Pain Point คืออะไร แปลว่าอะไร? วิธีหาของลูกค้าและในการทำงาน
สรุปสั้น ๆ
- Pain Point (อ่านว่า เพน-พอยท์) คือปัญหาหรือเรื่องกวนใจที่ลูกค้าหรือผู้ใช้เจอ และมักเป็นปัญหาที่ธุรกิจมองว่าแก้ให้ได้ ราชบัณฑิตยสภายังไม่มีศัพท์บัญญัติภาษาไทยสำหรับคำนี้
- ไม่มีรายการประเภทที่เป็นทางการ การแบ่งแบบหนึ่งที่ใช้ในงานขายและการตลาดมี 4 ประเภท วิธีหาที่ใช้บ่อยคือถามลูกค้าตรง ๆ ถามทีมขาย และอ่านรีวิวออนไลน์
- ในการทำงาน ปัญหาที่เกิดซ้ำในขั้นตอนของทีมก็เป็น Pain Point ที่คุณเล่าให้หัวหน้าฟังและลองแก้ทีละรอบได้ ส่วนนักการตลาด เซลส์ และทีม Product ใช้ Pain Point ของลูกค้าเป็นจุดเริ่มงาน
Pain Point คือปัญหา ความหงุดหงิด หรือเรื่องกวนใจที่ลูกค้าหรือผู้ใช้เจอ จนอยากให้มีคนช่วยแก้ คำนี้หมายถึงปัญหาที่คนเจอและรู้สึก
คุณอาจได้ยินคำนี้ในห้องประชุม ในประกาศงานการตลาดหรืองานขาย หรือในวิชาเรียน และนำไปใช้หาปัญหาในงานของคุณเองได้ด้วย
Pain Point คืออะไร แปลว่าอะไร
Pain Point แปลว่าปัญหาหรือความยากลำบากที่คนคนหนึ่งเจอ และมักเป็นปัญหาที่ธุรกิจมองว่าตนเสนอทางแก้ได้ พจนานุกรม Oxford Learner’s Dictionaries ให้ความหมายว่า “a problem or difficulty, usually one identified by a business as one that it can provide the solution to”
ตัวอย่างเช่น การต่อคิวจ่ายเงินนาน ๆ เป็น Pain Point สำคัญของคนซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต
จุดอ่อนของธุรกิจเราเอง เช่นในการวิเคราะห์ SWOT ไม่ใช่ Pain Point ของลูกค้า Pain Point คือสิ่งที่ลูกค้าหรือผู้ใช้รู้สึก ธุรกิจมีหน้าที่หาให้เจอและเสนอทางแก้
การอ่าน การสะกด และคำภาษาไทยของ Pain Point
คนไทยมักอ่านว่า เพน-พอยท์ และพิมพ์ว่า เพนพ้อย เพนพอยท์ หรือเพลนพ้อย
ฐานข้อมูลคำทับศัพท์ของราชบัณฑิตยสภาสะกดคำว่า point ว่า “พ็อยนต์” แต่ยังไม่มีการสะกดที่เป็นทางการสำหรับคำว่า pain point ทั้งคำ
ในฐานข้อมูลศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตยสภา ไม่พบคำว่า pain point (ตรวจเมื่อ 22 ตุลาคม 2569) มีเพียง pain = ความเจ็บปวด และ point = จุด คำว่า “จุดเจ็บปวด” จึงเป็นการแปลตรงตัว ไม่ใช่ศัพท์บัญญัติ
ภาษาไทยง่าย ๆ ใช้ว่า “ปัญหาที่ลูกค้าเจอ” ได้ บางคนสะกดผิดเป็น Paint Point ซึ่ง paint แปลว่าสี คำที่ถูกคือ Pain ที่แปลว่าความเจ็บปวด
Pain Point ในชีวิตประจำวัน: ตัวอย่างใกล้ตัว
Pain Point ในชีวิตประจำวันเขียนได้ด้วยรูปแบบ “ใคร เจออะไร เมื่อไร” ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมุติ ใช้เป็นโจทย์ฝึกคิดสินค้าหรือบริการได้
| ใคร | เจออะไร เมื่อไร | ทางแก้ที่น่าลอง |
|---|---|---|
| พนักงานออฟฟิศ | ต่อคิวซื้อข้าวกลางวันนาน จนเหลือเวลาพักน้อย | สั่งล่วงหน้าแล้วไปรับ |
