เราออกเดินทางจากสุขุมวิทเอาในราวบ่ายแก่ มาตามถนนวง แหวนรอบนอกและมาเข้าเส้นทางหมายเลข 305 อย่างสะดวกราบ รื่นพอใช้ หลุดจากองครักษ์ถนนค่อนข้างโล่ง ท้องฟ้าอึมครึมเมฆฝน มองเห็นริ้วเมฆสีเท่าดำพาดเป็นแนวยาวไปทางใต้ ลมอ่อนพัดเอา ไอชื้นเย็นมาทางทิศที่ก้อนเมฆแผ่ตัวเป็นม่านเทาลากยาวลงมา ท้องทุ่งสองข้างทางเขียวขจีความโปร่งโล่งของภาพที่เริ่มเปลี่ยนสลับ กับชุมชนหนาตาค่อยๆ ลากผ่านไปทีละน้อย

ถนนโล่งทอดยาวออกไป วันเวลาธรรมดานอกจากจะทำให้รถค่อน ข้างบางตา ดูเหมือนว่าบางสิ่งระหว่างสองข้างจะคล้ายความคึกคักลง ไปด้วย ช่างภาพทำหน้าที่สารถีส่วนผมนั่งตรวจสอบแผนที่และอ่าน รายละเอียดที่พอหาอ่านได้ล่วงหน้าในแต่ละที่ไปพลางๆ ลดกระจก ลงในบางครั้งลมยังคงพัดเย็นชื่อนมาเป็นระลอก

บ้านเรือนหนาแน่นมากขึ้นเมื่อเราผ่านตัวเมืองสองข้างทางส่วน ใหญ่เป็นร้านของชำขนาดย่อมและแผงขายพวกผลไม้ตามฤดูกาล เราแยกเข้าเส้นทางหมายเลข 33 ขับต่อมา หลุดจากแยกที่รถรา ค่อนข้างหนาตา ผ่านเลยทางเข้าน้ำตกนางรองและน้ำตกสาริกามา อย่างเสียดายกับเวลาของวันที่กำลังจะหมดไป อากาศเริ่มอบอ้าว ฟ้า ครึ้มราแสงลงเป็นลำดับ มาถึงแยกวงเวียนนเรศวรก็จวนโพล้เพล้ เต็มที

ตลาดบริเวณวงเวียนคึกคักไปด้วยผู้คนที่พากันมาจับจ่ายใช้สอย ตลาดเสื้อผ้าหลากสีหลายรูปทรง เครื่องใช้และของกินมีให้เลือก อย่างมากมายผู้คนเดินสวนกันภายใต้แสงไฟทั่งสเตนเหลืองส้มตัด กับท้องฟ้าโพล้เพล้น้ำเงินเข้ม เราจัดการมือกลางวันที่ล่วงมา รวบ เข้ากับมื้อเย็นเตรียมเสบียงและของใช้อีกเล็กน้อยจากร้านค้าใกล้ ตัวก็ชวนกันไปต่อ

จากวงเวียนนเคศวรเราใช้เส้นทางหมายเลข 3077 มุ่งหน้าขึ้นเขา ใหญ่ ซึ่งเหลือระยะทางอีกประมาณ 50 กิโลเมตร เพียงหันหลังให้ ตลาดตรงวงเวียนมาไม่นานฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ทางเบื้องหน้า มือสนิทมองเห็นเป็นม่านขาวจากไฟตัดหมอกจนต้องชลอความเร็ว รถจี๊ปสมัยสงครามโลกสวนทางลงมา ในนั้นมีชาวต่างชาติแต่งกาย ทะมัดทะแมงสองสามคน เสียค่าธรรมเนียมที่ด่านตรวจของอุทยานฯ ทางลาดยางเรียบกว้างก็ทอดหายขึ้นไปภายใต้แนวไม้ทึบทะมึน

เสียงนกนานาชนิดฉุดเราจากที่นอนอันแสนอุ่นนักท่องเทียวบาง คนเตรียมตัวเสร็จแต่เช้าแล้วพากันเดินลับหายไปบนเส้นทาง ศึกษาธรรมชาติ ซึ่งทอดตัวลึกเข้าไปในป่าดิบ เสียงชะนีกังวาลแว่ว มาจากยอดไม้สูงลิบลิ่ว เราจัดแจงกับธุระส่วนตัวเพียงชั่วไม่นานก็ พร้อมในเสื้อผ้ารัดกุมชุดใหม่

จัดการกับมื้อเช้าแล้ว เราย้อนกลับมาตามเส้นทางเดิม เก้งสองสาม ตัวกำลังและเล็มหญ้าบนสนามกอล์ฟเก่าริมถนน แวะขึ้นไปที่จุดชม วิวเขาเขียว อากาศยังชื้นเย็นและยิ่งเพิ่มขึ้นอีกตามเส้นทางที่ไต่สูง ขึ้นไปเรื่อยๆ บางช่วงหมอกขาวลอยมาคลุมเส้นทางราวกับมีฉาก บางๆ มากางกั้นเอาไว้

พรรณไม้สองข้างทางเปลี่ยนไปเป็นไม้ป่าดงดิบชื้นซึ่งปกติจะพบ เพียงทางภาคใต้และภาคตะวันออก แต่ก็พบที่เขาใหญ่ด้วย เรียกว่า ป่าดิบชื้นในระดับสูงที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากที่อื่น

ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาตามช่องว่างโล่งบริเวณลานชมวิว มองเห็นป่า ดิบเขียวพาดยาวออกกไปจดทิวเขาที่ทอดตัวเหยียดยาวราวกับ กำแพงเบื้องหน้า

back to mainpage / content / page 1 2 3 4 5 6 7 8 คู่มือนักเดินทาง ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก