|
หลังอาหารเช้า
ฝนเริ่มซาเม็ดฟ้าเริ่มปลอดโปร่ง ผมและเพื่อนพร้อมด้วยเจ้าหน้ที่กว่า
20 ชีวิต ออกจาก พะเนินทุ่งแคมป์ ลัดเลาะไปตามถนนแคม ๆ ไปสิ้นสุดที่
กม.36 ขนเสบียง อุปกรณ์ต่าง ๆ ลงจากรถ เดินทางลงไป เค.ยู. แคมป์
ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เรือยาง 4 ลำ กว่าจะแบกหาม
ไปถึง ไม่ต้องพูดถึงความเหนื่อยอ่อน แถมเส้นทางสายนี้ยังมีทางชุกชุมไม่น้อย
และก็ดิ่งลงไปตลอดจน ถึงแม่น้ำเพชรบุรี ทางลงไป เค.ยู. แคมป์ เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ดีเยี่ยม
นอกจากจะได้เห็นสภาพ ป่าดงดิบแล้ว น้ำตกทอทิพย์ ก็เป็นจุดดึงดูดคนเดินทางมานักต่อนัก
เล่นเอาหลายคนร้องไม่ออกเมื่อเวลา เดินทางกลับซึ่งต้องเดินขึ้นเขาตลอด
กว่า 1 ชั่วโมง
มาถึง เค.ยู. แคมป์ บริเวณห้วยทอทิพย์ตัดกับสายน้ำเพชรบุรี หลายคนโดนทากกัดจน
เลือดไหลโชก หลังจากหปดสัมภาระ ต่างคนต่างทำหน้าที่กันอย่างรีบเร่ง
บางคนก็จัดการห่อสิ่งของ ป้องกันน้ำเข้าด้วยถุงพลาสติก บางคนก็ก่อไฟหุงข้าวรอคอยทีมงานที่กำลังสูบลมเข้าเรือยาง
4 ลำ กว่าจะเสร็จต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่งเวลา
11โมง ทุกอย่างก็เสร็จสิ้นพร้อมกับมาม่า หม้อใหญ่สุกพอดี
สัมภาระขนลงเรือทั้ง
4 ลำ ลำใหญ่ 4 ลำ นั่งได้ลำละ 8 คน ส่วนลำเล็ก 2 ลำ นั่งได้ลำละ
4 คน เสียง พี่โก๊ะสั่งการบอกลูกทีมทั้งหมดว่า การล่องเรือยางเป็นการล่องเรือที่ปลอดภัยกว่าการล่อแพไม้ไผ่
และยังเป็นการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ไม้ไผ่ไม่ถูกทำลายอีกด้วย เสื้อชูชีพจะช่วยให้เราไม่ต้องจมน้ำ
หมวกกันน็อกจะช่วยเมื่อเวลาเรือเข้าไปในพงไม้อาจจะถูกดีด หรือปะทะสิ่งสำคัญ
ทุกคนต้องฟัง คำสั่งจากนายท้ายเรืออย่างเคร่งครัด การพายเรือให้ไปในทิศทางเดียวกันต้องอยู่ที่ลูกทีม
จะให้เรือไป ทางซ้าย นายท้ายเรือจะบอกซ้ายส่ง หรือขวาส่ง การชะลอความเร็วให้พายทวนน้ำ
หลังจากได้ฟัง พี่โก๊ะบรรยาย เป็นที่เข้าใจ หรือไม่เข้าใจเป็นอีกเรื่อง
ส่วนใหญ่แล้วไม่มีมืออาชีพ มีอยู่เพียงไม่กี่คน ระดับน้ำ 3-4 ก็น่าจะพอเล่นได้อย่างไม่ลำยากนัก
สำหรับผมถึงจะผ่านการล่องแก่งมาทุกรูปแบบ ไม่ว่า จะเป็นเรือยาง หรือแพไม้ไผ่
ทีลอซู แก่งหินเพิง ลำน้ำว้า ทำให้ผมพอมีประสบการณ์อยู่บ้าง
|