เรือนแพนักท่องเที่ยวถูกเรือหางยาวลากขึ้นลงขวักไขว่ไปมา เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มก้องแข่งกับเสียงเพลงจังหวะสนุกปลุกความมันให้ขึ้นมาเต้นกันทั่วแพดังสนั่นไปทั่วราวป่า เรือนแพลำหนึ่งถูกลากมาจอดใกล้ๆ กับแคมป์ของพวกเรา หลงดีใจว่าคืนนี้เราจะได้มีเพื่อนบ้าน นักท่องเที่ยวที่มากับแพลำนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ อายุอานามน่าจะอยู่ที่ 40 ขึ้น มีเด็กปะปนบ้างแต่ไม่มากนัก ดูทีท่าเหมือนจะเป็นพวกที่ชอบบรรยากาศความเงียบสงบของธรรมชาติ จึงเลือกมาลงหลักปักสมอข้างแคมป์เรา ไม่นานนักแสงสุดท้ายก็หมดลง พวกเรายังคงนั่งเสวนากันอยู่หน้าเต็นท์ ไม่ไปไหน แสงไฟจากเรือนแพสว่างขึ้นจนทำให้พื้นที่ตรงแคมป์ของเราไม่มืดจนเกินไปนัก ในช่วงเวลาของอาหารค่ำ บนเรือนแพมีการจัดเลี้ยงดูใหญ่โต ระหว่างนั้นบทเพลงจากนักร้องก็เริ่มขับกล่อมให้แขกเหรื่อบนเรือนแพฟังเคล้าบรรยากาศอาหารค่ำด้วยเครื่องดนตรีวงใหญ่ที่ถูกรวมเข้าไว้ในคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย จากบทเพลงช้าๆเบาๆฟังสบายกลับกลายเป็นบทเพลงเร้าใจคึกคักที่กระชากใจวัยดึกให้ขึ้นมาเต้นกันอย่างสนุกสนาน พวกเราต่างก็นั่งจ้องมองหน้ากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำ เป็นอันรู้กันว่ายังไม่ดึกเกินกว่าที่จะย้ายไปหาที่นอนกันใหม่ ซึ่งคุณซันนี่อาสาพาเราไปนอนที่แพพักส่วนตัวของคุณเตี้ย คนสนิทที่รู้จักกันมานาน ทุกคนตกลงเห็นพ้องต้องกัน จึงช่วยกันเก็บสัมภาระ ขนลงเรือ พายหายเข้าไปอยู่ในความมืดที่มีเพียงแสงตะเกียงนำทาง ห่างออกไปจากจุดเดิมราว 500 เมตร คือแพพักที่เรียบง่ายสำหรับการแรมคืนของเรา

เสียงเรือหางยาวปลุกให้เราตื่นขึ้นมาพบกับเช้าวันใหม่ในวันที่สามของการเดินทาง หลังอาหารเช้าเราพายเรือออกไปเที่ยวชมน้ำตกไทรโยคอย่างใกล้ชิด บันทึกภาพความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเคยได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งไทรโยค เราออกเดินทางกันต่อ ทิ้งภาพเรือนแพในแควน้อยที่มีสายน้ำตกไทรโยคเป็นฉากไว้เบื้องหลัง สายน้ำที่คดโค้งพาเรือของเราลัดเลาะหน้าผาหินปูน ทะลุผ่านเวิ้งถ้ำน้อยใหญ่หลายแห่ง ความงามของทัศนียภาพหน้าผาที่ถูกปกคลุมด้วยต้นจันทน์ผาขึ้นเกาะกลุ่มเป็นดงโดดเด่นแลเห็นได้ทุกผา

ระหว่างทางพวกเรายังได้พบเห็นนกเงือกกาฮัง 3 ตัวบินผ่านสายตาหายเข้าไปในต้นไม้ใหญ่ ดัชนีแห่งปักษาที่แสดงให้เรารู้ว่าสภาพของผืนป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก โดยเฉพาะในเขตอุทยานฯไทรโยคถือว่าเป็นจุดเด่นที่สวยงามที่สุดตลอดการเดินทางมา