Gen Z คือใคร ? รู้จักคนยุคดิจิทัล พร้อมเผยพฤติกรรมในการทำงาน

Gen Z คือใคร ? ค้นหาตัวตนและพฤติกรรมการทำงานของคนยุคดิจิทัล

หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “Gen Z” กันอยู่บ่อย ๆ ทั้งในชีวิตประจำวันและในวงการธุรกิจ แต่ความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับ Gen Z นั้นยังคงเป็นเรื่องที่หลายองค์กรต้องศึกษาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะพวกเขาคือกลุ่มคนที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดแรงงาน และกำลังเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์การทำงานในหลาย ๆ ด้านอย่างที่คนเจเนอเรชันก่อน ๆ คาดไม่ถึงด้วย

กลุ่มนักศึกษา Gen Z ช่วงอายุ 20-22 ปี

Gen Z คือใคร ?

Gen Z หรือ Generation Z หมายถึง กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1997 ถึง 2012 ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต สมาร์ตโฟน หรือโซเชียลมีเดีย ทำให้พฤติกรรม Gen Z แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน

คนกลุ่มนี้มักถูกเรียกว่า “Digital Natives” เพราะมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีมาตั้งแต่เด็ก ไม่เพียงแต่ใช้เพื่อความบันเทิง แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้ การทำงาน และการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ Gen Z ยังเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของตัวเอง ต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance) มากกว่าคนรุ่นก่อนหน้า

พฤติกรรม Gen Z ที่ส่งผลต่อความท้าทายและโอกาสในโลกการทำงาน

แม้ว่า Gen Z จะเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพสูง แต่ก็มีความท้าทายบางประการที่องค์กรต้องปรับตัว เพื่อรองรับแนวคิดและพฤติกรรมในการทำงานที่เปลี่ยนไป มาดูกันว่ามีจุดเด่นอะไรบ้างที่ทำให้พฤติกรรม Gen Z มีความแตกต่าง และจะเป็นโอกาสหรือความท้าทายในโลกการทำงานได้อย่างไร

ค่านิยมเรื่องการทำงานที่สร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคมและโลก

Gen Z ให้ความสำคัญกับงานที่มีความหมายและสร้างคุณค่าแก่สังคม พวกเขาจึงมักเลือกทำงานในองค์กรที่มีจุดยืนด้านความยั่งยืน (Sustainability) และมีแนวคิดที่สนับสนุนสิ่งแวดล้อม เช่น บริษัทที่ใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน หรือมีโครงการเพื่อสังคมที่ชัดเจน องค์กรที่สามารถสะท้อนคุณค่าเหล่านี้ได้มักจะดึงดูดพนักงาน Gen Z ได้ดีกว่า เพราะพวกเขาไม่ได้มองหางานเพียงเพื่อรายได้ แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบที่งานนั้นมีต่อโลกใบนี้อีกด้วย

ความยืดหยุ่นและการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home)

หนึ่งในสิ่งที่ Gen Z คาดหวังจากที่ทำงานคือ ความยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นเวลาการทำงานที่ไม่ตายตัว หรือการทำงานจากที่บ้าน (Remote Work) เนื่องจากพวกเขาเติบโตมาพร้อมกับเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ เช่น Zoom, Slack, Google Workspace ดังนั้น องค์กรที่สามารถออกแบบนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่นจะมีโอกาสดึงดูดและรักษาพนักงานกลุ่มนี้ได้ดีกว่า ในขณะเดียวกัน การบริหารจัดการทีมที่ทำงานจากระยะไกลก็เป็นความท้าทายที่ผู้บริหารต้องปรับตัวให้ทันคน Gen Z เช่นกัน

ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการเติบโตในสายอาชีพ

Gen Z ไม่เพียงแต่มองหางานที่มั่นคง แต่ยังต้องการเห็นโอกาสในการเติบโตด้วย พวกเขาจึงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และมักมองหาองค์กรที่มีโปรแกรมพัฒนาอาชีพ (Career Development) เช่น การอบรม การให้คำปรึกษา หรือโอกาสเลื่อนตำแหน่ง องค์กรที่ให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาตัวเอง เช่น การฝึกอบรมออนไลน์ การให้ทุนเรียนต่อ หรือการเข้าร่วมเวิร์กช็อป จะได้รับความสนใจจากกลุ่มนี้มากขึ้น เพราะ Gen Z เชื่อว่าการเติบโตของพวกเขาคือปัจจัยสำคัญในการเลือกทำงาน

