Digital Footprint คืออะไร ทำไม HR ส่อง และวิธีเคลียร์ก่อนสมัครงาน
สรุปสั้น ๆ
- Digital Footprint (ดิจิทัลฟุตพรินต์ หรือที่หลายคนเขียนว่า ดิจิตอลฟุตปริ้น) คือร่องรอยข้อมูลที่คุณทิ้งไว้ทุกครั้งที่ใช้อินเทอร์เน็ต มี 2 ประเภท คือ Active ที่คุณตั้งใจโพสต์เอง และ Passive ที่ระบบเก็บไปโดยอัตโนมัติ
- HR บางบริษัทค้นชื่อและดูโซเชียลสาธารณะของผู้สมัคร โพสต์และรูปที่ระบุตัวคุณได้ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA องค์กรที่เก็บไปใช้จึงต้องทำตามกฎหมาย
- ก่อนสมัครงาน ให้ค้นชื่อตัวเอง ลบ ซ่อน หรือเลิกแท็กสิ่งที่ไม่อยากให้เห็น แล้วสร้างโปรไฟล์ที่อยากให้ HR เจอ เช่น Super Resume ที่สร้างได้ฟรีและแชร์เป็นลิงก์ได้
Digital Footprint คือร่องรอยของสิ่งที่คุณทำบนโลกออนไลน์ ตั้งแต่โพสต์ คอมเมนต์ รูปที่ถูกแท็ก ไปจนถึงประวัติการค้นหาที่เว็บไซต์เก็บไว้ ร่องรอยเหล่านี้ค้นเจอได้ และ HR บางคนก็ค้นจริงก่อนตัดสินใจรับคนเข้าทำงาน
ลองนึกถึงรอยเท้าบนหาดทราย ต่างกันตรงที่รอยบนโลกออนไลน์ไม่ถูกคลื่นซัดหายไปเอง โพสต์เมื่อหลายปีก่อนจึงยังโผล่ขึ้นมาได้เมื่อมีคนค้นชื่อคุณ
Digital Footprint คืออะไร
Digital Footprint หรือรอยเท้าดิจิทัล คือร่องรอยข้อมูลที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่คุณใช้อินเทอร์เน็ต ทั้งสิ่งที่คุณตั้งใจโพสต์ และข้อมูลที่ระบบเก็บไปเอง ร่องรอยเหล่านี้สะสมไปเรื่อย ๆ ค้นหาได้ และถูกคัดลอกส่งต่อได้ จึงเปรียบเหมือนประวัติออนไลน์ที่คนอื่นใช้ทำความรู้จักคุณก่อนเจอตัวจริง
คำนี้มีหลายชื่อ เช่น ดิจิทัลฟุตพรินต์ ดิจิตอลฟุตปริ้น รอยเท้าดิจิทัล และร่องรอยดิจิทัล หลายคนคิดว่ามันมีแค่สิ่งที่ตัวเองโพสต์ ความจริงยังรวมสิ่งที่คนอื่นโพสต์ถึงคุณ เช่น รูปที่เพื่อนแท็ก หรือรูปที่พ่อแม่โพสต์ไว้ตั้งแต่คุณยังเด็ก
การดูแลร่องรอยเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ Digital Literacy หรือทักษะการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน
Digital Footprint มี 2 ประเภท: Active และ Passive
Digital Footprint มี 2 ประเภท คือ Active Digital Footprint ร่องรอยที่คุณตั้งใจสร้างเอง เช่น โพสต์ คอมเมนต์ รีวิว และรูป กับ Passive Digital Footprint ข้อมูลที่ถูกเก็บโดยอัตโนมัติหรือโดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจ เช่น ประวัติการค้นหา คุกกี้ หมายเลข IP และตำแหน่งที่ตั้ง
| ประเภท | ตัวอย่าง | คุณคุมหรือลบได้แค่ไหน | HR มักเห็นไหม |
|---|---|---|---|
| Active (ตั้งใจสร้าง) | โพสต์ คอมเมนต์ รีวิว รูป โปรไฟล์โซเชียล | คุมได้มาก ลบ ซ่อน หรือเปลี่ยนการตั้งค่าได้เอง | เห็น ถ้าตั้งเป็นสาธารณะ |
| Passive (ถูกเก็บอัตโนมัติ) | ประวัติการค้นหา คุกกี้ หมายเลข IP ตำแหน่งที่ตั้ง | คุมได้บางส่วน ผ่านการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและสิทธิ์ที่ให้แอป | โดยทั่วไปไม่เห็น |
