|
จากเกาะไก่เรามุ่งตรงขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ผ่านเกาะแดงที่มีระดับน้ำลึกสามารถดำแบบสกูบาได้ เรือพนา (เราใช้เรือใหญ่ช่วยย่นระยะทางในการเดินทาง)
แล่นด้วยความเร็วคงที่มุ่งหน้าสู่เกาะผักเบี้ย จุดหมายปลายทางของวันนี้
ก่อนถึงเกาะผักเบี้ยจะมีเกาะที่ชื่อเหลาลาดิง ที่นี่มีคนเก็บรังนกอาศัยอยู่
ก็นับเป็นจุดที่น่าแวะพัก
ปัจจุบันที่เหลาลาดิงมีการปรับพื้นที่รองรับการพักค้างคืนในรูปแบบเต้นท์ด้วย
เรือพนาแล่นผ่านเหลาลาดิงไม่ไกลนัก เกาะผักเบี้ยก็ปรากฏโฉมอยู่ตรงหน้า
หาดทรายขาวสะอาดสะท้อนแสงอาทิตย์ให้เห็นแต่ไกล เรือพนาเข้ามาจอดลอยลำด้านหน้าเกาะไร่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกันนัก
ผมได้คำแนะนำจากคุณสุรศักดิ์ว่าที่เกาะผักเบี้ยค่อนข้างอับลม
จะมีเกาะตรงข้ามที่ชื่อว่าเกาะไร่บรรยากาศดีกว่ามาก โดยเฉพาะเรื่องลม
เรือคายัก Feel Free ถูกปล่อยลงน้ำอีกครั้ง พวกเราพายเรือพร้อมสัมภาระขึ้นเกาะเพื่อเตรียมสถานที่ตั้งแคมป์
บรรยากาศแรมคืนแบบง่ายๆ ท่ามกลางหาดทราย สายลม แสงจันทร์ พร้อมกองไฟกองเล็ก
และหมึกตัวเขื่องที่ได้จากการพายเรือคายักลากเบ็ดโดยฝีมือคุณดำ ไต๋เรือพนา
มันเป็นคืนที่ผมรู้สึกสงบสุขอย่างบอกไม่ถูก
ถึงที่สุดแล้วชีวิตของคนเราคงไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้หวนกลับคืนสู่ธรรมชาติตามรอยทางของคนรุ่นเก่าที่มีเพียงสองมือและสองขาก็สามารถเดินทางท่องไปในที่ต่างๆ
ได้
เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นหลังจากเต็มที่กับค่ำคืนที่ผ่านมา
ช่วงเช้าพวกผมใช้เวลากับการสำรวจโดยรอบ เริ่มจากเกาะไร่ที่เราใช้เป็นที่พัก
ผมเริ่มพายเรือวนไปรอบๆ เกาะ น้ำทะเลที่นี่ค่อนข้างใสสะอาดมาก สามารถมองเห็นกองหินและปะการังแข็งจำพวกปะการังสมองได้อย่างชัดเจน
|