กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เลื่อนเป็น 1 ม.ค. 2570 หักกี่บาท ได้คืนเมื่อไร

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เลื่อนเป็น 1 ม.ค. 2570 หักกี่บาท ได้คืนเมื่อไร

สรุปสั้น ๆ

  • กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเลื่อนเริ่มเก็บเงินจาก 1 ตุลาคม 2569 เป็น 1 มกราคม 2570 ตามที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแจ้งเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 กฎหมายฉบับใหม่ยังรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • เมื่อเริ่มเก็บ กิจการที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปจะหักค่าจ้างลูกจ้าง 0.25% และนายจ้างสมทบอีก 0.25% ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2574
  • กองทุนนี้ไม่ใช่ประกันสังคม ถ้าคุณเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทอยู่แล้วไม่ต้องจ่าย และเมื่อออกจากงานไม่ว่าด้วยเหตุใด คุณได้เงินส่วนของคุณและส่วนของนายจ้างคืน พร้อมดอกผลเมื่อส่งเงินมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคือเงินออมภาคบังคับที่ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้างทุกเดือน แล้วลูกจ้างได้คืนทั้งก้อนเมื่อออกจากงาน ล่าสุดการเริ่มเก็บเงินถูกเลื่อนจาก 1 ตุลาคม 2569 เป็น 1 มกราคม 2570

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแจ้งเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ว่าคณะรัฐมนตรีรับทราบหลักการร่างกฎหมาย 3 ฉบับเพื่อเลื่อนการเก็บเงิน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อบรรเทาภาระนายจ้างและลูกจ้างจากสถานการณ์อุทกภัยและภาวะเศรษฐกิจ ถ้าสลิปเงินเดือนของเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน 2569 ของคุณมีรายการหักกองทุนนี้ ให้สอบถามฝ่ายบุคคล

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นกองทุนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมวด 13 อยู่ในความดูแลของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างจ่าย “เงินสะสม” นายจ้างจ่าย “เงินสมทบ” ในอัตราเท่ากัน เงินทั้งหมดเป็นของลูกจ้าง และได้คืนพร้อมดอกผลเมื่อออกจากงานหรือเสียชีวิต

กฎหมายเรื่องนี้มีมานานแล้ว แต่การเก็บเงินถูกเลื่อนมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกจาก 1 ตุลาคม 2568 เป็น 1 ตุลาคม 2569 เพราะภาวะเศรษฐกิจ และครั้งที่สองเป็น 1 มกราคม 2570 ตามประกาศของกรมฯ เมื่อ 14 ตุลาคม 2569

บทความเก่าหลายแห่งจึงยังเขียนว่าเริ่มปี 2568 หรือ 1 ตุลาคม 2569 กำหนดการล่าสุดตามที่กรมฯ แจ้งมีดังนี้

ช่วงเวลา ลูกจ้างจ่าย (เงินสะสม) นายจ้างจ่าย (เงินสมทบ)
1 ม.ค. 2570 – 31 ธ.ค. 2574 0.25% ของค่าจ้าง 0.25% ของค่าจ้าง
หลัง 31 ธ.ค. 2574 กฎกระทรวงที่ใช้อยู่กำหนดให้ขึ้นเป็นฝ่ายละ 0.5% แต่วันเริ่มอยู่ระหว่างปรับตามร่างกฎหมายใหม่ กรมฯ ยังไม่ได้แจ้ง

ที่มา: ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 14 ตุลาคม 2569 ร่างกฎหมายยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เราจะปรับบทความเมื่อมีประกาศ

ไม่ใช่ประกันสังคม: เทียบ 3 กองทุนที่หักจากเงินเดือน

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่ใช่ส่วนหนึ่งของประกันสังคม และไม่ได้มาแทนกัน ลูกจ้างที่อยู่ในบังคับของกฎหมายทั้งสองฉบับต้องจ่ายทั้งสองกองทุน ประกันสังคมจ่ายเงินตามเงื่อนไข เช่น ว่างงานหรือชราภาพ ส่วนกองทุนนี้คืนเงินที่สะสมไว้เมื่อออกจากงาน โดยไม่มีเงื่อนไขแบบประกันสังคม

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ผู้ดูแล กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม คณะกรรมการกองทุน ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต.
บังคับหรือสมัครใจ บังคับ (กิจการ 10 คนขึ้นไป) บังคับ สมัครใจ
ลูกจ้างจ่าย 0.25% ของค่าจ้าง (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2570) ตามอัตราที่กฎหมายประกันสังคมกำหนด 2–15% ของค่าจ้าง ตามข้อบังคับกองทุน
ได้เงินเมื่อไร ออกจากงานทุกกรณี หรือเสียชีวิต ตามเงื่อนไข เช่น ว่างงาน ชราภาพ ตามข้อบังคับกองทุน