การใช้งานเทคโนโลยีอย่างเชี่ยวชาญ

Gen Z ช่วงอายุยังน้อย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเจเนอเรชันนี้จะเป็นกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมากกว่ารุ่นก่อน ๆ เนื่องจากพวกเขาเติบโตมาพร้อมกับสมาร์ตโฟน แพลตฟอร์มดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้สามารถปรับตัวและเรียนรู้การใช้เครื่องมือใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกหนึ่งพฤติกรรม Gen Z ที่น่าสนใจ จึงเป็นเรื่องของการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น ระบบการทำงานอัตโนมัติ ซอฟต์แวร์ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล หรือเครื่องมือที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยาก ในขณะที่คนเจเนอเรชันก่อนจะถนัดงาน Manual มากกว่า

การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย

Gen Z คุ้นเคยกับการใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน ไม่เพียงแต่ใช้เพื่อความบันเทิง แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้และการทำงานด้วย หลายคนใช้ LinkedIn, X หรือ TikTok เป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายและค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมของตัวเอง ปัจจุบัน หลายองค์กรที่ต้องการคน Gen Z ช่วงอายุน้อย ๆ มาทำงาน จึงหันมาให้ความสำคัญกับช่องทางการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น การใช้ LinkedIn สำหรับการสรรหาพนักงาน หรือการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อแสดงวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจจากคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

หนึ่งในพฤติกรรม Gen Z คือ ชอบ Work form Anywhere

หากน้อง ๆ เป็นหนึ่งในคน Gen Z ที่กำลังมองหางานใหม่ แนะนำว่าอย่ารีบเลือกงานที่ตอบโจทย์ในแง่ของรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และค่านิยมของตนเองด้วย เช่น การเลือกองค์กรที่มีนโยบาย Work from Home ที่ตอบโจทย์ด้าน Work-Life Balance หรือเลือกงานที่มีโอกาสพัฒนาและก้าวหน้าในสายอาชีพ เพื่อให้โอกาสน้อง ๆ ได้เรียนรู้และเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อยากหางานเด็กจบใหม่ แต่ไม่มีประสบการณ์ ? ไม่ต้องกังวล เพราะที่ JOBTOPGUN มีให้เลือกเพียบ ! เราเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การหางานของทุกคนเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น มาพร้อมเครื่องมือทรงพลังอย่าง Super Resume ที่ช่วยสร้างเรซูเม่ของน้อง ๆ ให้โดดเด่นกว่าใคร เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกเลือกจากนายจ้างได้ง่ายกว่าที่เคย ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JOBTOPGUN ได้ฟรี ทั้งบน iOS และ Android 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. What is Gen Z?. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จาก //www.mckinsey.com/featured-insights/mckinsey-explainers/what-is-gen-z.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Gen Z คือใคร และช่วงอายุประมาณเท่าไหร่?

A: Gen Z หรือ Generation Z คือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1997 ถึง 2012 ซึ่งเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล อินเทอร์เน็ต และสมาร์ตโฟน

Q: พฤติกรรมในการทำงานเด่น ๆ ของ Gen Z มีอะไรบ้าง?

A: Gen Z ให้ความสำคัญกับงานที่มีคุณค่าต่อสังคม, ชอบรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่น Work from Home, มองหาโอกาสในการเติบโตทางอาชีพอย่างต่อเนื่อง และมีความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหรือ AI ในการทำงาน

Q: เด็กจบใหม่ Gen Z ที่ยังไม่มีประสบการณ์ สามารถหางานได้อย่างไร?

A: สามารถหางานได้ผ่านแพลตฟอร์ม JOBTOPGUN ซึ่งมีตำแหน่งงานสำหรับเด็กจบใหม่และผู้ไม่มีประสบการณ์มากมาย พร้อมทั้งใช้เครื่องมืออย่าง Super Resume ในการสร้างเรซูเม่ให้โดดเด่นเพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกคัดเลือก

สมัครงานกับบริษัทชั้นนำทันที สร้าง Super Resume (ใบสมัครงาน) เลย ฟรี!

คำค้นหายอดนิยม

..