คุณมิตร โชเฟอร์ที่ขับรถมาส่งเราเหมือนจะรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ จึงอยู่ๆก็เดินมาบอกผมว่า "ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวน้ำก็มา" แล้วคุณมิตรก็เดินกลับไป ในขณะที่ผมกำลังสาละวนอยู่กับการตระเตรียมอุปกรณ์บางส่วน เสียงใครบางคนในคณะตะโกนลั่นคุ้งน้ำ "เฮ้ย!!! เลื่อนรถ... เลื่อนรถ" ผมยังไม่เห็นเลยด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น สักพักคุณมิตรตะโกนบอกซ้ำว่า "มนตรี! เลื่อนรถขึ้นฝั่งเร็ว น้ำท่วมแล้ว" ผมหันกลับไปมองจุดที่จอดรถไว้ริมน้ำตอนเอาเรือลง เห็นน้ำกำลังเอ่อท่วมขอบล้อรถสูงขึ้นเรื่อยๆ คุณต่อจากจังเกิลราฟต์ที่อาสาไปส่งพวกเราซึ่งอยู่ใกล้รถมากที่สุด รีบกระโดดขึ้นรถสตาร์ทเครื่องขับออกจากชายหาดขึ้นฝั่งทันที เดชะบุญที่ยังไหวตัวทัน ช้าอีกนิดมีหวังคงได้ปล่อยปา (เจโร) ลงแม่น้ำแน่ เหตุที่กระแสน้ำขึ้นเร็วเช่นนี้ก็เพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่ทางเขื่อนเริ่มปล่อยน้ำพอดี ปริมาณน้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆและไหลแรงพอที่พวกเราจะได้ออกเดินทางกันเสียที ในช่วงแรกกระแสน้ำยังคงแรงอยู่ จึงไม่ต้องออกแรงพายมากนัก

กลุ่มเรือคายักของพวกเราล่องผ่านสะพานแขวนที่เชื่อมโยงชุมชนสองฟากฝั่งแม่น้ำให้ชาวอำเภอทองผาภูมิ ไปมาหาสู่กัน เราล่องเรือไกลห่างออกไป จนเริ่มเข้าเขตพื้นที่ป่าสมบูรณ์ที่แน่นทึบไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และพรรณไม้เลื้อยที่ห้อยระย้าเป็นแผงลงมาระเรี่ยสายน้ำราวกับม่านไพรที่ปิดบังซ่อนเร้นความงดงามอยู่เบื้องหลัง สายน้ำไหลพาเรือเราเข้าไปโต้ระลอกคลื่นเล็กๆอยู่เป็นระยะ ผ่านกำแพงผาหินปูนสูงที่ทิ้งดิ่งลงมาตั้งฉากกับสายน้ำนานนับปีที่ถูกกัดเซาะเว้าเข้าไปเป็นหลืบโพรงใต้น้ำ พวกเราพายเรือเลียบเข้าไปใกล้ๆ ต่างคนก็ต่างบังคับเรือผ่านโพรงผาช่วงนั้นมาได้ และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเรือลำสุดท้ายของเพื่อนนักพายมือใหม่ที่ร่วมชะตากรรมกับฝรั่งชาวยุโรปที่กำลังตามหลังมาถูกกระแสน้ำพัดเข้าไปปะทะแปะติดกับโพรงผา เพียงชั่วพริบตาเรือลำนั้นก็เกิดพลิกคว่ำทันที คู่ร่วมชะตากรรมเกาะเรือลอยตัวหลุดออกมาขึ้นริมฝั่งได้อย่างปลอดภัย

เบื้องหน้าสภาพสายน้ำไหลลาดลงสู่ที่ต่ำอย่างเห็นได้ชัด กระแสน้ำปะทะผ่านโขดหินใต้น้ำเกิดเป็นคลื่นแตกฟองขาวเสียงดังก้องไปทั่ว กลุ่มเรือของพวกเราจึงตัดสินใจที่จะหยุดดูทิศทางกระแสน้ำเหนือแก่งกันก่อน ปรากฏว่ามันเป็นเพียงแก่งคลื่นระดับ 2 เท่านั้น ดูไม่สมกับเสียงที่ดังก้องขู่เรามาแต่ไกล เราเลือกร่องน้ำที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงกับเรือล่ม การลงแก่งเราเพียงบังคับหัวเรือ ให้ลงตรงร่องน้ำเท่านี้ก็หมดปัญหา

เรามาแวะพักกินข้าวกลางวันกันที่หมู่บ้านปรังกาสี ผมเช็คข้อมูลจาก GPS อุปกรณ์นำทางที่พกติดมาด้วย เราใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงจากจุดเริ่มต้น ด้วยระยะทาง 11.5 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง