ประเภทการจ้างงาน มีกี่แบบ ประจำ สัญญาจ้าง พาร์ทไทม์ ฟรีแลนซ์ ได้สิทธิอะไร

ประเภทการจ้างงาน มีกี่แบบ ประจำ สัญญาจ้าง พาร์ทไทม์ ฟรีแลนซ์ ได้สิทธิอะไร

สรุปสั้น ๆ

  • ใครที่ทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้าง “ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร” ก็คือลูกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ชื่อประเภทงานบอกแค่ระยะสัญญา ชั่วโมงทำงาน หรือวิธีจ่ายเงิน เลือกงานที่ตรงกับคุณได้ที่ หางานบน JOBTOPGUN
  • ลูกจ้างทุกแบบได้สิทธิขั้นต่ำชุดเดียวกัน เช่น ได้ค่าจ้างวันลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี และเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ถ้าอายุ 15–60 ปีและอยู่ในข่ายประกันสังคม ส่วนฟรีแลนซ์ไม่ใช่ลูกจ้าง ต้องดูแลตัวเองผ่านประกันสังคมมาตรา 40 หรือ 39
  • สัญญาจ้างที่ครบกำหนดแล้วบริษัทไม่ต่อ นับเป็นการเลิกจ้าง ถ้าทำงานครบ 120 วันขึ้นไปต้องได้ค่าชดเชยตามอายุงาน ยกเว้นงานที่เข้ามาตรา 118 วรรคสี่ ประกาศงานบน JOBTOPGUN ทุกตำแหน่งบอกประเภทงานไว้ให้เช็กก่อนสมัคร

การจ้างงานคือการที่คนหนึ่งตกลงทำงานให้อีกฝ่ายเพื่อรับค่าตอบแทน ประเภทการจ้างงานที่เจอบ่อยในไทยมี 4 แบบ คือ งานประจำ งานสัญญาจ้าง งานพาร์ทไทม์หรือรายวัน และงานฟรีแลนซ์ สามแบบแรกเป็นลูกจ้างตามกฎหมาย ส่วนฟรีแลนซ์เป็นผู้รับจ้างทำของ

สัญญาจ้างไม่ต่อได้ค่าชดเชยไหม พาร์ทไทม์มีประกันสังคมไหม กฎหมายตอบเรื่องเหล่านี้ไว้ชัด และตารางด้านล่างสรุปให้ดูทีละแบบ

บทความนี้สรุปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ที่แก้ไขล่าสุดถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 สำหรับงานภาคเอกชน ไม่รวมพนักงานราชการหรือการจ้างเหมาบริการของหน่วยงานรัฐ

การจ้างงานคืออะไร ลักษณะการจ้างงานแบบไหนเรียกว่าลูกจ้าง

การจ้างงาน (Employment) คือข้อตกลงที่ลูกจ้างทำงานให้นายจ้าง และนายจ้างจ่ายค่าจ้างตอบแทนการทำงาน กฎหมายเรียกข้อตกลงนี้ว่าสัญญาจ้าง ซึ่งจะทำเป็นหนังสือ ตกลงกันด้วยวาจา หรือเป็นที่เข้าใจกันโดยปริยายก็ได้ ถ้าคุณทำงานให้นายจ้างและได้ค่าจ้าง คุณคือลูกจ้าง แม้ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร

นิยามตามกฎหมาย: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 5 ให้ความหมายว่า ลูกจ้าง คือ “ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร”

ค่าจ้างกำหนดเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนก็ได้ วิธีจ่ายเงินจึงไม่ได้เปลี่ยนว่าคุณเป็นลูกจ้างหรือไม่

กฎหมายฉบับเดียวกันแยก “ผู้ว่าจ้าง” ซึ่งจ่ายสินจ้างตอบแทนผลสำเร็จของงาน ออกจาก “นายจ้าง” นี่คือเส้นแบ่งระหว่างลูกจ้างกับฟรีแลนซ์

ลูกจ้างมีกี่ประเภท

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานนิยามลูกจ้างไว้แบบเดียว ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร ในเรื่องรูปแบบสัญญาและการจ่ายเงิน สิ่งที่ทำให้สิทธิบางข้อต่างกันมี 2 เรื่อง

  • สัญญามีกำหนดระยะเวลาหรือไม่: มีผลต่อการบอกเลิกสัญญาและค่าชดเชยเมื่อสัญญาจบ
  • ได้ค่าจ้างรายวันหรือรายชั่วโมง: ลูกจ้างแบบนี้ไม่ได้ค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ ต่างจากลูกจ้างรายเดือน (มาตรา 56)

ถ้าเป็นพนักงาน Outsource ที่บริษัทรับเหมาค่าแรงส่งไปทำงานที่บริษัทอื่น ก่อนรับงานให้ถามว่าบริษัทไหนจ่ายเงินเดือน ออกสลิป และยื่นประกันสังคมให้คุณ

ประเภทการจ้างงานมีกี่แบบ (รูปแบบการจ้างงานที่เจอในประกาศงาน)

กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนประเภทการจ้างงานไว้ แต่รูปแบบที่เจอบ่อยในประกาศงานไทยมี 4 แบบ คือ งานประจำ งานสัญญาจ้าง งานพาร์ทไทม์หรือรายวัน และงานฟรีแลนซ์ ชื่อเหล่านี้บอกเรื่องที่ต่างกัน 4 เรื่อง

  • ระยะสัญญา: ไม่มีกำหนด (งานประจำ) หรือมีกำหนดวันจบ (สัญญาจ้าง)
  • ชั่วโมงทำงาน: เต็มเวลา (Full-time) หรือไม่เต็มเวลา (Part-time)
  • วิธีจ่ายเงิน: รายเดือน รายวัน หรือรายชั่วโมง
  • ความสัมพันธ์ตามกฎหมาย: ลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างทำของ (ฟรีแลนซ์)

พาร์ทไทม์และรายวันจึงเป็นเรื่องชั่วโมงทำงานกับวิธีจ่ายเงิน ไม่ใช่สถานะทางกฎหมายแยกต่างหาก งานพาร์ทไทม์ทำสัญญาแบบไม่มีวันสิ้นสุดได้เหมือนงานประจำ

การทดลองงานไม่ใช่ประเภทการจ้างงาน กฎหมายถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา (มาตรา 17)

ประกาศงาน JOBTOPGUN ทุกตำแหน่งบอกประเภทงานไว้ใต้ชื่องาน (ไอคอนกระเป๋า) และประกาศช่วงพฤศจิกายน 2568 ถึงตุลาคม 2569 ส่วนใหญ่เป็นงานประจำ

Employment type หรือ Type of job คือคำเรียกประเภทงาน

Employment type หรือ Type of job / Type of work ในประกาศงานภาษาอังกฤษ คือช่องที่บอกประเภทการจ้างงานของตำแหน่งนั้น

คำในประกาศงานภาษาอังกฤษ แปลว่าอะไร
คำในประกาศงาน ภาษาไทยที่ใช้กัน ความหมายสั้น ๆ
Permanent งานประจำ สัญญาจ้างไม่มีวันสิ้นสุด
Full-time งานเต็มเวลา ทำงานเต็มเวลาทำงานปกติของบริษัท ใช้ได้ทั้งงานประจำและงานสัญญาจ้าง
Contract / Temporary งานสัญญาจ้าง งานชั่วคราว สัญญามีวันสิ้นสุดที่ตกลงไว้
Part-time งานพาร์ทไทม์ ทำงานน้อยชั่วโมงหรือน้อยวันกว่างานเต็มเวลา
Casual / Daily งานรายวัน รายชั่วโมง ได้ค่าจ้างตามวันหรือชั่วโมงที่ทำ
Outsource / Subcontract พนักงาน Outsource รับเหมาค่าแรง บริษัทหนึ่งส่งไปทำงานที่อีกบริษัทหนึ่ง
Freelance ฟรีแลนซ์ รับจ้างทำของ รับงานเป็นชิ้น ได้เงินเมื่องานสำเร็จ
Internship ฝึกงาน นักศึกษาฝึกงานในบริษัทช่วงสั้น ๆ

