เลือกงานในฝันได้ตามต้องการการจ้างงานแบบไม่ประจำ (Part Time) เป็นลักษณะการจ้างงานที่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดงาน ซึ่งจะมีการทำสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่เกี่ยวกับรายละเอียดการทำงานต่าง ๆ เช่น วันที่มาทำงาน ชั่วโมงการทำ เวลาเข้าและเวลาออกงาน เป็นต้นสำหรับสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับจะน้อยกว่าการจ้างงานแบบประจำ โดยอาจได้รับเฉพาะเงินเดือนหรือเงินค่าจ้างเท่านั้น โดยการจ้างงานแบบไม่ประจำนี้ เป็นประเภทที่นิยมในกลุ่มผู้ที่มีความต้องการทำงานชั่วคราว เช่น นักศึกษาที่ต้องการหารายได้ระหว่างเรียน หรือผู้ที่ต้องการทำงานเสริม ที่ไม่ได้มองหาความมั่นคงในการทำงาน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้อีกหลายประเภท ดังนี้การจ้างงานแบบพาร์ตไทม์เป็นลักษณะการจ้างงานที่มีชั่วโมงการทำงานน้อยกว่าการจ้างงานแบบเต็มเวลา โดยอาจทำงานเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวันหรือต่อสัปดาห์ มีจุดเด่นเรื่องความยืดหยุ่นในการทำงาน โดยลูกจ้างสามารถจัดสรรเวลาในการทำงานได้ตามความต้องการ และสามารถทำงานได้หลากหลายประเภท ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานก่อนสมัครงานแบบประจำการจ้างงานแบบพาร์ตไทม์ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมหรือต้องการทำงานระหว่างเรียนการจ้างงานแบบสัญญาจ้างชั่วคราวเป็นลักษณะการจ้างงานที่มีกำหนดระยะเวลาการทำงานแน่นอน เช่น 6 เดือน 1 ปี หรือ 3 ปี โดยลูกจ้างจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น เงินเดือน เงินค่าจ้าง สวัสดิการต่าง ๆ เช่นเดียวกับการจ้างงานแบบประจำ แต่จะมีความมั่นคงในการทำงานน้อยกว่า เนื่องจากสัญญาจ้างงานมีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการจ้างงานแบบสัญญาจ้างชั่วคราว เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองงานกับบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ เพื่อพิจารณาว่าตนเองเหมาะสมกับงานและบริษัทนั้นหรือไม่ หรือสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานก่อนสมัครงานแบบประจำการจ้างงานแบบฟรีแลนซ์เป็นลักษณะการจ้างงานที่ไม่มีสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษร โดยลูกจ้างจะทำงานเป็นครั้ง ๆ ไปตามความต้องการหรือระยะเวลาที่กำหนด โดยลูกจ้างสามารถจัดสรรเวลาในการทำงานได้ตามความต้องการ เช่น สามารถทำงานที่บ้าน หรือทำงานจากที่ใดก็ได้ในโลก ทำให้เลือกทำงานได้หลากหลายประเภท ซึ่งอาจช่วยให้ฟรีแลนซ์ได้เรียนรู้ทักษะและความรู้ใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงมีอิสระในการทำงาน เช่น เลือกงานที่ชอบหรือถนัดได้ กำหนดเวลาในการทำงานได้ และตัดสินใจเกี่ยวกับงานของตนเองได้ตามต้องการการจ้างงานแบบฟรีแลนซ์ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานจากที่บ้าน หรือทำงานจากต่างประเทศ หรือสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในสายงานที่มีความเฉพาะทางหากกำลังมองหาลักษณะการจ้างงานแบบ Full Time และงาน Part Timeในองค์กรชั้นนำ ค้นหางานที่ใช่ได้ที่ JOBTOPGUN แหล่งหาคน และรับสมัครพนักงานในบริษัทชั้นนำ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานด้วยการนำเสนอจุดเด่นของคุณผ่าน Super Resume เพิ่มโอกาสได้งานด้วยการนำเสนอจุดเด่นของคุณให้โดดเด่นกว่าใคร ใช้งานได้ฟรีที่เว็บไซต์ของเรา หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999
Read more
20524
อาชีพฟรีแลนซ์ คืออะไร อยากเป็นต้องสร้างพอร์ตอย่างไรดี?
ใครที่ทำงานประจำจนเบื่อ และอยากเปลี่ยนสายไปเป็นฟรีแลนซ์ ต้องห้ามพลาดบทความนี้ เพราะเราได้ทำการรวบรวมทุกเรื่องพื้นฐานที่ควรรู้สำหรับมือใหม่หัดเตรียมตัวประกอบอาชีพฟรีแลนซ์มาให้ พร้อมตอบการทำฟรีแลนซ์คืออะไร มีข้อดีอย่างไร และต้องสร้างพอร์ตงานแบบไหนให้นายจ้างสนใจคุณ หากพร้อมแล้วไปดูกันเลยอาชีพฟรีแลนซ์ คือทางเลือกอิสระที่คนรุ่นใหม่อยากมี!อาชีพฟรีแลนซ์ คือความอิสระที่คุณเลือกได้!เชื่อได้เลยว่าในสมัยนี้น่าจะไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า “ฟรีแลนซ์” เพราะนี่คือเทรนด์ยอดนิยมที่คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจ มากพอ ๆ กับการเลือกประกอบอาชีพแบบประจำ เนื่องจากเป็นลักษณะการทำงานที่มีความยืดหยุ่น ไม่ผูกมัดหรือขึ้นตรงกับอะไร สามารถทำงานได้อย่างเป็นอิสระ ซึ่งตรงกับไลฟ์สไตล์เด็กเจนปัจจุบันที่มักจะมองหาความคล่องตัว มากกว่าการถูกตีกรอบด้วยกฎของบริษัทและวัฒนธรรมการทำงานภายในองค์กรลักษณะการประกอบอาชีพฟรีแลนซ์การประกอบอาชีพแบบฟรีแลนซ์ เป็นรูปแบบการทำงานอิสระที่ยึดตามทักษะและความสามารถของแต่ละบุคคล โดยเลือกรับงานจากลูกค้าหรือบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องการจ้างงานในระยะสั้นหรือระยะยาว อาจมีการเซ็นสัญญาเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อกำหนดขอบเขตการทำงาน และปริมาณงานที่ต้องรับผิดชอบในช่วงระยะเวลานั้น ทำให้อาชีพฟรีแลนซ์มักจะเหมาะกับสายงานที่มีความยืดหยุ่นสูง ประเภทงานครีเอทีฟ อย่างสายงานกราฟิก เช่น งานออกแบบ UX/UI, งานดีไซน์สื่อ, งานออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงงานออกแบบภายใน นอกจากนี้สายนักเขียน สายไอที สายการตลาด รวมไปถึงงานสายบันเทิงเบื้องหลัง ก็ถือได้ว่าค่อนข้างเหมาะสมกับการประกอบอาชีพสไตล์ฟรีแลนซ์เป็นอย่างมากข้อดีของฟรีแลนซ์อิสระแบบเต็มขั้น สามารถเลือกรับงานได้ตามความต้องการ จัดสรรเวลาว่างได้เอง ตอบโจทย์คนที่ชอบใช้ชีวิตยืดหยุ่น ไม่ผูกกับกรอบใด ๆรายได้สูงตามผลประกอบการของตัวเอง เลือกรับงานมากก็ได้มาก หรือเลือกรับงานน้อยแต่งานยากก็ได้รับผลตอบแทนที่ดีไม่แพ้กัน อีกทั้งยังสามารถกำหนดเรตราคาได้เองอีกด้วยได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ จากการรับงานใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้มีโอกาสได้พัฒนาอย่างรอบด้าน มากกว่าการทำงานประจำที่จำกัดขอบเขตอยู่ที่งานเดิม ๆแนะนำการทำเรซูเม่สำหรับอาชีพฟรีแลนซ์เรซูเม่สำหรับอาชีพฟรีแลนซ์ คือเอกสารที่เป็นตัวชี้วัดสำคัญเลยว่า คุณจะได้รับการจ้างงานจากนายจ้างหรือบริษัทที่สนใจหรือไม่ ซึ่งภายในเอกสารจะต้องระบุข้อมูลส่วนตัว ทักษะ ความสามารถ และผลงานที่ผ่านมา เพื่อใช้พิจารณาการจ้างงาน โดยพอร์ตที่ดีควรจะตกแต่งให้น่าสนใจ และต้องเป็นไฟล์หรือเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย พร้อมเพิ่มโอกาสในการติดต่อเพื่อจ้างงานหลักการจัดทำเรซูเม่สำหรับอาชีพฟรีแลนซ์• เน้นผลงานที่โดดเด่น