1. ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย
การทำสัญญา: ตรวจสอบ แก้ไข และจัดทำสัญญาทุกประเภท เช่น สัญญาการค้า สัญญาจ้างงาน สัญญากับคู่ค้า เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท
การปฏิบัติตามกฎหมาย: ให้คำแนะนำเพื่อให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA), กฎหมายแรงงาน, กฎหมายภาษี และกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้า
ข้อพิพาททางกฎหมาย: ให้คำปรึกษาและวางแผนกลยุทธ์เมื่อบริษัทมีข้อพิพาท ไม่ว่าจะเป็นกับลูกค้า พนักงาน หรือคู่แข่ง
2. บริหารจัดการความเสี่ยง
ตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยง: คอยสอดส่องและแจ้งเตือนผู้บริหารถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
วางมาตรการป้องกัน: จัดทำนโยบายภายใน และฝึกอบรมพนักงานให้เข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาทางกฎหมายในอนาคต
3. เป็นตัวแทนบริษัท
ในบางกรณี อาจทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบริษัทในการเจรจาต่อรอง หรือการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เช่น:
การเจรจากับคู่ค้า: เข้าร่วมการเจรจาต่อรองเพื่อจัดทำข้อตกลงที่ยุติธรรมและเป็นประโยชน์กับบริษัท
การติดต่อกับหน่วยงานรัฐ: ประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อขอใบอนุญาต หรือชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ
4. การจัดการคดีความ
ในกรณีที่บริษัทต้องขึ้นศาล
ประสานงานกับทนายความภายนอก: หากบริษัทต้องว่าจ้างทนายความภายนอก นักกฎหมายภายในจะเป็นผู้ดูแลและประสานงานเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่น
รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน: เตรียมเอกสารและข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการสู้คดี