ตารางเทียบสิทธิแต่ละประเภทการจ้างงาน

ลูกจ้างทุกแบบ ทั้งประจำ สัญญาจ้าง พาร์ทไทม์ และรายวัน อยู่ใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานเหมือนกัน จุดที่ต่างคือการบอกเลิกสัญญา ค่าชดเชยเมื่อครบสัญญา และค่าจ้างวันหยุดประจำสัปดาห์ของคนรับค่าจ้างรายวัน ส่วนฟรีแลนซ์ที่รับจ้างทำของไม่ได้สิทธิตาม พ.ร.บ. นี้

ประเภท พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ประกันสังคม วันลาและวันหยุด เลิกจ้าง / ครบสัญญา ภาษี
งานประจำ (รวมช่วงทดลองงาน) คุ้มครอง มาตรา 33 ลาป่วย ลากิจ พักร้อน วันหยุดตามประเพณี ครบตามกฎหมาย บอกล่วงหน้าหรือจ่ายค่าจ้างแทน + ค่าชดเชยเมื่อทำงานครบ 120 วัน (ยกเว้นเลิกจ้างตามมาตรา 119) เงินได้ 40(1) นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่าย
งานสัญญาจ้าง คุ้มครอง มาตรา 33 เหมือนงานประจำ ไม่ต่อสัญญา = เลิกจ้าง ครบ 120 วันได้ค่าชดเชย ยกเว้นงานตามมาตรา 118 วรรคสี่ เงินได้ 40(1)
พาร์ทไทม์ รายวัน รายชั่วโมง คุ้มครอง มาตรา 33 สิทธิลาเหมือนกัน แต่รายวัน/รายชั่วโมงไม่ได้ค่าจ้างวันหยุดประจำสัปดาห์ ตามระยะสัญญาที่ตกลง (ประจำหรือมีกำหนด) เงินได้ 40(1)
ฟรีแลนซ์ (รับจ้างทำของ) ไม่คุ้มครอง สมัครเองมาตรา 40 หรือมาตรา 39 ไม่มีวันลาตามกฎหมาย ไม่มีค่าชดเชย ว่ากันตามสัญญางาน ค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ 40(8) ที่บริษัทจ่าย: หัก ณ ที่จ่าย 3%

ประกันสังคมมาตรา 33 ใช้กับลูกจ้างอายุ 15–60 ปี ยกเว้นบางกลุ่มที่กฎหมายยกเว้น · ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 5, 17, 56, 118, 119 · พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 4, 5, 33 · สำนักงานประกันสังคม · คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528

สิทธิที่ลูกจ้างทุกแบบได้เหมือนกัน

  • ค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัด
  • ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง ได้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี (มาตรา 32, 57)
  • ลากิจธุระอันจำเป็นได้อย่างน้อย 3 วันทำงานต่อปี ได้ค่าจ้างไม่เกิน 3 วัน (มาตรา 34, 57/1)
  • วันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ห่างกันไม่เกิน 6 วัน (มาตรา 28)
  • วันหยุดตามประเพณีอย่างน้อย 13 วันต่อปี รวมวันแรงงานแห่งชาติ (มาตรา 29)
  • พักร้อนอย่างน้อย 6 วันทำงานต่อปี เมื่อทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี (มาตรา 30)
  • ลาคลอดไม่เกิน 120 วัน นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ไม่เกิน 60 วัน (มาตรา 41, 59)
  • ลาไปช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน ใช้ภายใน 90 วันนับแต่วันคลอด และได้ค่าจ้าง (มาตรา 41/1, 59/2)