น่าสนใจไว้ต้น ๆ เอกสารเสมอผลงานที่น่าสนใจจะช่วยทำให้พอร์ตสำหรับอาชีพฟรีแลนซ์ดูน่าสนใจและมีคุณภาพ เพราะจะแสดงให้เห็นถึงทักษะและความสามารถของฟรีแลนซ์ โดยทริกง่าย ๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ถูกว่าจ้าง คือการอัปเดตผลงานใหม่ทุกครั้งที่ยื่นบริษัทแต่ละแห่ง เพื่อคัดเลือกผลงานที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุดนั่นเอง• ใส่เนื้อหาให้กระชับ ใช้ภาษาเข้าใจง่ายแต่ดูเป็นมืออาชีพนอกจากตัวอย่างผลงานที่สำคัญแล้ว การใส่ข้อมูลส่วนตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยจะต้องระบุให้ครบทั้งชื่อ-สกุล ประวัติการศึกษา เน้นไปที่การนำเสนอทักษะและความสามารถ หากเคยประกอบอาชีพประจำ ก็สามารถนำมาใส่ไว้ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือได้อีกด้วย นอกจากนี้เรื่องของภาษาที่ใช้เองก็สำคัญ เพราะยิ่งกระชับ ได้ใจความ และใช้ภาษาเป็นทางการ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการว่าจ้างฟรีแลนซ์นั่นเอง• ออกแบบเรซูเม่ให้สวยงาม เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าปิดท้ายด้วยการออกแบบ เพื่อเพิ่มความน่าดึงดูดให้นายจ้างเลือกที่จะหยิบขึ้นมาอ่าน ซึ่งถ้ายิ่งสะดุดตา มีความเป็นเอกลักษณ์ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสได้สูง หลักการนี้จะได้ผลดีเป็นอย่างมาก สำหรับฟรีแลนซ์สายอาชีพที่ต้องการความครีเอทีฟเป็นสำคัญ เช่น สายงานกราฟิกดีไซน์ สายออกแบบนิเทศศิลป์ ตลอดจนสายคอนเทนต์ทุกรูปแบบอยากเป็นฟรีแลนซ์แต่กลัวไม่มีงาน ต้องทำอย่างไร?หลังจากที่ได้เห็นข้อดีของฟรีแลนซ์กันไปแล้ว หลาย ๆ คนที่กำลังเบื่องานประจำคงจะเริ่มตื่นตัวและให้ความสนใจกันอยู่ไม่น้อย เพียงแต่อาจจะติดเรื่องความไม่มั่นคง เพราะไม่รู้จะต้องหางานอย่างไรให้มีรายได้เลี้ยงชีพเข้ามาอยู่เสมอ ในส่วนนี้เราได้ทำการรวบรวมเทคนิคดี ๆ ที่บอกเลยว่าหากทำตามอยู่เสมอ ก็มีโอกาสได้งานฟรีแลนซ์เข้ามาแบบไม่ขาดสายแน่นอน3 เทคนิคหางานสไตล์ฟรีแลนซ์ฝากเรซูเม่และพอร์ตในเว็บไซต์หางานฟรีแลนซ์ และเว็บไซต์หางานชั้นนำประกาศผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, Twitter, LinkedIn เป็นต้นติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เช่น ติดต่อผ่านอีเมล โทรศัพท์ หรือไปพบปะพูดคุยกัน เป็นต้นเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในเส้นทางของการเป็นฟรีแลนซ์ได้ง่ายยิ่งกว่า ด้วยการทำเรซูเม่และฝากพอร์ตผลงานไว้กับ JOBTOPGUN ด้วยฟีเจอร์ทำเรซูเม่ออนไลน์ สำหรับใช้สมัครงานอย่าง Super Resume ที่จะมาช่วยสร้างโปรไฟล์ของคุณให้โดดเด่นกว่าใคร พร้อมนำเสนอส่งตรงไปกับพาร์ตเนอร์บริษัทที่ใช้แพลตฟอร์มของเรา รับประกันโอกาสได้งานดี ไม่มีขาดมือ หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999 หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android
Read more
20500
รวมเทคนิค-ข้อดีของการทำงานโรงงานฉบับจบครบที่เดียว!
สำหรับผู้ที่กำลังหาตำแหน่งงานใหม่ เชื่อว่าคงมีจำนวนไม่น้อยที่มองข้ามตำแหน่งงานในโรงงาน ด้วยหลากหลายเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป ทำให้อาจพลาดโอกาสดี ๆ ไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น บทความนี้จึงจะมาเป็นคู่มือ บอกข้อดีของการทำงานโรงงาน ไปจนถึงเทคนิคการทำงานโรงงานที่ควรรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และการเติบโตของ Career Path อธิบายแบบจบครบที่เดียว ติดตามได้เลยข้อดีของการทำงานโรงงานและเทคนิคการทำงานเพิ่มโอกาสก้าวหน้าเหตุผลที่หลายคนไม่อยากทำงานในโรงงานเหตุผลที่ใครหลายคนมองข้ามการทำงานโรงงานไปมีอยู่หลากหลาย แต่มีเหตุผลที่พบได้อยู่บ่อยครั้ง คือมองว่าเป็นงานที่เหนื่อย เพราะต้องทำงานซ้ำ ๆ แบบเดิม ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทั้งยังทำให้มีความรู้สึกจำเจ เบื่อหน่าย และขาดความท้าทายมีโอกาสต้องย้ายไปทำงานไกลบ้าน เพราะโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มักจะมีอยู่แค่ในบางพื้นที่และบางจังหวัดเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ต้องการที่จะอยู่ห่างจากครอบครัวอีกด้วยสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่สะดวกสบายเท่าไรนัก เพราะมีเสียงดังของเครื่องจักรตลอดเวลา และยังมีอากาศที่ร้อนอบอ้าว เสี่ยงต่อการเสียสุขภาพจิตและสุขภาพกายได้ง่ายข้อดีของการทำงานโรงงานเพื่อให้คนที่กำลังมองหางาน มีความสนใจที่จะลองสมัครงานโรงงานกันมากขึ้น เราก็มีข้อดีของการทำงานโรงงานมาบอกกันหาตำแหน่งงานว่างค่อนข้างง่ายเนื่องจากในโรงงานอุตสาหกรรมต้องประกอบด้วยตำแหน่งงานที่หลากหลาย และจำเป็นต้องใช้บุคลากรจำนวนมากในการขับเคลื่อนกระบวนการผลิตต่าง ๆ ทำให้การหาตำแหน่งงานว่างในโรงงานค่อนข้างง่าย และมีโอกาสได้งานสูงมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนที่สูงรู้ไหมว่าการทำงานโรงงานนั้น มีโอกาสได้รับค่าตอบแทนสูงไม่แพ้กับการทำงานในหลาย ๆ อาชีพ เพราะว่านอกจากรายได้ที่เป็นเงินเดือนพื้นฐานแล้ว ยังได้รับสวัสดิการจิปาถะ ทำให้รวมแล้วในแต่ละเดือนได้รับเงินค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาทเลยโบนัสที่มากกว่างานออฟฟิศในเมืองนอกจากรายได้ในแต่ละเดือนที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอีกหลาย ๆ งานแล้ว การทำงานโรงงานยังมีโอกาสได้รับโบนัส อย่างที่คงได้เคยเห็นในข่าวว่าแจกกันไม่น้อยกว่า 5-6 เดือน ซึ่งมากกว่าของคนที่ทำงานออฟฟิศในเมืองเสียอีกมีระบบ OT ที่ดีอีกหนึ่งข้อดีของการทำงานในโรงงาน ที่หาได้ยากในงานออฟฟิศหรืออีกหลายอาชีพ คือมีระบบ OT ที่ดี เพราะกฎหมายแรงงานมีการบังคับให้จ่ายเงินค่าล่วงเวลาเป็นรายชั่วโมง และสำหรับในวันหยุดนักขัตฤกษ์ยังต้องได้รับค่าแรงเป็น 2 เท่าด้วยได้ฝึกฝนหลากหลายทักษะงานโรงงานที่หลายคนมองว่าเป็นการทำอะไรที่ซ้ำเดิม แต่ในความจริงแล้วในแต่ละกระบวนการผลิตต้องอาศัยทักษะความสามารถที่แตกต่างกัน ทำให้คนที่ทำงานในโรงงานมีโอกาสได้ฝึกฝนทักษะต่าง ๆ และพัฒนาความสามารถของตนเองให้เพิ่มสูงขึ้นได้ร่วมทำงานกับคนหลายประเภทเพราะในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นแหล่งรวมของคนทำงานจำนวนมาก ทำให้การทำงานในโรงงานมีโอกาสพบเจอและทำงานกับคนหลายประเภท เป็นการฝึกฝนทักษะ Soft Skill ทั้งการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะการเป็นผู้นำ ทักษะการแก้ปัญหา และทักษะการสื่อสาร เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นโปรไฟล์ที่ดีใน Portfolio สำหรับนำไปต่อยอดจะเห็นได้ว่าทั้งการได้พัฒนาทักษะทางวิชาชีพในกระบวนการผลิตต่าง ๆ หรือการพัฒนาทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ล้วนเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้คนทำงานมีโปรไฟล์ที่ดีใน Portfolio และสามารถนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพอื่น ๆ ต่อไปในวันข้างหน้าได้เทคนิคการทำงานโรงงานให้ Career Path เติบโตเชื่อว่ามาถึงตรงนี้ คงมีหลายคนที่สนใจจะสมัครงานโรงงานกันแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการทำงานและมี Career Path เติบโต เรามีเทคนิคการทำงานโรงงานมาบอกกันศึกษาหาข้อมูลก่อนเลือกโรงงานที่จะไปทำ เพื่อจะได้รู้ว่าโรงงานแห่งนั้น เป็นอุตสาหกรรมประเภทใด เหมาะกับความรู้และความสามารถของเราหรือไม่ หรือเป็นสิ่งที่เราสนใจอยู่หรือไม่ เพื่อที่เมื่อเวลาได้ทำแล้ว จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสุขในการทำงานยิ่งรู้ภาษายิ่งได้เปรียบ เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนของต่างชาติ ทำให้มีบุคลากรที่เป็นคนต่างภาษามาทำงานร่วมกัน หากสื่อสารภาษาอังกฤษ หรือจีน และอื่น ๆ ได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสก้าวหน้าในงานได้สร้างมิตรไมตรีกับทุกคน ไม่เพียงแค่ให้การทำงานในหน้าที่ราบรื่น แต่ยังเป็นโอกาสได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ จากคนที่เคยทำงานมาก่อน และยังได้รับการสนับสนุนที่ดีจากผู้ที่อาวุโสกว่าอีกด้วยไม่หยุดที่จะเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ เพราะทักษะเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ยังติดตัวเราไป ในวันที่เราต้องการหางานใหม่ หรือย้ายที่ทำงาน ก็จะง่ายยิ่งขึ้นต้องมีความรอบคอบสูง มองหาข้อบกพร่องการทำงานอยู่เสมอ เพื่อเป็นการพัฒนาตนเอง สร้างผลงานที่มีคุณค่าและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไปกล้าที่จะเสนอไอเดียใหม่ ๆ ที่ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ที่ดีให้แก่งาน หรือเกิดประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของเพื่อนร่วมงานทุกคนไม่ปฏิเสธโอกาสที่เข้ามา ถึงแม้จะต้องย้ายไปไกลบ้าน หรือในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชิน หรือมีคนเสนอตำแหน่งงานที่ยังไม่เคยทำ ก็ไม่ควรปฏิเสธโอกาสเหล่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาตนเอง หรือสร้างรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยเมื่อได้เรียนรู้เทคนิคการทำงานโรงงานให้ Career Path เติบโตกันไปแล้ว ก็ถึงเวลาลุยสมรภูมิการทำงานจริง และไม่ว่าจะกำลังหางานที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ หรือจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรม การสมัครงานโรงงานชลบุรี หรือหางานโรงงานชลบุรีก็มีความน่าสนใจไม่น้อย นอกจากนี้ ยังมีบริษัทชั้นนำทั่วประเทศไทยที่รอคุณอยู่ แนะนำให้สร้าง Resume ที่มีข้อมูลครบถ้วน นำเสนอจุดแข็งและทักษะของคุณเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ HR ด้วย Super Resume จาก JOBTOPGUN แพลตฟอร์มหางานที่มีงานอัปเดตให้คุณทุกวัน ได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำกว่า 30,000 แห่ง พร้อมมีรีวิวบริษัทที่เปิดรับทำงาน ช่วยให้คุณรู้จักบริษัทดียิ่งขึ้นก่อนสมัครงาน มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วถึง 4.7 ล้านคน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-853-6999 หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android
Read more
Our Services, For You
Our website connects you with employers.
Read and write quality company reviews while presenting the best version of yourself.
Our website connects you with employers.Read and write quality company reviews while presenting the best version of yourself.
JOBTOPGUN
logojtg
Find jobs from over 2,000 leading companies.
Super Resume
logosr
Best present yourself,
with more than 3.3 million users.
and our partner...
YOUSAY / HRSAY
logoHR
Commends companies taking care of employees above market standards and Dream Companies.
Be informed about the right jobs
with JOBTOPGUN application
jobtopgun ios applicationjobtopgun android application
phone
Be informed about the right jobs
with JOBTOPGUN application
jobtopgun ios applicationjobtopgun android application
phone
findjob
Let us help you find your dream job
Don't miss this opportunity to improve your quality of life through having good work.
Login now and find your dream job together.

Finding your dream job is made easy with the user-friendly job website JOBTOPGUN.

Read more