Technical Skills คืออะไร มีอะไรบ้าง IT Skill ที่ต้องมีในยุค AI
สรุปสั้น ๆ
- Technical Skills (ทักษะเชิงเทคนิค) คือความรู้และความสามารถเฉพาะทางที่ใช้ทำงานชิ้นหนึ่งได้จริงและพิสูจน์ได้ เช่น เขียนโปรแกรม ใช้ SQL หรือดูแลระบบเครือข่าย หลายแหล่งใช้คำนี้แทน Hard Skills ได้ และต่างจาก Soft Skills
- สายไอทีแต่ละตำแหน่งใช้ทักษะต่างกัน ในประกาศงานสายไอทีที่บริษัทลงใน JOBTOPGUN ช่วง ต.ค. 2568–ก.ย. 2569 ราว 1 ใน 3 ระบุฐานข้อมูลหรือ SQL และราว 1 ใน 4 ระบุ Cloud ดูประกาศจริงได้ที่ งานไอทีและเทคโนโลยี
- ใส่ทักษะในเรซูเม่ด้วยชื่อเดียวกับในประกาศงาน พร้อมระดับและหลักฐาน ใน Super Resume ใส่ทักษะพร้อม “ระดับความเชี่ยวชาญ” ได้ในส่วน “ทักษะและภาษา” (เข้าสู่ระบบหรือสร้าง Super Resume ก่อน)
Technical Skills คือทักษะเฉพาะทางที่ใช้ทำงานได้จริง สายไอทีหมายถึงฐานข้อมูล Cloud การเขียนโปรแกรม เครือข่าย และความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งบริษัทเขียนไว้ในประกาศงานโดยตรง
งานไอทีครอบคลุมหลายสาย ทั้งพัฒนาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ เครือข่าย ระบบสารสนเทศขององค์กรอย่าง ERP และความปลอดภัยข้อมูล ทักษะจึงต่างกันตามตำแหน่ง และไม่ใช่ทุกงานไอทีที่ต้องเขียนโค้ด
Technical Skills คืออะไร
Technical Skills หรือทักษะเชิงเทคนิค คือความรู้และความสามารถเฉพาะทางในการใช้เครื่องมือ ซอฟต์แวร์ หรือวิธีการ เพื่อทำงานชิ้นหนึ่งให้สำเร็จ ฝึกได้ และพิสูจน์ได้ด้วยผลงาน แบบทดสอบ หรือใบรับรอง เช่น เขียนโปรแกรมด้วย Python ตั้งค่าเครือข่ายในออฟฟิศ หรือทำรายงานด้วย Power BI
Technical Skills แปลว่าอะไร Tech Skill คืออะไร ต่างจาก Technical Knowledge ไหม
Technical แปลว่าเชิงเทคนิคหรือเฉพาะทาง Technical Skills จึงแปลว่าทักษะเชิงเทคนิค ส่วน Tech Skill คือคำย่อของ Technical Skill มักใช้กับทักษะด้านเทคโนโลยี
Technical Knowledge คือรู้ว่าสิ่งนั้นทำงานอย่างไร ส่วน Technical Skill คือลงมือทำได้จริง บางครั้งเรียกว่า Technical Ability เช่น รู้ว่าฐานข้อมูลเก็บข้อมูลเป็นตารางคือความรู้ เขียน SQL ดึงยอดขายรายเดือนได้คือทักษะ
เทียบ Technical Skills กับ Hard Skills, Soft Skills และ IT Skills
| ประเภท | ความหมาย | ตัวอย่าง | วัดอย่างไร |
|---|---|---|---|
| Technical Skills | ทักษะเฉพาะทางที่ใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีทำงานชิ้นหนึ่ง | เขียนโปรแกรม, SQL, ตั้งค่าเครือข่าย, ใช้ AutoCAD | ผลงาน, แบบทดสอบ, ใบรับรอง |
| Hard Skills | ทักษะที่เรียนและวัดผลได้ทุกชนิด บทความนี้ใช้เป็นคำกว้างที่รวม Technical Skills | บัญชี, ภาษาต่างประเทศ, เขียนโปรแกรม | วุฒิ, คะแนนสอบ, ใบอนุญาต, ผลงาน |
| Soft Skills | วิธีทำงานกับคนอื่นและจัดการตัวเอง | การสื่อสาร, ทำงานเป็นทีม, บริหารเวลา | ตัวอย่างจากงานจริง, การสัมภาษณ์ |
| ทักษะคอมพิวเตอร์ (Computer Skills) | การใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมพื้นฐานในงานทั่วไป | Excel, Word, อีเมล, ประชุมออนไลน์ | ทำงานจริงให้ดู, แบบทดสอบ |
| IT Skills | Technical Skills ที่ใช้ในงานไอทีโดยเฉพาะ | Cloud, ฐานข้อมูล, Cybersecurity, ดูแลระบบ | โปรเจกต์, ประสบการณ์, ใบรับรอง |
อ่านต่อเรื่อง Hard Skill ที่บริษัทต้องการ และ Soft Skill คืออะไร
Technical Skills ไม่ได้มีแค่สายไอที นักบัญชีใช้โปรแกรมบัญชี ช่างใช้เครื่องมือวัด บทความนี้เน้นงานไอที
Technical Skills มีอะไรบ้าง สายไอทีใช้ IT Skills หลัก 8 ด้าน
Technical Skills สายไอทีแบ่งได้ 8 ด้าน ได้แก่ เขียนโปรแกรม, ฐานข้อมูลและ SQL, Cloud และ DevOps, ระบบและเครือข่าย, ความปลอดภัยไซเบอร์, วิเคราะห์ข้อมูล, Git กับการทำงานแบบ Agile และการแก้ปัญหา ในประกาศงานสายไอทีที่บริษัทลงใน JOBTOPGUN ช่วง ต.ค. 2568–ก.ย. 2569 ราว 1 ใน 3 ระบุฐานข้อมูลหรือ SQL
นอกจาก 8 ด้านนี้ ประกาศงานไอทีหลายตำแหน่งยังถามหาภาษาอังกฤษด้วย
1. การเขียนโปรแกรม (Programming)
พื้นฐานของงานพัฒนาซอฟต์แวร์ เว็บไซต์ และแอป ภาษาที่เจอบ่อยคือ Python, JavaScript หรือ TypeScript, C# กับ .NET และ Java
2. ฐานข้อมูลและ SQL
เขียน SQL ดึง กรอง และสรุปข้อมูลบนฐานข้อมูลอย่าง MySQL, PostgreSQL หรือ SQL Server ทักษะนี้ใช้ได้ทั้งสาย Developer, Data และ Business Analyst
3. Cloud และ DevOps
Cloud Computing คือการใช้เซิร์ฟเวอร์และบริการผ่านผู้ให้บริการอย่าง AWS, Microsoft Azure หรือ Google Cloud ส่วน DevOps ใช้เครื่องมืออย่าง Docker และ CI/CD ส่งโค้ดขึ้นระบบได้เร็วขึ้น
4. ระบบและเครือข่าย (System and Network Administration)
ดูแลระบบปฏิบัติการ Windows, Linux หรือ Mac ติดตั้งและตั้งค่าฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ ดูแลเครือข่ายในองค์กร และช่วยพนักงานเมื่อมีปัญหาทางเทคนิค เป็นทักษะหลักของ IT Support และ System Administrator
5. ความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity)
ป้องกันระบบและข้อมูลขององค์กรจากการโจมตี ข้อมูลรั่วไหล และการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝึกพื้นฐานเครือข่ายก่อนเครื่องมือเจาะระบบ อ่านต่อที่ Cybersecurity คืออะไร
6. วิเคราะห์ข้อมูลและ BI
เปลี่ยนข้อมูลดิบเป็นรายงานที่ฝ่ายอื่นใช้ตัดสินใจได้ ด้วย SQL, Excel และ Power BI หรือ Tableau ถ้าอยากไปถึง Machine Learning ดู เส้นทางสาย Data Science
7. Git และการทำงานแบบ Agile/Scrum
Git เก็บประวัติการแก้โค้ดให้หลายคนทำโปรเจกต์เดียวกันได้โดยไม่ทับงานกัน ส่วน Agile และ Scrum คือวิธีทำงานเป็นรอบสั้น ๆ ที่ทีมไอทีหลายแห่งใช้
8. แก้ปัญหาและไล่หาสาเหตุ (Troubleshooting)
ไล่หาสาเหตุของปัญหาทีละขั้น ตั้งแต่เครื่องพิมพ์ไม่ทำงานไปจนถึงระบบล่ม ทดสอบสมมติฐาน แล้วจดวิธีแก้ไว้ ฝั่งนักพัฒนาเรียกการไล่หาจุดผิดในโค้ดว่า Debugging
Technical Skills แยกตามตำแหน่งงานไอที
แต่ละตำแหน่งใช้ทักษะต่างกัน และหลายตำแหน่งไม่ต้องเขียนโค้ดทุกวัน เช่น IT Support, Tester, Business Analyst และ UX/UI Designer เลือกตำแหน่งเป้าหมายก่อน แล้วค่อยเลือกทักษะที่จะฝึก จะเร็วกว่าเรียนทุกอย่างพร้อมกันโดยไม่มีเป้าหมาย
| ตำแหน่ง | Technical Skills หลัก | หลักฐานที่ควรเตรียม | เริ่มต้นจาก |
|---|---|---|---|
| Developer / Programmer | ภาษาโปรแกรม 1–2 ภาษา, SQL, Git, API | โปรเจกต์ที่เปิดดูโค้ดได้ | ภาษาเดียวให้คล่อง แล้วทำเว็บหรือแอปเล็ก ๆ |
| IT Support / Help Desk | ฮาร์ดแวร์, Windows และระบบปฏิบัติการอื่น, เครือข่ายพื้นฐาน | ประสบการณ์แก้ปัญหาให้ผู้ใช้, ใจบริการ | ลงระบบเครื่องเอง, ฝึกตั้งค่าเครือข่ายบ้าน |
| Data Analyst | SQL, Excel, Power BI หรือ Tableau, Python เบื้องต้น | แดชบอร์ดหรือรายงานจากข้อมูลจริง | SQL กับข้อมูลเปิด แล้วสรุปเป็นรายงาน 1 ชิ้น |
| Cloud / DevOps | Linux, Cloud (AWS, Azure, Google Cloud), Docker, CI/CD | ระบบที่ตั้งเองบน Cloud, ใบรับรองเมื่อประกาศระบุ | Linux พื้นฐาน แล้วฝึกบนบัญชีทดลองใช้ฟรี |
| Cybersecurity | เครือข่าย, ระบบปฏิบัติการ, การตั้งสิทธิ์และตรวจ Log | ห้องแล็บฝึก, ใบรับรองด้านความปลอดภัย | พื้นฐานเครือข่ายก่อนเครื่องมือเจาะระบบ |
| QA / Software Tester | เขียน Test Case, รายงานบั๊ก, SQL เบื้องต้น, เครื่องมือ Test อัตโนมัติ | ตัวอย่าง Test Case และรายงานบั๊กที่ชัดเจน | ทดสอบเว็บหรือแอปที่ใช้อยู่ แล้วเขียนรายงาน |
| Business Analyst / IT Project | เขียน Requirement, วาด Process Flow, SQL และ Excel, Agile | เอกสาร Requirement หรือ Flow ที่เคยทำ | วาด Flow งานที่ทำอยู่ แล้วเสนอวิธีปรับ |
| UX/UI Designer | Figma, Wireframe และ Prototype, User Research | Portfolio ที่เล่าที่มาของงานออกแบบ | ออกแบบหน้าจอแอปที่ใช้อยู่ใหม่ 1 หน้า |
อ่านรายละเอียดของ 2 ตำแหน่งนี้ได้ที่ งาน Software Tester และ UX/UI Designer ทำอะไร
IT Support ต้องมีทักษะอะไร
IT Support Skill หลักคือดูแลฮาร์ดแวร์ ระบบปฏิบัติการ เครือข่ายพื้นฐาน ติดตั้งโปรแกรม เครื่องพิมพ์ และรับเรื่องผ่านระบบแจ้งปัญหา (Ticket) งานนี้ต้องรู้กว้างก่อนรู้ลึก และต้องมีใจบริการ
5 ทักษะไอที (AI Skills) ที่สำคัญขึ้นในยุค AI
ประกาศงานสายไอทีใน JOBTOPGUN ที่ระบุ AI เพิ่มจากราว 7% ในช่วง ต.ค. 2567–ก.ย. 2568 เป็นราว 14% ในช่วง ต.ค. 2568–ก.ย. 2569 ทักษะ 5 ข้อด้านล่างช่วยให้คุณใช้ AI ทำงานได้ และตรวจได้ว่างานที่ AI ทำถูกหรือผิด

1. ใช้ AI เป็นเครื่องมือทำงาน
บอกบริบท ตัวอย่าง และรูปแบบที่คุณต้องการให้ชัด เพื่อให้ AI ตอบได้ตรงงาน ทักษะนี้เรียกว่า Prompt Engineering ดูตัวอย่าง Generative AI ช่วยทำงาน
2. อ่านและตรวจโค้ดหรือผลลัพธ์ที่ AI สร้าง
AI เขียนโค้ดหรือ SQL ได้เร็ว แต่ไม่ได้ถูกทุกครั้ง คนที่อ่านโค้ดออกจะเห็นว่าตรงไหนผิดหรือไม่ปลอดภัย
3. Debugging และไล่หาสาเหตุของปัญหา
AI ช่วยเดาสาเหตุของปัญหาได้ แต่ถ้าเดาผิด คนที่เข้าใจระบบคือคนที่ไล่ต่อจนเจอ ทักษะ Troubleshooting ในข้อ 8 ด้านบนจึงยังขาดไม่ได้
4. ออกแบบระบบและพื้นฐาน Cloud
AI เขียนโค้ดทีละส่วนได้ แต่การตัดสินใจว่าระบบควรแบ่งอย่างไรและเก็บข้อมูลที่ไหน ยังต้องใช้คนที่เข้าใจภาพรวม
5. ความปลอดภัยและการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ
รู้ว่าข้อมูลลูกค้า รหัสผ่าน หรือโค้ดของบริษัทแบบไหนห้ามวางลงเครื่องมือ AI และงานไหนติดเรื่องลิขสิทธิ์ ดู เช็คลิสต์ก่อนใช้ AI
หลายคนคิดว่า Hard Skill ถาม AI เอาก็ได้ แต่คนที่ไม่เข้าใจพื้นฐานจะตรวจไม่ได้ว่า AI ตอบผิดตรงไหน
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง (Computer Skills ที่ทุกสายงานใช้)
ทักษะคอมพิวเตอร์พื้นฐานคือการใช้เครื่องมือสำนักงานและออนไลน์ทำงานให้เสร็จได้เอง เช่น ใช้สูตร Excel พิมพ์เอกสาร ส่งอีเมล แชร์ไฟล์บนคลาวด์ ประชุมออนไลน์ และใช้ AI ช่วยร่างงาน งานแทบทุกสายคาดหวังทักษะเหล่านี้
- Excel หรือ Google Sheets ใช้สูตร SUM, IF, XLOOKUP และทำ Pivot Table