คำว่า “สวัสดิการเหมือนพนักงานประจำ” ไม่ได้มาจากชื่อประเภทงาน สิทธิตามกฎหมายข้างบนเท่ากันทุกแบบ ส่วนโบนัส กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และประกันสุขภาพ ขึ้นกับแต่ละบริษัท อ่านฝั่งพนักงานประจำเพิ่มได้ใน สิทธิพนักงานประจำแบบละเอียด

การจ้างงานแบบประจำ: พนักงานประจำ (Permanent)

พนักงานประจำคือลูกจ้างที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดวันสิ้นสุด ทำงานไปเรื่อย ๆ จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกเลิก ถ้านายจ้างจะเลิกจ้าง ต้องบอกล่วงหน้าเป็นหนังสือหรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกล่วงหน้า (ยกเว้นเลิกจ้างตามมาตรา 119) และต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานเมื่อคุณทำงานครบ 120 วันขึ้นไป

ค่าชดเชยตามอายุงาน

ทำงานติดต่อกัน ค่าชดเชยอย่างน้อย (ค่าจ้างอัตราสุดท้าย)
120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี 30 วัน
1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี 90 วัน
3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี 180 วัน
6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี 240 วัน
10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี 300 วัน
20 ปีขึ้นไป 400 วัน

ถ้าถูกเลิกจ้างเพราะเหตุตามมาตรา 119 เช่น ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ดูตัวอย่างการคำนวณได้ใน ค่าชดเชยเลิกจ้างตามอายุงาน

งานประจำมักให้ความมั่นคงและเส้นทางเติบโตที่ชัดกว่า ดูตำแหน่งที่เปิดรับได้ที่ หางานพนักงานบริษัท

พนักงานสัญญาจ้าง (Contract) และค่าชดเชยเมื่อครบสัญญา

พนักงานสัญญาจ้างคือลูกจ้างที่สัญญามีวันสิ้นสุดแน่นอน เช่น 6 เดือนหรือ 1 ปี สัญญาจบเองเมื่อครบกำหนดโดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า แต่ถ้าบริษัทไม่ต่อสัญญา กฎหมายนับเป็นการเลิกจ้าง ถ้าคุณทำงานครบ 120 วันขึ้นไปต้องได้ค่าชดเชยตามอายุงาน เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นด้านล่าง

มาตรา 118 วรรคสองนับการไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อ “ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด” เป็นการเลิกจ้าง ส่วนข้อยกเว้นในวรรคสี่ใช้ได้เมื่อครบทั้ง 3 ข้อ

  1. เป็นงานโครงการเฉพาะที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจนายจ้าง งานครั้งคราว หรืองานตามฤดูกาล
  2. งานนั้นต้องเสร็จภายในไม่เกิน 2 ปี
  3. นายจ้างและลูกจ้างทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เริ่มจ้าง

แผนภาพเช็กว่าสัญญาจ้างที่ครบกำหนดแล้วบริษัทไม่ต่อ ได้ค่าชดเชยหรือไม่ ตามมาตรา 118

ถ้านายจ้างจ้างเป็นช่วง ๆ เพื่อไม่ให้ลูกจ้างได้สิทธิ มาตรา 20 ให้นับอายุงานทุกช่วงรวมกัน ไม่ว่าแต่ละช่วงจะห่างกันเท่าใด

งานสัญญาจ้างดีไหม

งานสัญญาจ้างให้ประสบการณ์เป็นโครงการชัดเจน แต่คุณต้องรอลุ้นการต่อสัญญาทุกรอบ

  • การต่อสัญญา: ถามว่าตำแหน่งนี้ต่อสัญญากันอย่างไร และมีโอกาสปรับเป็นพนักงานประจำไหม
  • เหมาะกับใคร: คนที่อยากได้ประสบการณ์งานเฉพาะในเวลาที่กำหนด และรับความไม่แน่นอนเรื่องการต่อสัญญาได้

ประกาศงานสัญญาจ้างบน JOBTOPGUN ช่วงพฤศจิกายน 2568 ถึงตุลาคม 2569 ระบุกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและโบนัสในหัวข้อสวัสดิการน้อยกว่าประกาศงานประจำ จึงควรเทียบหัวข้อนี้ทีละประกาศ ดู ประกาศที่ระบุคำว่าพนักงานสัญญาจ้าง

การจ้างงานแบบพาร์ทไทม์ รายวัน และรายชั่วโมง

คนทำงานพาร์ทไทม์ รายวัน หรือรายชั่วโมงที่รับค่าจ้างจากนายจ้าง คือลูกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเคยวินิจฉัยว่านักเรียนที่ทำงานพาร์ทไทม์โดยได้ค่าจ้างอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. นี้ จึงได้ค่าจ้างขั้นต่ำ วันลา และวันหยุดตามกฎหมายเช่นกัน

ค่าจ้างขั้นต่ำของงานพาร์ทไทม์

ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ 337–400 บาทต่อวันตามพื้นที่

อัตรา 400 บาทใช้ในกรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ภูเก็ต ระยอง และอำเภอเกาะสมุย ส่วน 337 บาทใช้ในนราธิวาส ปัตตานี และยะลา

ข้อยกเว้นคือกิจการโรงแรมประเภท 2–4 และสถานบริการ ใช้ 400 บาททุกจังหวัด

ทำงานไม่เต็มวัน ไม่ได้แปลว่าได้ค่าจ้างขั้นต่ำแค่ตามสัดส่วนชั่วโมง ประกาศเดียวกันให้คำว่า “วัน” หมายถึงเวลาทำงานปกติของลูกจ้าง “แม้นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานน้อยกว่าเวลาทำงานปกติเพียงใดก็ตาม”

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ระบุว่า “จะคำนวณโดยเฉลี่ยจ่ายเป็นรายชั่วโมงมิได้” ส่วน 40 บาทต่อชั่วโมงสำหรับนักเรียน นักศึกษา เป็นเพียงข้อแนะนำ

วันหยุด วันลา และประกันสังคม

ลูกจ้างรายวันและรายชั่วโมงไม่ได้ค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ แต่ได้ค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณีและวันพักร้อน (มาตรา 56) คำว่า “ทำวันไหนได้วันนั้น ไม่มีวันลา” จึงถูกแค่ครึ่งเดียว

พ.ร.บ.ประกันสังคมให้ลูกจ้างที่อายุ 15–60 ปีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยไม่ได้แยกตามชั่วโมงทำงาน ยกเว้นบางกลุ่มที่กฎหมายยกเว้น เช่น ลูกจ้างงานบ้านที่ไม่มีการประกอบธุรกิจ (มาตรา 4 และ 5)

นายจ้างต้องยื่นรายชื่อภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน เงินสมทบปกติคือฝ่ายละ 5% คิดจาก ฐานค่าจ้าง 1,650–17,500 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569

งานพาร์ทไทม์เหมาะกับคนที่ต้องการเวลาเหลือไว้เรียนหรือทำเรื่องอื่น โดยยังได้สิทธิแบบลูกจ้าง อ่านเพิ่มใน งาน Full Time กับ Part Time ต่างกันยังไง

การจ้างงานแบบฟรีแลนซ์ (Freelance)

ฟรีแลนซ์คือคนที่รับจ้างทำงานให้สำเร็จเป็นชิ้น ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินตอบแทนผลสำเร็จของงาน ไม่ได้จ่ายค่าจ้างตามเวลาทำงาน ตามนิยามในมาตรา 5 ฟรีแลนซ์ที่ทำงานแบบนี้จริงจึงไม่ใช่ลูกจ้าง ไม่ได้วันลาหรือค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