| นักศึกษา | ลืมวันส่งงานเพราะแต่ละวิชาแจ้งคนละช่องทาง | ปฏิทินรวมที่เตือนก่อนถึงกำหนด |
| คนเช่าห้อง | แจ้งซ่อมแล้วไม่รู้ว่าช่างจะมาเมื่อไร | แจ้งสถานะงานซ่อมให้ดูได้ตลอด |
Pain Point มีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง
Pain Point ไม่มีรายการประเภทที่เป็นทางการ แต่ละแหล่งแบ่งต่างกัน การแบ่งแบบหนึ่งที่ใช้ในงานขายและการตลาดแยก Pain Point ของลูกค้าเป็น 4 ประเภทตามตารางด้านล่าง ให้ใช้ประเภทเป็นเช็กลิสต์ว่าควรมองหาปัญหาตรงไหน ไม่ใช่กฎตายตัว
| ประเภท | ความหมาย | ตัวอย่างสมมุติ |
|---|---|---|
| Financial Pain Points (การเงิน) | ต้นทุนของสินค้าหรือบริการ และผลตอบแทนที่คาดหวัง | ร้านเล็กจ่ายค่าโปรแกรมรายเดือนแพงเกินยอดขาย |
| Productivity Pain Points (ประสิทธิภาพการทำงาน) | สิ่งที่ทำให้งานยากขึ้นหรือทำไม่เสร็จ | ต้องกรอกข้อมูลเดียวกันซ้ำในหลายระบบ |
| Process Pain Points (กระบวนการ) | ปัญหาในขั้นตอนและวิธีทำงานภายในของลูกค้า | เอกสารอนุมัติต้องเดินผ่านหลายโต๊ะ |
| Support Pain Points (การช่วยเหลือ) | ขาดความช่วยเหลือหรือคำแนะนำในการใช้สินค้าหรือบริการ | ทักแชตไปแล้วต้องรอข้ามวันกว่าจะมีคนตอบ |
ถ้าโจทย์ของคุณเป็นคำว่า problem pain points ให้นึกถึงกรอบ Value Proposition Canvas ของ Strategyzer
กรอบนี้นิยาม pains ว่าเป็นทุกสิ่งที่ทำให้ลูกค้ารำคาญก่อน ระหว่าง และหลังทำงานหนึ่งให้เสร็จ สิ่งที่ขวางไม่ให้ทำได้ และความเสี่ยงที่ผลจะออกมาไม่ดี
Process Pain Points: ปัญหาที่ติดอยู่ในขั้นตอน
Process Pain Points คือปัญหาที่เกิดจากขั้นตอนหรือวิธีทำงาน ไม่ใช่ราคาหรือตัวสินค้า สังเกตได้จากงานที่รอคิว ถูกส่งกลับไปแก้ หรือต้องถามซ้ำว่าถึงไหนแล้ว
ตัวอย่างสมมุติ: ฝ่ายขายรอใบเสนอราคา 3 วันทุกครั้ง จนลูกค้าไปซื้อเจ้าอื่น
Pain Point กับ Problem, Need และ Gain ต่างกันอย่างไร
Pain Point เป็นปัญหา (Problem) แบบหนึ่ง คือปัญหาที่คนรู้สึกจริง และมักเป็นปัญหาที่ธุรกิจมองว่าแก้ให้ได้ ส่วน Need คือความต้องการ (ศัพท์บัญญัติ need = ความต้องการ) และ Gain คือประโยชน์ที่ลูกค้าอยากได้ ในกรอบ Value Proposition Canvas ลูกค้าอธิบายได้ด้วยงานที่อยากทำให้เสร็จ (jobs) ปัญหาที่เจอระหว่างทาง (pains) และประโยชน์ที่อยากได้ (gains)
| คำ | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค (สมมุติ) |
|---|---|---|
| Problem (ปัญหา) | เรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่ควร จะมีคนรู้สึกหรือไม่ก็ได้ | “ระบบจองห้องประชุมแสดงเวลาผิด” |
| Pain Point | ปัญหาที่คนเจอจนหงุดหงิด และมักเป็นปัญหาที่ธุรกิจมองว่าแก้ให้ได้ | “ทุกเช้าฉันต้องเดินไปเช็กเองว่าห้องว่างจริงไหม” |