| ที่คนอื่นสร้างถึงคุณ | รูปที่ถูกแท็ก โพสต์ของเพื่อนหรือครอบครัว | คุมได้บางส่วน เลิกแท็ก ตั้งให้ตรวจแท็กก่อน หรือขอให้คนโพสต์ลบ | เห็น ถ้าเป็นสาธารณะและมีชื่อคุณ |
สำหรับคนหางาน สิ่งที่ HR มักเห็นคือร่องรอยแบบ Active กับสิ่งที่คนอื่นโพสต์ถึงคุณแบบสาธารณะ ส่วน Passive มีผลกับความเป็นส่วนตัวและความเสี่ยงโดนหลอกมากกว่า
เหตุผลที่ HR ส่อง Digital Footprint ของผู้สมัคร
HR ดูร่องรอยออนไลน์เพื่อเช็กว่าสิ่งที่คุณแสดงตรงกับเรซูเม่หรือไม่ และคุณสื่อสารในที่สาธารณะอย่างไร ผลสำรวจในสหรัฐฯ ของ SHRM (สมาคมการบริหารทรัพยากรบุคคลของสหรัฐฯ) ปี 2015 พบว่า HR 43% ใช้โซเชียลมีเดียสาธารณะหรือการค้นออนไลน์คัดกรองผู้สมัคร เพิ่มจาก 33% ในปี 2013
เว็บที่ HR ในผลสำรวจนี้ใช้มากที่สุดคือ LinkedIn และ Facebook ตัวอย่างข้อมูลที่ทำให้นายจ้างบางรายปฏิเสธผู้สมัคร มีทั้งการกระทำที่ผิดกฎหมาย และข้อมูลที่ไม่ตรงกับใบสมัคร
| กลุ่ม | ตัวอย่างโพสต์ | HR อาจมองว่า |
|---|---|---|
| ควรระวัง | ด่านายจ้างเก่า เปิดเผยข้อมูลลับของงาน ถ้อยคำหยาบหรือเหยียด เรื่องผิดกฎหมาย ปีที่ทำงานไม่ตรงกับเรซูเม่ | สะท้อนวิจารณญาณและการเคารพที่ทำงาน |
| เป็นกลาง | เที่ยว อาหาร งานอดิเรก ครอบครัว | ไม่เสียหาย และเห็นตัวตนนอกเวลางาน |
| ช่วยเสริม | ผลงาน โพสต์ความรู้ในสายงาน งานอาสา LinkedIn ที่ตรงกับเรซูเม่ | ยืนยันทักษะและความสนใจในสายงาน |
ความเห็นทางการเมืองกับการสมัครงาน
การมีความเห็นทางการเมืองไม่ได้แปลว่าต้องเงียบ สิ่งที่คนอ่านมักจำได้คือน้ำเสียง เช่น คำหยาบหรือการโจมตีตัวบุคคล มากกว่าว่าคุณอยู่ฝั่งไหน ในทางกฎหมาย PDPA มาตรา 26 จัดให้ความคิดเห็นทางการเมืองและศาสนาเป็นข้อมูลอ่อนไหว
HR ขอดู Facebook หรือโพสต์ส่วนตัว: สิ่งที่คุณทำได้
โพสต์สาธารณะใครก็เห็นได้ รวมถึง HR แต่การขอดูโพสต์ที่ตั้งเป็นส่วนตัว ขอแอดเพื่อน ขอดูโทรศัพท์ หรือขอรหัสผ่าน เกินร่องรอยสาธารณะของคุณ ซึ่งคุณปฏิเสธอย่างสุภาพได้ โพสต์ที่ระบุตัวคุณได้ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA องค์กรที่เก็บไปจึงต้องทำตามกฎหมาย
สิ่งที่ PDPA บอกไว้
แนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เผยแพร่จากข้อหารือ ระบุว่าภาพหรือข้อความบน Facebook ที่ระบุตัวบุคคลได้ ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กฎหมายนี้ไม่มีมาตราเรื่องดูโซเชียลผู้สมัครโดยตรง จึงใช้กฎทั่วไป ดังนี้
- มาตรา 22: เก็บได้เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
- มาตรา 23: ต้องแจ้งคุณก่อนหรือขณะเก็บ ว่าเก็บเพื่ออะไร เก็บอะไร และเก็บนานเท่าไร
- มาตรา 24: ห้ามเก็บโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่เข้าฐานอื่นที่กฎหมายกำหนด
- มาตรา 25: ถ้าเก็บจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวคุณ ต้องแจ้งคุณโดยไม่ชักช้า ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่เก็บ และได้รับความยินยอมจากคุณ หรือต้องเป็นกรณีที่ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือ 26
- มาตรา 26: ข้อมูลอ่อนไหว เช่น ความคิดเห็นทางการเมือง ศาสนา และประวัติอาชญากรรม ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น
PDPA ไม่ได้แปลว่าบริษัทต้องขอความยินยอมทุกครั้ง เพราะมาตรา 24 มีฐานทางกฎหมายอื่นนอกจากความยินยอม อ่านพื้นฐานเพิ่มได้ที่ PDPA คืออะไร
| คำขอของ HR | อยู่ในร่องรอยสาธารณะไหม | ตัวอย่างคำตอบสุภาพ |
|---|---|---|
| ดูโปรไฟล์สาธารณะหรือ LinkedIn | ใช่ | “ยินดีครับ นี่คือลิงก์ LinkedIn ของผมครับ” |
| ขอชื่อบัญชี Facebook หรือ IG | เฉพาะส่วนที่ตั้งเป็นสาธารณะ | “ใส่ชื่อบัญชีให้ได้ค่ะ ส่วนโพสต์ส่วนใหญ่ตั้งไว้ให้เพื่อนและครอบครัวเห็นค่ะ” |
| ขอแอดเพื่อน หรือดูโพสต์ส่วนตัว | ไม่ใช่ | “ยินดีส่งลิงก์ LinkedIn และผลงานให้ดูค่ะ ส่วนเฟซบุ๊กส่วนตัวขอเก็บไว้สำหรับครอบครัวและเพื่อนนะคะ” |
| ขอดูโทรศัพท์ | ไม่ใช่ | “ถ้าอยากดูผลงานส่วนไหน ผมยินดีส่งให้ทางอีเมลครับ” |
| ขอรหัสผ่าน | ไม่ใช่ และไม่ควรให้ในทุกกรณี | “ขออนุญาตไม่ให้รหัสผ่านนะคะ แต่ยินดีเปิดโปรไฟล์สาธารณะให้ดูค่ะ” |
บริษัทที่ยืนยันจะดูโพสต์ส่วนตัว หรือถามความเชื่อทางศาสนาและการเมือง อาจกำลังบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร เตรียมคำตอบเหล่านี้ไว้พร้อมกับ คำถามสัมภาษณ์งาน ที่เจอบ่อย
เช็ก Digital Footprint ของตัวเองก่อนสมัครงาน 6 ขั้นตอน
วิธีเช็กที่ตรงที่สุดคือมองตัวเองแบบที่ HR มอง เริ่มจากค้นชื่อตัวเอง ดูรูปภาพที่ขึ้นมา เปิดโปรไฟล์ในมุมที่คนทั่วไปเห็น ไล่ดูแท็กและโพสต์เก่า ตามหาบัญชีที่ลืมไปแล้ว และปิดท้ายด้วยเว็บรวมข้อมูลบุคคลกับคำตอบของ AI ทำให้เสร็จก่อนส่งใบสมัครใบแรก

- ค้นชื่อตัวเอง ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ชื่อเล่น อีเมล และเบอร์โทร ในหน้าต่างไม่ระบุตัวตน
- ดูแท็บรูปภาพ เพราะบางรูปมาจากเว็บที่คุณลืมไปแล้ว
- เปิดโปรไฟล์ในมุมของคนทั่วไป ด้วยฟีเจอร์ดูแบบสาธารณะของแต่ละแพลตฟอร์ม
- ไล่ดูแท็กและโพสต์เก่า ย้อนไปถึงช่วงที่ยังเรียนอยู่
- ตามหาบัญชีเก่า เช่น เว็บบอร์ด บล็อก และโซเชียลที่เลิกใช้แล้ว
- ดูเว็บรวมข้อมูลบุคคลและคำตอบของ AI ที่อาจดึงโปรไฟล์ของคุณไปสรุปต่อ
ผลค้นหาที่มีชื่อคุณอาจไม่ใช่ตัวคุณ คนชื่อซ้ำมีอยู่จริง และ AI ก็อาจนำข้อมูลหลายคนมาปนกัน เช็กให้แน่ใจก่อนตกใจ ถ้า HR ถามถึง ให้อธิบายอย่างใจเย็น
การลบประวัติเบราว์เซอร์และคุกกี้ล้างข้อมูลในเครื่องของคุณเท่านั้น ไม่ได้ลบสิ่งที่เว็บไซต์บันทึกไปแล้ว
วิธีจัดการโพสต์ที่ไม่อยากให้ HR เห็น
เริ่มจากสิ่งที่คุมได้เอง คือลบหรือซ่อนโพสต์ เลิกแท็ก และขอให้เพื่อนลบรูป จากนั้นขอให้เจ้าของเว็บไซต์ลบหน้าที่มีข้อมูลของคุณ ขอให้เครื่องมือค้นหาอย่าง Google ลบหรืออัปเดตผลที่ล้าสมัย แล้วเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับงานใหม่ ๆ ส่วนเรื่องที่ลบไม่ได้ ให้เตรียมคำอธิบายไว้