ถ้าบริษัทของคุณมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร และถ้าอยากทบทวนสิทธิประกันสังคม ดูได้ที่ สิทธิประกันสังคมที่ชาวออฟฟิศต้องรู้

ใครต้องเข้ากองทุน และใครได้รับยกเว้น

ลูกจ้างของกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องเป็นสมาชิก โดยนับรวมลูกจ้างทุกสาขาของนายจ้าง กิจการได้รับยกเว้นเมื่อมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือนายจ้างจัดสวัสดิการสงเคราะห์เองตามกฎกระทรวง กรณีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ยกเว้นเฉพาะลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนนั้นจริง

แผนภาพเช็กว่าคุณต้องจ่ายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่ ตามจำนวนลูกจ้าง กิจการที่ได้รับยกเว้น สวัสดิการของนายจ้าง และการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เช็กว่าคุณจะถูกหักเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่ (เริ่มเก็บ 1 มกราคม 2570 ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 14 ตุลาคม 2569)

“ลูกจ้าง” ตามกฎหมายหมายถึงผู้ที่ตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร พนักงานรายวัน พนักงานสัญญาจ้าง และพาร์ทไทม์จึงอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

กรณีที่มักเข้าใจผิดคือบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วทุกคนไม่ต้องจ่าย กรมฯ ชี้แจงว่า ลูกจ้างที่ยังไม่ได้อยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เช่น ยังไม่ผ่านทดลองงาน หรือเลือกไม่สมัคร ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

กิจการบางประเภทได้รับยกเว้นตามกฎหมายอื่น เช่น งานประมง งานบ้านที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจ และงานที่ไม่แสวงหากำไร

ส่วนกิจการที่มีลูกจ้างไม่ถึง 10 คนยังไม่ถูกบังคับ แต่ลูกจ้างสมัครเข้าเองได้หากนายจ้างยินยอม

หักกี่เปอร์เซ็นต์ กี่บาท: ตารางคำนวณตามเงินเดือน

ลูกจ้างถูกหัก 0.25% ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่ายเท่ากัน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 ถึง 31 ธันวาคม 2574 ค่าจ้างในที่นี้คือค่าจ้างสำหรับเวลาทำงานปกติ ตัวอย่างเช่น เงินเดือน 20,000 บาท ถูกหัก 50 บาทต่อเดือน รวมกับส่วนของนายจ้างเป็น 100 บาท

เงินเดือน (บาท) ลูกจ้างจ่าย/เดือน นายจ้างจ่าย/เดือน รวม 5 ปี (60 เดือน)*
10,000 25.00 25.00 3,000
15,000 37.50 37.50 4,500
20,000 50.00 50.00 6,000
25,000 62.50 62.50 7,500
30,000 75.00 75.00 9,000

*รวมเงินของลูกจ้างและนายจ้าง ที่อัตรา 0.25% เงินเดือนคงที่ ยังไม่รวมดอกผล

ถ้าคุณได้ค่าจ้างรายวัน ให้คูณค่าจ้างต่อวันกับจำนวนวันทำงานในเดือนนั้นก่อน

ตัวอย่างจากกรมฯ: ค่าจ้างวันละ 400 บาท ทำงาน 26 วัน เท่ากับ 10,400 บาท ถูกหัก 26 บาท และนายจ้างจ่ายอีก 26 บาท

นายจ้างต้องหักทุกงวดที่จ่ายค่าจ้าง และถ้าจ่ายค่าจ้างช้า ก็ยังต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนตามกำหนดเหมือนจ่ายค่าจ้างแล้ว

ได้เงินคืนเมื่อไร และยื่นขออย่างไร

คุณมีสิทธิได้เงินคืนทุกครั้งที่ออกจากงาน ไม่ว่าจะลาออก ถูกเลิกจ้าง แม้เป็นการเลิกจ้างเพราะทำผิดวินัย เกษียณอายุ หรือหมดสัญญา เงินที่ได้คือเงินสะสมของคุณ เงินสมทบของนายจ้าง และดอกผล โดยดอกผลจะคิดให้เมื่อส่งเงินเข้ากองทุนมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน

การเปลี่ยนงานก็นับเป็นการออกจากงานเดิม คุณจึงยื่นขอเงินส่วนของงานเดิมได้ ขั้นตอนการขอรับเงินมีดังนี้

  1. ยื่นแบบ สกล.6 ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ที่นายจ้างนำส่งเงิน หรือยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Service ของกรมฯ
  2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอภายใน 15 วันนับจากวันที่คุณยื่นคำขอ ถ้ายื่นก่อนวันครบกำหนดที่นายจ้างต้องนำส่งเงินของเดือนสุดท้าย ให้นับจากวันที่นายจ้างนำส่ง หรือวันถัดจากวันครบกำหนดนำส่ง
  3. ผู้มีอำนาจอนุมัติภายใน 5 วันทำการ และกองทุนจ่ายเงินรวมครั้งเดียวภายใน 5 วันทำการหลังอนุมัติ
  4. ถ้าไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา อุทธรณ์ต่ออธิบดีได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ทราบผล