| Need (ความต้องการ) | สิ่งที่คนอยากได้หรืออยากทำให้สำเร็จ | “ฉันต้องการห้องประชุมสำหรับ 6 คนตอน 10 โมง” |
| Gain | ประโยชน์หรือผลดีที่ลูกค้าอยากได้ | “อยากจองเสร็จในมือถือภายในนาทีเดียว” |
| สิ่งที่ช่วยบรรเทา pain (ฝั่งธุรกิจ) | สิ่งที่สินค้าหรือบริการช่วยลด pain ของลูกค้า Strategyzer ให้ระบุสิ่งที่เสนอ แล้วบอกว่าช่วยบรรเทา pain ข้อไหนและสร้าง gain ข้อไหน | “หน้าจองแสดงสถานะห้องว่างจริงทันที ไม่ต้องเดินไปเช็ก” |
วิธีหา Pain Point ของลูกค้า
วิธีหา Pain Point ของลูกค้าสรุปได้ว่า ถาม ฟัง และสังเกต เริ่มจากให้ลูกค้าเล่าปัญหาด้วยคำพูดของตัวเอง ต่อด้วยการถามทีมขายที่คุยกับลูกค้าประจำ และอ่านความเห็นออนไลน์ที่ลูกค้าระบายไว้
| วิธี | ได้ข้อมูลแบบไหน | เหมาะเมื่อ |
|---|---|---|
| สัมภาษณ์ลูกค้า (Interview, การสัมภาษณ์) | เรื่องเล่าละเอียดทีละคน เห็นเหตุผลเบื้องหลัง | ยังไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน |
| Focus Group | ความเห็นของคนกลุ่มเล็กที่คัดมาเป็นตัวแทน คุยพร้อมกันในหัวข้อเดียว | อยากเห็นว่าคนหลายแบบคิดต่างกันอย่างไร |
| แบบสำรวจ (Survey, การสำรวจ) | ตัวเลขว่าปัญหาไหนเจอบ่อยกว่ากัน | มีรายการปัญหาแล้ว อยากรู้ว่าข้อไหนใหญ่สุด |
| Social Listening (การฟังเสียงสังคม) | สิ่งที่คนพูดถึงแบรนด์หรือหมวดสินค้าในโซเชียล | อยากรู้ว่าคนบ่นอะไรโดยไม่ต้องถาม |
| รีวิวและความเห็นออนไลน์ | ปัญหาที่ลูกค้าเขียนเอง รวมถึงรีวิวดาวน้อยของคู่แข่ง | อยากได้คำพูดจริงของลูกค้า |
| ถามทีมขายและทีมบริการลูกค้า | คำถามและข้อโต้แย้งที่ได้ยินทุกวัน | ต้องการคำตอบเร็วโดยไม่ต้องเริ่มวิจัยใหม่ |
| สังเกตพฤติกรรมและข้อมูลการใช้งาน | จุดที่คนหยุด ทิ้งตะกร้า หรือโทรถามซ้ำ | เห็นลูกค้าใช้งานจริง |
เครื่องมือฟังเสียงลูกค้าดูเพิ่มได้ใน MarTech เครื่องมือของนักการตลาด และการนำเสียงลูกค้าไปใช้ใน กลยุทธ์ Customer Experience
คำถามที่ช่วยให้ลูกค้าเล่า Pain Point
คำถามที่ดีให้ลูกค้าเล่าเหตุการณ์จริง ไม่ใช่ตอบแค่ใช่หรือไม่ใช่ ลองเริ่มจากคำถามเปิดเหล่านี้
- “ครั้งล่าสุดที่ทำเรื่องนี้ ติดขัดตรงไหน”
- “ตอนนี้แก้ปัญหานี้อย่างไรอยู่ ใช้เวลาเท่าไร”
- “ถ้าเรื่องนี้หายไปได้ ชีวิตหรืองานของคุณจะง่ายขึ้นอย่างไร”
สำหรับงานขาย หนังสือ SPIN Selling ของ Neil Rackham แบ่งคำถามเป็น 4 แบบ คือ Situation, Problem, Implication และ Need-payoff
เช็กว่าเป็น Pain Point จริงหรือแค่บ่น
ไม่ใช่ทุกคำบ่นจะเป็น Pain Point ที่ควรลงแรงแก้ ก่อนนำไปทำสินค้าหรือเสนอหัวหน้า ลองเช็ก 4 ข้อนี้
- เกิดซ้ำ ไม่ใช่ครั้งเดียว
- คนที่เจอรู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กที่พูดถึงขำ ๆ
- เขาพยายามหาทางเลี่ยงอยู่แล้ว หรือยอมเสียเงินหรือเวลาเพื่อให้หายไป
- มีหลายคนพูดเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่ความเห็นของคนเดียว
Pain Point ในงานการตลาด งานขาย และทีม Product
Pain Point เดียวกัน แต่ละตำแหน่งนำไปใช้ต่างกัน นักการตลาดนำไปเขียนเป็นข้อความที่ลูกค้ารู้สึกว่า “พูดถึงฉัน” เซลส์นำไปตั้งคำถามและเลือกหลักฐานที่ตอบปัญหานั้น ทีม Product นำไปตัดสินใจว่าจะสร้างหรือแก้อะไรก่อน
| ตำแหน่ง | นำไปใช้อย่างไร | ตัวอย่างสมมุติ |
|---|---|---|
| นักการตลาด (งานการตลาด) | เขียนหัวข้อโฆษณาและข้อความที่พูดถึงปัญหาก่อนพูดถึงสินค้า | “ไม่ต้องต่อคิวจ่ายเงินอีกต่อไป” แทน “แอปชำระเงินใหม่” |
| เซลส์ (งานขาย) | ถามให้ลูกค้าเห็นผลของปัญหา แล้วเสนอทางแก้ตามแนว เทคนิคการเสนอขายแบบมืออาชีพ | “ทุกเดือนทีมเสียเวลาทำรายงานกี่ชั่วโมง” |
| ทีม Product (งานบริหารจัดการผลิตภัณฑ์) | จัดลำดับสิ่งที่จะสร้างหรือแก้ เริ่มจากเข้าใจผู้ใช้ตามแนวคิด Design Thinking | ผู้ใช้สั่งซื้อไม่สำเร็จที่หน้าชำระเงิน จึงแก้หน้านั้นก่อน |
วิธีเปลี่ยน Pain Point เป็นข้อความที่ใช้ได้ทุกตำแหน่ง คือเขียนเป็นประโยค “[ใคร] รู้สึกว่า … เมื่อ … ทำให้ …” แล้วแปลงเป็นคำสัญญาว่าคุณจะช่วยอะไร

Pain Point ในการทำงาน: หาปัญหาของทีมและงานของคุณเอง
Pain Point ในการทำงานคือปัญหาที่เกิดซ้ำและกินเวลาของคุณหรือทีม เช่น คำขอเดิมที่ต้องตอบทุกวัน หรือเอกสารที่รออนุมัติ “ลูกค้า” ในกรณีนี้อาจเป็นเพื่อนร่วมงานหรือแผนกอื่น ลองจดเรื่องที่ทำให้งานสะดุดตลอดหนึ่งสัปดาห์ แล้วเลือกแก้เรื่องที่เกิดบ่อยที่สุดก่อน
| สิ่งที่เกิดขึ้น (ตัวอย่างสมมุติ) | เป็น Pain Point ของใคร | ก้าวแรกที่ลองทำได้ |
|---|---|---|
| แอดมินตอบคำขอแบบเดิมทุกวัน และต้องตามลายเซ็นทีละคน | แอดมิน และคนที่รอเอกสาร | รวมคำถามที่ถามบ่อยเป็นแบบฟอร์มเดียว และนัดรอบเซ็นเอกสาร |
| ใบขอซื้อรออนุมัติหลายวันก่อนสั่งของได้ | ผู้ขอซื้อ ฝ่ายจัดซื้อ และลูกค้าที่รอของ | จดว่าเอกสารค้างที่ขั้นไหนนานที่สุด แล้วเสนอเกณฑ์อนุมัติเร็วสำหรับยอดเล็ก |
| งานด่วนนอกแผนไหลเข้ามาหาคุณตลอด | คุณ และงานหลักที่เลื่อนออกไป | จดว่าเข้ามากี่ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วฝึก ปฏิเสธงานอย่างสุภาพ |
ถ้าคุณสนใจงานธุรการแบบตัวอย่างแรก อ่าน 10 ข้อควรรู้สำหรับงาน Admin หรือดูตำแหน่งที่เปิดรับใน หางานธุรการ บน JOBTOPGUN
เล่า Pain Point ให้หัวหน้าฟังใน 3 ส่วน
เวลาเสนอปัญหาให้หัวหน้า ให้พูดเป็นข้อเท็จจริงที่วัดได้ ไม่ใช่คำบ่น
แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ เกิดอะไรขึ้นและบ่อยแค่ไหน เสียเวลาหรือเสียอะไรไปเท่าไร และทางแก้หนึ่งข้อที่คุณขอลอง ตัวอย่างประโยคที่พูดได้จริง:
“สัปดาห์นี้ใบขอซื้อค้างรออนุมัติเฉลี่ย 4 วันครับ ทำให้ส่งของลูกค้าช้าไป 2 ราย ผมขอลองให้ยอดต่ำกว่า 5,000 บาทอนุมัติได้ที่หัวหน้าแผนกเลยสัก 1 เดือน แล้วจะสรุปผลให้ดูครับ”
เมื่อหัวหน้าตกลงแล้ว ให้แก้เป็นรอบ ลองเปลี่ยนหนึ่งอย่าง วัดผล แล้วตัดสินใจว่าจะใช้ต่อหรือปรับ ตามแนวคิด วงจร PDCA
ถ้า Pain Point เกิดจากทักษะที่คุณยังขาด เช่น จัดลำดับงานไม่ทัน ให้นำไปตั้งเป้าพัฒนาตัวเองตาม 7 วิธีพัฒนาตนเองสู่การทำงานแบบมืออาชีพ
Career Tip จาก JOBTOPGUN
ก่อนสัมภาษณ์งานการตลาด ขาย หรือ Product ให้เตรียมเรื่องจริงที่มีตัวเลขหนึ่งเรื่อง: Pain Point ที่คุณเจอ วิธีที่หาเจอ และผลหลังแก้ แล้วเชื่อมกับจุดแข็ง “เก่งในการจับประเด็นปัญหา” ใน Strengths Assessment ของ Super Resume ที่ให้เลือกจาก 101 ข้อและจัดอันดับ 5 จุดแข็งแรก (ต้องเข้าสู่ระบบหรือสร้าง Super Resume ก่อน)
คำถามที่พบบ่อย
Pain Point ภาษาไทยคืออะไร อ่านว่าอะไร
ราชบัณฑิตยสภายังไม่มีศัพท์บัญญัติภาษาไทยสำหรับ pain point จึงใช้ทับศัพท์ คนไทยมักอ่านว่า เพน-พอยท์ ถ้าต้องอธิบายเป็นภาษาไทย ใช้ว่า “ปัญหาที่ลูกค้าเจอ” ได้
Pain Point หรือ Paint Point สะกดแบบไหนถูก
สะกดว่า Pain Point คำว่า pain แปลว่าความเจ็บปวด ส่วน paint แปลว่าสี ซึ่งราชบัณฑิตยสภาทับศัพท์ไว้ว่า “เพนต์” จึงเป็นคนละคำกัน
Pain Point กับ Need ต่างกันไหม
ต่างกัน Pain Point คือปัญหาหรือเรื่องกวนใจที่คนเจอ ส่วน Need คือสิ่งที่เขาต้องการ ปัญหาเดียวมักบอกความต้องการได้ เช่น ต่อคิวนาน (Pain Point) จึงอยากจ่ายเงินได้เร็วขึ้น (Need)
Focus Group ช่วยหา Pain Point ได้อย่างไร
Focus Group คือการเชิญคนกลุ่มเล็กที่คัดมาเป็นตัวแทนมาคุยพร้อมกันในหัวข้อเดียว (Oxford Learner’s Dictionaries) ไม่ใช่การสัมภาษณ์ทีละคน เมื่อหลายคนเล่าปัญหาเดียวกัน คุณจะเห็นว่า Pain Point ไหนเกิดกับหลายกลุ่มจริง
ถ้าคุณอยากทำงานที่ได้หา Pain Point ของลูกค้าทุกวัน ดูตำแหน่งที่เปิดรับใน หางานการตลาด และ หางานขาย บน JOBTOPGUN แล้วใช้เรื่องเล่าจาก Career Tip ข้างบนในการสัมภาษณ์
แหล่งอ้างอิง
- Oxford Learner’s Dictionaries, “pain point”: oxfordlearnersdictionaries.com
- Oxford Learner’s Dictionaries, “focus group”: oxfordlearnersdictionaries.com
- สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, ฐานข้อมูลศัพท์บัญญัติ (ค้น pain point, pain, point, need, customer, problem, social listening, survey, interview เมื่อ 22 ตุลาคม 2569; ค้นผ่านแบบฟอร์มที่ coined-word.orst.go.th)
- สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, ฐานข้อมูลคำทับศัพท์ (ค้น point, paint; ค้นผ่านแบบฟอร์มที่ transliteration.orst.go.th)
- Strategyzer, “Customer Pains: Trigger questions”: strategyzer.com
- Strategyzer, “The Value Proposition Canvas”: strategyzer.com