ลบแล้วไม่ได้แปลว่าหายทั้งหมด
บางคนคิดว่าโพสต์แล้วลบไม่ได้เลย บางคนคิดว่าลบแล้วหายสนิท ความจริงอยู่ตรงกลาง คุณลบสำเนาของตัวเองและขอให้ลบได้ แต่ภาพแคปหน้าจอและสำเนาบนเว็บอื่นอาจยังอยู่
บัญชีที่สองและเรื่องที่เกิดไปแล้ว
การแยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีเรื่องงานทำได้ตามปกติ สิ่งที่เสี่ยงคือทำให้ HR เข้าใจผิด เช่น บอกว่าไม่มีโซเชียลเลยทั้งที่มี ถ้าเขาค้นเจอเอง ความน่าเชื่อถือจะเสียมากกว่าโพสต์เก่า
ถ้าโพสต์เก่าลบไม่ได้แล้วและถูกถามตอนสัมภาษณ์ ให้ตอบสั้น ๆ ตรง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น คุณได้เรียนรู้อะไร และตอนนี้ต่างไปอย่างไร การยอมรับอย่างมีวุฒิภาวะมักได้ผลดีกว่าการปฏิเสธ
สร้าง Digital Footprint ที่ดีให้ HR เจอ
ทางป้องกันที่ได้ผลคือมีร่องรอยที่คุณเลือกเอง เช่น โปรไฟล์ LinkedIn ที่ตรงกับเรซูเม่ ผลงานที่เปิดให้ดูได้ โพสต์แชร์ความรู้ในสายงาน และใช้ชื่อกับ รูปสมัครงาน ชุดเดียวกันทุกที่ เมื่อมีคนค้นชื่อคุณ สิ่งที่ขึ้นมาจะเป็นด้านที่คุณอยากให้ HR เห็น
Super Resume ของ JOBTOPGUN สร้างได้ฟรี ดาวน์โหลดเป็น PDF หรือกด “คัดลอกลิงก์” เพื่อส่งให้ผู้ประกอบการได้ ในส่วน “ไลฟ์สไตล์ของฉัน” และ “เส้นทางอาชีพของฉัน” ใส่รูปได้ส่วนละไม่เกิน 4 รูป (“เส้นทางอาชีพของฉัน” จะแสดงเป็น “ภาพไฮไลท์การทำงาน” บนเรซูเม่) ให้ HR เห็นตัวตนจากสิ่งที่คุณเลือก แทนการไปไล่ดู Facebook
คุณเลือก “สถานะโปรไฟล์” ได้ว่า “HR มองเห็นโปรไฟล์คุณได้” หรือ “จำกัดการมองเห็นโปรไฟล์” ให้เห็นเฉพาะบริษัทที่คุณสมัคร ดู ตัวอย่าง Super Resume ได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ ส่วนการสร้างของคุณเอง ให้ สมัครหรือเข้าสู่ระบบ Super Resume ก่อน
อ่านไอเดียเพิ่มได้ที่ โชว์ไลฟ์สไตล์ผ่านเรซูเม่ และ จัดการ Social Media ส่วนตัวก่อนสมัครงาน
ได้งานแล้ว Digital Footprint ก็ยังสำคัญ
หลังได้งาน คนอ่านโพสต์ของคุณจะมีทั้งเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า โพสต์ระบายเรื่องงานแม้ไม่เอ่ยชื่อ คนในที่ทำงานก็มักเดาออก และข้อบังคับการทำงานของบริษัทก็ใช้กับคุณด้วย การคิดก่อนโพสต์จึงจำเป็นไม่น้อยกว่าตอนสมัครงาน
ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (แก้ไขโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551) นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างด้วยเหตุที่ระบุ เช่น จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมหลังถูกเตือนเป็นหนังสือ เว้นแต่กรณีร้ายแรง มาตรานี้ไม่ได้พูดถึงโพสต์ออนไลน์โดยตรง จึงขึ้นกับข้อเท็จจริงแต่ละกรณี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 กำหนดว่า การส่งต่อข้อมูลเท็จตามมาตรา 14 โดยรู้อยู่แล้วก็เป็นความผิด และมาตรา 16 เอาผิดการโพสต์ภาพผู้อื่นที่ตัดต่อหรือดัดแปลงจนน่าจะทำให้เขาเสียชื่อเสียง
ช่วงทดลองงานยังมีเรื่องอื่นที่ควรระวัง อ่านต่อได้ที่ พฤติกรรมที่ทำให้ไม่ผ่านโปร ส่วนการตรวจเครดิตหรือประวัติอาชญากรรมเป็นกระบวนการทางการแยกต่างหาก ไม่ใช่ Digital Footprint
Career Tip จาก JOBTOPGUN
คืนก่อนส่งใบสมัคร ค้นชื่อ-นามสกุลทั้งภาษาไทยและอังกฤษในหน้าต่างไม่ระบุตัวตน แล้วแคปหน้าแรกเก็บไว้ จัดการ 3 รายการบนสุดที่คุณไม่อยากต้องอธิบาย และให้มีอย่างน้อย 1 รายการที่คุณคุมเองได้ เช่น LinkedIn หรือลิงก์ Super Resume ของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
Digital Footprint มีกี่ประเภท
มี 2 ประเภท คือ Active ที่คุณตั้งใจสร้าง เช่น โพสต์และคอมเมนต์ และ Passive ที่ระบบเก็บไปเอง เช่น ประวัติการค้นหาและคุกกี้ สิ่งที่คนอื่นโพสต์ถึงคุณก็นับรวมด้วย
ไม่มี Facebook หรือไม่เล่นโซเชียลเลย จะเสียโอกาสได้งานไหม
HR มักตัดสินจากเรซูเม่และการสัมภาษณ์เป็นหลัก การไม่มีโซเชียลจึงไม่ได้เป็นข้อเสียในตัว แต่โปรไฟล์อย่าง LinkedIn หรือ Super Resume ช่วยให้ HR มีข้อมูลที่ถูกต้องให้ค้นเจอ
ล็อกโปรไฟล์ Facebook ไว้ HR จะมองว่าน่าสงสัยไหม
การล็อกโปรไฟล์คือการเก็บเรื่องส่วนตัวไว้กับคนใกล้ชิด ไม่ใช่การปิดบัง ให้ตั้งชื่อและรูปโปรไฟล์ที่ดูเรียบร้อย เพราะคนที่ไม่ใช่เพื่อนยังเห็นสองส่วนนี้ได้
HR ขอให้ใส่ชื่อ Facebook ในใบสมัคร ต้องให้ไหม
คุณให้ชื่อบัญชีหรือโปรไฟล์ที่ใช้เรื่องงานได้ และปฏิเสธการเข้าถึงโพสต์ส่วนตัวอย่างสุภาพได้ โพสต์ที่ระบุตัวคุณได้ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA
พ่อแม่หรือเพื่อนโพสต์รูปเรา มีผลต่อการสมัครงานไหม
ถ้าโพสต์นั้นเป็นสาธารณะและแท็กชื่อคุณ ก็นับเป็น Digital Footprint ของคุณ ให้เลิกแท็ก ตั้งให้ตรวจแท็กก่อนขึ้นหน้าโปรไฟล์ หรือขอให้คนโพสต์ลบหรือปรับการมองเห็น
ให้ HR เจอตัวตนที่คุณเลือกเอง สร้าง Super Resume ฟรี (สมัครหรือเข้าสู่ระบบก่อนเริ่ม) แล้วแชร์ลิงก์หรือดาวน์โหลด PDF ไปสมัครงาน จากนั้น หางานบน JOBTOPGUN ที่ตรงกับคุณ
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (มาตรา 22–26), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: pdpc.or.th
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, แนวทางการปฏิบัติสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จากข้อหารือเกี่ยวกับการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ข้อหารือกรณีผู้ใช้ Facebook): pdpc.or.th
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 (มาตรา 14 และ 16), ETDA: etda.or.th
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 มาตรา 18 (แก้ไขมาตรา 119), กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน: legal.labour.go.th
- SHRM, HR Weeds Out Applicants Through Public Social Searches (19 มกราคม 2016): shrm.org







