|
เที่ยงวันออกจาก
เค.ยู. แคมป์ จุดเริ่มต้นของการล่องแก่งต้นแม้น้ำเพชรบุรี สายน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจาก
เทือกเขาตะนาวศรีที่นำมาใช้ในพิธีการสำคัญของประเทศเรา ช่วงฤดูฝนสายน้ำแห่งนี้ค่อนข้างจะเชี่ยว
กรากกว่าฤดูอื่นๆ เวลาผ่านไปราว 1 ชั่วโมง บนสายน้ำแห่งนี้ต้องยอมรับในความยิ่งใหญ่แห่งผืนป่า
ที่หนาทึบ ป่าไม้เบียดเสียดอยู่ตามเทือกเขาที่สูงชันคดโค้งโอบล้อมสายน้ำเอาไว้
ความสูงระดัง 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางของยอดเขางะงันนิยวกตอง
มอดูจนคอตั้งบ่า ช่วงแรก ๆ สายน้ำดูจะ ไม่รุนแรง แก่งก็มีน้อยเวลาส่วนใหญ่ปล่อยให้เรือยางไหลไปตามกระแสน้ำ
ระหว่างทางจะพบเห็น เหยี่ยวปลาใหญ่หัวเทาคอยดักจับปลาในแม่น้ำ บางตัวในอุ้งเล็บยังมีปลาติดก็มี
เช่นเดียวกับนกกระเต็น ใหญ่ปีกสีน้ำตาลคอยโฉบจับปลาในแม่น้ำ ที่น่าทึ่งสำหรับผมคือเจ้านกเค้าใหญ่สีคล้ำ
นับเป็นครั้งแรก ที่ผมเห็นในลำน้ำแห่งนี้
ผ่านโป่งซับชุมเห็ดเลยไปถึงโป่งสีชมพู
ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบติดริมแม่น้ำจะเห็นร่องรอยของ ด่านสัตว์เต็มไปหมด
โดยเฉพาะด่านของช้างป่า จนทำให้ทุกคนที่อยู่ในเรือต้องคอยระวัง เพราะว่า
ร่องรอยแต่ละแห่งนั้นเพิ่งเพิ่งผ่านไปหมาด ๆ คาดว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
บริเวณนี้นอกจากน้ำไม่ลึกแล้ว
ช้างป่าจะข้ามไปมาระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ บางแห่งก็เป็นโป่งอยู่ริมแม่น้ำ
อีกด้วย จนพี่โก๊ะสั่งให้ลูกทีมทั้งหมดคอยระวังด้วย ซึ่งตัวผมเองก็ยังเชื่อว่าสัตว์ป่าทุกประเภท
ค่อนข้าง จะหนีห่างไกลคนอยู่แล้ว เว้นเสียแต่สัตว์ได้รับบาดเจ็บเท่านี้ที่จะต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง
พี่โก๊ะยังบอกผม ด้วยว่าเส้นทางสายนี้เคยเดินทางผ่านขึ้นไปยอดเขางะงันนิยวกตอง
พบพรรณไม้แหลกๆ และนกที่หาดู ยากหลายชนิด
|