เช็กว่าคุณเป็นลูกจ้างหรือฟรีแลนซ์

ชื่อในสัญญาไม่ได้ตัดสินทุกอย่าง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดูจากข้อเท็จจริงของการทำงาน

เปรียบเทียบลูกจ้างกับฟรีแลนซ์ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ประกันสังคม และภาษี

คำถามที่ช่วยคิด

  • คุณได้เงินตามเวลาทำงาน หรือตามชิ้นงานที่ส่ง
  • ใครกำหนดเวลาและวิธีทำงานของคุณ
  • คุณถูกหักภาษีแบบเงินเดือน หรือแบบค่าบริการ

ถ้าสัญญาเรียกคุณว่าฟรีแลนซ์ แต่คุณทำงานตามเวลาที่บริษัทกำหนดและได้ค่าจ้างตามเวลาเท่ากันทุกเดือน ความสัมพันธ์นี้อาจเป็นการจ้างแรงงาน ซึ่งคุณควรได้สิทธิแบบลูกจ้าง

ประกันสังคมและภาษีของฟรีแลนซ์

ฟรีแลนซ์ที่อายุ 15–65 ปีและไม่ได้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือ 39 สมัคร ประกันสังคมมาตรา 40 ได้ 3 ทางเลือก จ่าย 70 บาท 100 บาท หรือ 300 บาทต่อเดือน ทางเลือกที่ 3 คุ้มครอง 5 กรณี

ถ้าคุณเพิ่งลาออกจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์ และเคยส่งเงินสมทบมาตรา 33 มาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน สมัคร ผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ภายใน 6 เดือนหลังออกจากงาน จ่ายเงินสมทบเดือนละ 432 บาท

งานฟรีแลนซ์เหมาะกับคนที่มีงานต่อเนื่องจากหลายผู้ว่าจ้าง และวางแผนเงินสำรองเองได้ เพราะไม่มีวันลาหรือค่าชดเชยตามกฎหมายรองรับ

เรื่องภาษี ถ้าเงินที่คุณได้เป็นค่าจ้างทำของหรือค่าบริการตามมาตรา 40(8) และผู้จ่ายเป็นบริษัทหรือนิติบุคคล บริษัทจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ตาม คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528

ถ้าผู้จ่ายหักผ่านระบบ e-Withholding Tax การจ่ายระหว่าง 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 ใช้อัตราที่ลดลงตามกฎกระทรวง

เก็บหนังสือรับรองการหักภาษีไว้ทุกใบ อ่านต่อได้ใน ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร

อ่านประกาศงานและข้อเสนองาน ให้รู้ว่าได้สิทธิแบบไหน

ก่อนรับข้อเสนองาน ให้เช็ก 6 เรื่อง ได้แก่ ประเภทงาน วันสิ้นสุดสัญญาและลักษณะงาน ประกันสังคม สวัสดิการในประกาศ ค่าจ้าง และสัญญาเป็นหนังสือ คำตอบเหล่านี้บอกว่าคุณได้สิทธิตามกฎหมายแบบไหน และได้อะไรจากบริษัทเพิ่ม

  • ประเภทงาน: ดูใต้ชื่อตำแหน่งในประกาศงาน JOBTOPGUN
  • วันสิ้นสุดสัญญาและลักษณะงาน: ถ้าเป็นสัญญาจ้าง ถามว่าเป็นงานปกติของบริษัทหรือโครงการที่มีวันจบ
  • ประกันสังคม: ถามว่าบริษัทจะยื่นให้คุณเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ไหม
  • หัวข้อ “สวัสดิการ” ในประกาศ: มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสุขภาพ หรือโบนัสไหม
  • ค่าจ้าง: ค่าจ้างต่อวันต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดที่ทำงาน
  • สัญญา: ขอสัญญาเป็นหนังสือ และเก็บสำเนาไว้

ดูว่าคนที่ทำงานอยู่จริงมองบริษัทอย่างไรจาก รีวิวบริษัทจากพนักงาน ใน 4 ด้าน คือ ชีวิตดี งานดี เงินดี และสังคมดี ได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ

สำหรับนายจ้าง: 3 เรื่องที่ต้องทำให้ถูก

  • ยื่นรายชื่อลูกจ้างที่อยู่ในข่ายประกันสังคมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน
  • ไม่จ่ายค่าชดเชยเมื่อสัญญาจบได้เฉพาะงานตามมาตรา 118 วรรคสี่ ที่ทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง
  • เลิกจ้างลูกจ้างสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลาโดยไม่บอกล่วงหน้า ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวในวันที่ให้ออก (ยกเว้นเลิกจ้างตามมาตรา 119)

Career Tip จาก JOBTOPGUN

ได้ข้อเสนอเป็นสัญญาจ้าง 1 ปี ให้ถาม HR ตรง ๆ ว่า “ตำแหน่งนี้เป็นงานปกติของบริษัท หรือเป็นโครงการที่มีวันจบ” แล้วขอให้เขียนไว้ในสัญญา

สิ่งที่ตัดสินเรื่องค่าชดเชยเมื่อบริษัทไม่ต่อสัญญาคือลักษณะงานจริงตามมาตรา 118 วรรคสี่ คำตอบนี้ช่วยให้รู้ล่วงหน้า และเก็บสัญญากับสลิปเงินเดือนทุกฉบับไว้ใช้นับอายุงาน

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจ้าง 1 ปี ครบแล้วบริษัทไม่ต่อ ได้ค่าชดเชยไหม

ได้ ถ้างานของคุณเป็นงานปกติของบริษัทและทำงานครบ 120 วันขึ้นไป เพราะกฎหมายนับการไม่ต่อสัญญาเป็นการเลิกจ้าง ข้อยกเว้นมีเฉพาะงานโครงการ งานครั้งคราว หรืองานตามฤดูกาลที่เสร็จภายใน 2 ปี และทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง

งานพาร์ทไทม์ต้องมีประกันสังคมไหม

ต้องมี ถ้าคุณเป็นลูกจ้างพาร์ทไทม์อายุ 15–60 ปีที่อยู่ในข่ายประกันสังคม เพราะมาตรา 33 ไม่ได้แยกตามชั่วโมงทำงาน และนายจ้างต้องยื่นรายชื่อภายใน 30 วัน

นายจ้างมีกี่ประเภท

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานแยกนายจ้าง ที่จ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้าง ออกจากผู้ว่าจ้าง ที่จ่ายสินจ้างตอบแทนผลสำเร็จของงาน นายจ้างต้องให้สิทธิตาม พ.ร.บ. นี้

ทดลองงานอยู่ ถูกเลิกจ้างได้ค่าชดเชยไหม

กฎหมายถือว่าสัญญาทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ถ้าคุณทำงานครบ 120 วันขึ้นไปแล้วถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้ทำผิดตามมาตรา 119 จึงได้ค่าชดเชยอย่างน้อยค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน

รู้แล้วว่าแต่ละประเภทการจ้างงานได้สิทธิอะไร หางานบน JOBTOPGUN แล้วเช็กประเภทงานใต้ชื่อตำแหน่ง กับหัวข้อ “สวัสดิการ” ในแต่ละประกาศก่อนสมัคร

ใน Super Resume คุณระบุ “ประเภทการจ้างงาน” ของแต่ละงานที่เคยทำ และเลือก “ประเภทงานที่ต้องการ” ได้มากกว่าหนึ่งแบบ (สมัครหรือเข้าสู่ระบบ Super Resume ก่อนแก้ไข)

อ่านต่อ: สิทธิพนักงานประจำ · ค่าชดเชยเลิกจ้าง

แหล่งอ้างอิง

สมัครงานกับบริษัทชั้นนำทันที สร้าง Super Resume (ใบสมัครงาน) เลย ฟรี!

คำค้นหายอดนิยม

..