- Word หรือ Google Docs จัดหน้าเอกสาร ใส่หัวข้อและตาราง
- จัดการไฟล์และแก้งานร่วมกันบนคลาวด์ ตั้งสิทธิ์ว่าใครแก้ไฟล์ได้
- อีเมลและประชุมออนไลน์ เขียนอีเมลงานให้ชัด และแชร์หน้าจอได้คล่อง
- ความปลอดภัยพื้นฐาน ตั้งรหัสผ่านที่ดี และรู้ทันลิงก์หลอก
ใช้มือถือคล่องไม่ได้แปลว่าคล่อง Office ลองเช็กตัวเองกับรายการใน ทักษะคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นสำหรับการทำงาน และ Digital Literacy คืออะไร
ใส่ Technical Skills ในเรซูเม่อย่างไรให้ HR เห็นภาพ
เขียนชื่อทักษะของคุณให้ตรงกับคำในประกาศงาน บอกระดับความชำนาญ แล้วพิสูจน์ด้วยผลงานในประสบการณ์ทำงานหรือโปรเจกต์ ใบรับรองใส่พร้อมผู้ออกและปีที่ได้ ทักษะที่เห็นว่าใช้จริงในงานน่าเชื่อกว่ารายชื่อเครื่องมือยาว ๆ
- ใช้คำเดียวกับประกาศ ถ้าประกาศเขียนว่า PostgreSQL ให้เขียน PostgreSQL ไม่ใช่แค่ “ฐานข้อมูล”
- บอกระดับตามจริง อย่าให้ระดับสูงกว่าที่คุณตอบในการสัมภาษณ์ได้
- เล่าทักษะในงานที่ทำ เช่น “เขียน SQL ดึงรายงานยอดขายรายสัปดาห์แทนการคัดลอกจาก Excel ทีละไฟล์” แล้วต่อท้ายด้วยผลลัพธ์จริงของคุณ
- แนบหลักฐาน ลิงก์ GitHub แดชบอร์ด หรือผลงานออกแบบที่ HR เปิดดูได้
ใน Super Resume (เข้าสู่ระบบก่อน) ใส่ทักษะได้ในส่วน “ทักษะและภาษา” พร้อม “ระดับความเชี่ยวชาญ” ได้แก่ เชี่ยวชาญ ชั้นสูง ขั้นกลาง ขั้นต้น หรือกำลังศึกษา แล้วเรซูเม่จะจัดกลุ่มทักษะตามระดับให้
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าควรใส่ผลงานในเรซูเม่หรือแยกออกมา อ่านต่อที่ Portfolio กับ Resume ต่างกันอย่างไร
เรียน Technical Skills ด้วยตัวเอง เริ่มจากตรงไหน
เลือกตำแหน่งเป้าหมายหนึ่งตำแหน่ง อ่านประกาศงานจริง 5–10 ประกาศ แล้วฝึกทักษะที่ซ้ำกันมากที่สุด ถ้าคุณเป็นมือใหม่ ประกาศงานสายไอทีใน JOBTOPGUN ช่วง ต.ค. 2568–ก.ย. 2569 ราว 1 ใน 5 ไม่กำหนดประสบการณ์ขั้นต่ำ และรวมแล้วราวครึ่งหนึ่งกำหนดขั้นต่ำไม่เกิน 1 ปี
- เลือกตำแหน่งเป้าหมาย จากตารางตำแหน่งงานด้านบน
- จดชื่อทักษะที่ซ้ำกันหลายประกาศ นี่คือรายการที่คุณต้องฝึก
- เรียนพื้นฐาน จากคอร์สออนไลน์ เช่น Thai MOOC ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ของไทย และฝึกบนบัญชีทดลองใช้ฟรีของผู้ให้บริการ Cloud
- ทำโปรเจกต์ 1–2 ชิ้นที่เล่าได้ เช่น รายงานจากข้อมูลเปิด เว็บเล็ก ๆ หรือระบบบน Cloud พร้อมสรุปว่าแก้ปัญหาอะไร
- เริ่มจากตำแหน่งเริ่มต้น เช่น IT Support หรือ Tester แล้วค่อยต่อยอด
