ถนนลาดยางราบเรียบทอดตัวไปตามเนินเขาที่มองเห็นไกลออกไป
คล้ายระลอกคลี่นหลากสี ดินแดงจากการไถคราดรับกับฤดูกาลใหม่ เขียวอ่อนจากข้าวโพดที่เริ่มแตกยอดสวนผลไม้ขนาดใหญ่หลาย
แปลงราวกับฟองน้ำเขียวชอุ่มวางไว้ตามไหล่เนิน มองเพลินตา
คล้ายกับภาพถ่ายในชนบททางแถบประเทศเมืองหนาว

เราออกจากตัวน้ำตกมาถึงอำเภอวังน้ำเขียวเอาบ่ายโข ผ่านแยก
ประจันตคามและแยกไปน้ำตกตะคร้อ ที่ในวัดธรรมดาปลอดจากผู้
คน มีเพียงนักท่องเที่ยวท้องถิ่นสองคนเดินสวนลงมา แดดเริ่มอ่อน
แสง ถึงสี่แยกกบินทร์บุรีเลี้ยวซ้ายใช้เส้นทางหมายเลข 304 บ่าย
หน้าไปต่อด้วยระยะเวลาที่ดีพอใช้

ถนนลาดยางพาดผ่านเข้าไปกลางหุบเขา ผ่าน ที่ทำการอุทยาน
แห่งชาติทับลาน
ที่ บ้านลาน บนทุ่งราบกว้างมองเห็นต้นลานยืน
ต้นกระจายอยู่ทั่วไป มีไม่น้อยกำลังติดช่อดอกและยืนต้นตายอยู่ ฝั่ง
ตรงข้าม ทิวเขาในเขตอุทยาน ฯ เขาใหญ่ทอดตัวเหยียดยาวเป็น
ฉากหลัง

ทุ่งราบกว้างบริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของป่าลานผืนขนาดใหญ่สุดที่ยัง
หลงเหลืออยู่ ในอดีตราวสักห้าสิบปีก่อนนั้นใบลานอ่อนเป็นที่ต้อง
การเป็นจำนวนมาก บางแห่งทางราชการมีการเปิดให้สัมปทาน
ส่วนชาวบ้านก็ยึดอาชีพตัดใบลานขายหลังช่วงฤดูทำนา เนื่องจาก
นิยมนำไปทำเครื่องใช้และเครื่องจักสาน หรือนำมาจารพระธรรม
คำสอนในพระพุทธศาสนาเป็น "หนังสือใบลาน" หรือ "คำภีร์ใบ
ลาน"

ป่าลานที่เห็นสองข้างทางค่อนข้างบางตา บ้างก็ยืนต้นเดี่ยวอยู่บน
ไหล่เขาและตามคันนา ลานนั้นเป็นไม้ยืนต้นชนิดเดี่ยวกับปาล์ม
ออกดอกบนส่วนยอดเพียงครั้งเดียวก็ยืนต้นตาย เมื่องลูกกล้ารุ่น
ใหม่มาทดแทนน้อยลงและทุ่งกว้างแปรเปลี่ยนเป็นที่ไร่ที่นา ป่า
ลานจึงค่อยๆ หดหายเหลืออยู่หนาแน่นลึกเข้าไปเพียงในพื้นที่
ของอุทยานฯ

ตะวันอ่อนแสงคล้ายลงยอดเขา ถึงอำเภอวังน้ำเขียวเราแยกซ้าย
ตรงศาลเจ้าพ่อใช้เส้นทางไปวัดเขาแผงม้า-หนองคุ้ม ลึกเข้ามาทิว
ทัศน์สองข้างทางเปิดโล่งมองเห็นทิวเขาทับซ้อนออกไปสุดสายตา
ไร่องุ่นสองสามเจ้าติดป้ายเชิญชวนนักท่องเที่ยว ร้านอาหารตก
แต่งด้วยไม้น่านั่งตั้งเด่นอยู่บนเนินเขา จากจุดนี้เรามองเห็นเขา
แผงม้าทอดขวางเป็นแนวยาวอย่างเด่นชัด

ในอดีต เขาแผงม้า ที่เห็นในสายตานี้ เคยได้ชื่อว่า "ภูเขาไฟ"
ที่มักพ่นควันอันเกิดจากการเผาป่าทำไร่อยู่เป็นประจำทุกปี

ทว่าหากย้อนเวลากลับไปอีก เทือกเขาบริเวณนี้มีสภาพเป็นป่าดิบ
ชื้นรกทึบไปด้วยพรรณไม้ เชื่อมต่อกับผืนป่าด้านทิศตะวันออก
เฉียงเหนือของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งกรมป่าไม้ประกาศให้
เป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติเขาภูหลวง ภายหลังมีการลักลอบ
ตัดไม้ขนาดใหญ่และบุกรุกทำไร่มันสำปะหลังกันอย่างกว้างขวาง ทิวเขาเขียวครึ้มจึงแปรเปลี่ยนเป็นภูเขาไฟที่ร้อนแล้งนับแต่นั้น
เป็นต้นมา

"แรกเริ่มก่อนที่จะเข้ามาร่วมงานกับมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ผมเคย
ทำงานด้านมวลชนกับชาวบ้านรอบเขาใหญ่มาก่อนหน้าแล้วหลายปี"

คุณโชคดี ปรโลกานนท์ หัวหน้าโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระ
เกียรติ เขาแผงม้า เล่าย้อนความหลังให้เราฟัง

ในปี พ.ศ. 2537 ภายหลัง มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืช
แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
ได้เข้ามารับหน้าที่
ปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ในพื้นที่ราว 30,000 ไร่บน
เขาแผงม้า กระแสต่อต้านจากผู้มีอิทธิพลและชาวบ้านที่เข้ามาจับ
จองเป็นเจ้าของ พื้นที่ก็ส่อเค้ารุนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อทาง
โครงการฯ เริ่มต้นปลูกป่า สร้างแนวร่วมจากชุมชนรอบเขาแผงม้า ชาวบ้านเริ่มมีความเชื่อมั่น ไฟป่าที่เคยเกิดขึ้นทุกปีก็เริ่มมอดดับลง

"ช่วงแรกทีลงมือปลูกป่ากันก็คิดเพียงว่า จะทำอย่างไรให้ป่าฟื้น
คืนกลับมาก่อนจะครบกำหนดส่งต่อให้กรมป่าไม้" คุณโชคดีเล่าต่อ

back to mainpage / content / page 1 2 3 4 5 6 7 8 คู่มือนักเดินทาง ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก