|
เส้นทางหมายเลข 33 พาเรามาถึงตัวเมือง สระแก้ว แวะพักรถและ
หาเสบียงเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยแล้วแยกเข้าสู่เส้นทางหมายเลข
3462 ผ่านชุมชนสุดท้ายก็บ่ายหน้าเข้าหาทิวเขาเขียวชอุ่มที่มองเห็น
อยู่ลิบๆ เบื้องหน้า
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติปางสีดา ตั้งอยู่บนเชิงเขาชายเขตป่า
บริเวณหลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตกแต่งเป็นสนามหญ้าเรียบ
กว้างสำกรับกางเต็นท์พักแรมและทำกิจกรรมในยามค่ำคืน แม่ไก่
ป่าพาลูกเล็กๆ สามสี่ตัวเดินหากินอยู่ริมสนามเจ้าหน้าที่บอกกับเรา
ว่า บางวันเก้งและกวางป่าก็ออกมาหากินตามชายป่าอย่างไม่ค่อย
ตื่นกลัวนัก
แดดยามสายกระจ่างใสไร้เงาเมฆฝน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ขึ้น
ไปอีกเพียง 800 เมตร ถนนลาดยางก็พาเรามาถึง น้ำตกปางสีดา
ตัวน้ำตกอยู่ต่ำลงไปในหุบเขาดอกไม้ป่าบางชนิดโชยกลิ่นหอมเย็น
มาจากราวป่า เดินตามบันไดปูนลงมาอีกนิดเดียวก็มาถึงเบื้องหน้า
ชั้นน้ำตก
เสียงน้ำทิ้งสายลงกระทบแผ่นหิน ซึ่งวางตัวเป็นแนวยาวราวกำแพง
ขนาดย่อม ลดหลั่นตามขั้นบันไดชันดิ่งรองรับม่านน้ำขาวสะอาดพาด
ผ่านลงมา รอบกายร่มรื่นไปด้วยไม้ยืนต้นเขียวชอุ่ม มอส และ
ไลเคน เกาะเขียวอยู่ตามโขดหินราวกับฟองน้ำก้อนขนาดใหญ่วาง
ระเกะระกะอยู่ทั่วไป
น้ำตกปางสีดากล่าวได้ว่าเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดในอุทยานฯ
เนื่องจากสะดวกแก่การเข้าไปชมมากที่สุดแต่ถ้าหากชื่นชอบ
กิจกรรมในรูปแบบผจญไพร ก็ยังมีจุดท่องเที่ยวอีกหลายแห่งโดย
ถ้าหากเดินเท้าทวนสายน้ำขึ้นไปอีกเพียง 2 กิโลเมตร ก็จะถึง
น้ำตกผาตะเคียน น้ำตกขนาดใหญ่ที่แวดล้อมด้วยไม้ป่าดิบทึบ
ตามเส้นทางลูกรังอัดเรียบ ซึ่งทอดผ่านเข้าไปใจกลางอุทยานฯ ยังมี
กลุ่มน้ำตกให้เข้าไปชมอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกถ้ำค้างคาว น้ำตก
ธารพลับพลึง และ น้ำตกลานแก้ว ซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปค้างแรม
เป็นเวลา 1 คืน และถ้าหากเลยขึ้นไปถึงกิโลเมตรที่ 40 จะเป็นจุด
เดินเท้าเข้าไปชม กลุ่มน้ำตกแควมะค่า ซึ่งลำธารบริเวณป่ารอยต่อ
ของอุทยานฯ ทับลานจะไหลลงมารวมกันเป็นน้ำตกชั้นขนาดใหญ่ ทอดสายลงไปในเป็น
น้ำตกรากไทรย้อย น้ำตกลานหินใหญ่ น้ำตกสวนมั่นสวนทอง และ
น้ำตกม่านธารา
ผมแวะเข้าไปที่ ทุ่งหญ้าบุตาปอด ซึ่งเป็นไร่เก่าที่ชาวบ้านเคย
อพยพเข้ามาอาศัยทำกิน ตัวทุ่งอยู่ลึกจากถนนเข้าไปประมาณ 2
กิโลเมตร ตามทางดินลื่นแฉะมีรอยเก่าของกระทิงบ่ายหน้าลงสู่ตัว
ทุ่ง บางรอยกดลึกลงไปในดิน บ่งบอกถึงน้ำหนักตัวอันมากมายของ
เจ้าของรอย
เดินตัดป่าร่มครึ้มออกมาก็มาพบทุ่งหญ้าคามีร้องช้างป่าและกระทิง
แทรกอยู่ทั่วไป ตรงใจกลางทุ่งมีโป่งดินชุ่มน้ำขนาดย่อมซ่อนอยู่ รอยเก่าของช้างป่า
กระทิง เก้ง กวาง และหมูป่าย่ำไว้ประปราย
เราพากันเดินตัดทุ่งไปยังหอดูสัตว์ ซึ่งสร้างเป็นอาคารขนาดใหญ่สี่
ชั้นตั้งแต่เด่นอยู่บนเนินชายทุ่ง จากด้านบนมองเห็นทุ่งหญ้าและป่า
ดิบรายรอบได้กว้างและไกล ในยามเจ้าหน้าที่ชิงเผาหญ้าระบัด กวางป่าจะพากันออกมาและเล็มหญ้า
ซึ่งบางครั้งฉากการไล่ล่า
ระหว่างหมาในกับกวางป่าก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
ใครคนหนึ่งชี้ให้เราดูแนวทิวเขาเหยียดยาวด้านทิศตะวันตก ซึ่ง
เวลา นี้มีเมฆสีขุ่นลอยคลุมอยู่ เขาบอกว่าระหว่างหุบเขานั้นคือ ลำห้วยน้ำเย็น
อันเป็นที่อยู่แหล่งสุดท้ายของจระเข้น้ำจืดสาย
พันธุ์ไทยในปางสีดา
แต่เดิมนั้น ชาวบ้านทางแถบนี้เคยเข้ามาล่าจระเข้กันเป็นประจำ
ทุกปี ภายหลังจากประกาศเป็นอุทยานฯ การล่าก็ลดน้อยลงจน
กระทั่งหมดไป
|