วุฒิด้านคอมพิวเตอร์หรือไอทีช่วยได้ แต่ถ้าคุณเปลี่ยนสาย ทักษะที่พิสูจน์ได้มักช่วยปิดช่องว่าง แนวคิดนี้เรียกว่า Skills-Based Hiring ส่วนความต่างของ Upskill และ Reskill ช่วยวางแผนเรียนได้
คอร์สที่คุณเรียนจบบันทึกได้ใน Super Resume (เข้าสู่ระบบก่อน) ด้วย “เพิ่มหลักสูตรการฝึกอบรม” และใบรับรองด้วย “เพิ่มใบรับรอง”
Career Tip จาก JOBTOPGUN
เปิดประกาศงานตำแหน่งที่อยากได้ 5 ประกาศ ขีดเส้นใต้ชื่อทักษะที่ซ้ำกันตั้งแต่ 3 ประกาศขึ้นไป แล้วเช็กว่าเรซูเม่ของคุณใช้คำเดียวกันหรือยัง
ทักษะที่ยังไม่มี ให้ทำโปรเจกต์เล็ก 1 ชิ้นพิสูจน์ก่อนสมัคร
คำถามที่พบบ่อย
Technical Skills ต่างจาก Soft Skills อย่างไร
Technical Skills คือทำงานเฉพาะทางได้และวัดผลได้ เช่น เขียน SQL ส่วน Soft Skills คือวิธีทำงานกับคนและกับตัวเอง งานไอทีต้องใช้ทั้งคู่
ไม่เขียนโค้ด ทำงานสาย IT ได้ไหม
ได้ ตำแหน่งอย่าง IT Support, Software Tester, Business Analyst และ UX/UI Designer ไม่ต้องเขียนโค้ดทุกวัน แต่แต่ละตำแหน่งก็มี Technical Skills ของตัวเอง เช่น การเขียน Test Case หรือการใช้ Figma
ใบเซอร์กับพอร์ต อะไรสำคัญกว่า
ดูก่อนว่าประกาศงานระบุใบรับรองหรือไม่ ถ้าระบุ ใบรับรองช่วยผ่านการคัดกรอง ส่วนทักษะที่เหลือ โปรเจกต์ที่เปิดดูได้มักพิสูจน์ได้ชัดกว่า
AI จะแย่งงานสายไอทีไหม
ไม่มีใครตอบแทนได้แน่นอน สิ่งที่เห็นได้คือประกาศงานสายไอทีใน JOBTOPGUN ที่ระบุ AI เพิ่มจากราว 7% ในช่วง ต.ค. 2567–ก.ย. 2568 เป็นราว 14% ในช่วง ต.ค. 2568–ก.ย. 2569 ทักษะที่ช่วยคุณได้คือใช้ AI เป็นและตรวจงานของ AI ได้
ต้องจบสายคอมถึงจะทำงานไอทีได้ไหม
ไม่จำเป็นทุกตำแหน่ง ราว 2 ใน 3 ของประกาศงานสายไอทีใน JOBTOPGUN ช่วง ต.ค. 2568–ก.ย. 2569 ระบุวุฒิด้านคอมพิวเตอร์หรือไอที ถ้าไม่ได้จบสายนี้ ให้เช็กคุณสมบัติในประกาศก่อนสมัคร และแนบผลงานที่พิสูจน์ทักษะ
เมื่อรู้แล้วว่าตำแหน่งไหนใช้ทักษะอะไร หางานไอทีที่ตรงกับทักษะของคุณใน งานไอทีและเทคโนโลยีบน JOBTOPGUN
แล้วสร้าง Super Resume ฟรี ใส่ทักษะพร้อมระดับความเชี่ยวชาญ (สมัครหรือเข้าสู่ระบบก่อน)
แหล่งอ้างอิง
- ข้อมูลประกาศงานสายไอทีที่บริษัทลงใน JOBTOPGUN ช่วง ต.ค. 2567–ก.ย. 2568 และ ต.ค. 2568–ก.ย. 2569 นับจากคำในชื่อตำแหน่ง รายละเอียดงาน และคุณสมบัติ ส่วนประสบการณ์นับจากช่องประสบการณ์ขั้นต่ำของประกาศ ตัวเลขเป็นค่าประมาณ
- Thai MOOC – แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ (thaimooc.ac.th)