ถ้าคุณยังไม่มารับเงิน พนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่ที่นายจ้างนำส่งเงินจะแจ้งคุณอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ถ้าไม่มีผู้มารับภายใน 10 ปีนับจากวันที่อนุมัติจ่าย เงินจะโอนเป็นรายได้ของกองทุน แต่คุณยังยื่นขอรับในภายหลังได้

สิทธิรับเงินจากกองทุนโอนให้คนอื่นไม่ได้ และเจ้าหนี้ยึดไม่ได้

เมื่อออกจากงาน คุณอาจมีสิทธิอื่นที่ควรเช็กพร้อมกันด้วย เช่น เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม ดูวิธีเช็กได้ที่ เช็กเงินสะสมประกันสังคมทำยังไง

กรณีลูกจ้างเสียชีวิต

ถ้าลูกจ้างเสียชีวิต กองทุนจ่ายเงินให้บุคคลที่ลูกจ้างระบุไว้ในหนังสือแบบ สกล.5 ถ้าไม่ได้ระบุไว้ กฎหมายให้แบ่งให้บุตร สามี ภรรยา บิดา และมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ คนละส่วนเท่ากัน ถ้าไม่มีบุคคลเหล่านี้เลย เงินจะตกเป็นของกองทุน

Career Tip จาก JOBTOPGUN

  • เมื่อเริ่มเก็บในเดือนมกราคม 2570 ให้เปิดสลิปเงินเดือนแล้วหารายการหักกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ถ้าบริษัทมีพนักงาน 10 คนขึ้นไป คุณไม่ได้อยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ไม่มีรายการหัก ให้ถามฝ่ายบุคคล
  • ถ้าคุณโสดหรืออยากให้เงินไปถึงคนที่คุณเลือก กรอกแบบ สกล.5 ระบุผู้รับเงินไว้
  • มีปัญหาเรื่องการหักหรือนำส่งเงิน โทรสายด่วนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 1546

หน้าที่ของนายจ้าง

นายจ้างต้องยื่นรายชื่อลูกจ้าง หักเงินสะสมทุกงวดค่าจ้าง และนำส่งพร้อมเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป การยื่นแบบทำผ่านระบบ eservice.labour.go.th เป็นหลัก กรมฯ แจ้งว่าจะปรับกรอบเวลานำส่งเงินตามกำหนดใหม่ จึงควรติดตามวันส่งงวดแรกจากประกาศของกรมฯ

  • ยื่นรายชื่อลูกจ้าง ด้วยแบบ สกล.3 และแจ้งการเปลี่ยนแปลงด้วยแบบ สกล.3/2 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • ส่งช้าหรือส่งไม่ครบ ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของยอดที่ค้าง
  • ไม่ได้หักเงินลูกจ้าง ก็ยังต้องจ่าย นายจ้างต้องรับผิดชอบเงินส่วนของลูกจ้างเต็มจำนวน และลูกจ้างยังได้สิทธิเหมือนส่งเงินแล้ว
  • ถ้าค้างจ่าย พนักงานตรวจแรงงานมีหนังสือเตือนให้ชำระภายในไม่น้อยกว่า 30 วัน และมีอำนาจสั่งยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินได้
  • ไม่ยื่นหรือยื่นรายชื่อเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อีกหน้าที่ของกองทุน: เงินสงเคราะห์เมื่อนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย

นอกจากเงินออมที่จะเริ่มเก็บ กองทุนนี้มีอีกบทบาทหนึ่งอยู่แล้ว คือช่วยลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างแต่นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน กองทุนจะจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ลูกจ้างก่อน แล้วไปเรียกเงินคืนจากนายจ้างเอง

อัตราเงินสงเคราะห์ขึ้นกับอายุงาน เช่น ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ 30 เท่าของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน ต้องยื่นขอภายใน 2 ปีนับจากวันที่คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเป็นที่สุด เงินส่วนนี้แยกจากเงินสะสมที่คุณได้คืนเมื่อออกจากงาน

คำถามที่พบบ่อย

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเลื่อนไปเริ่มเมื่อไร

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแจ้งเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ว่าเลื่อนการเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจาก 1 ตุลาคม 2569 เป็น 1 มกราคม 2570 คณะรัฐมนตรีรับทราบหลักการร่างกฎหมายแล้ว และกฎหมายฉบับใหม่ยังรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ทำงานไม่ถึงปี ลาออกแล้วได้เงินคืนไหม

ได้ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืนเงินสะสมของคุณและเงินสมทบของนายจ้างเมื่อออกจากงานทุกกรณี แต่ดอกผลจะคิดให้เมื่อส่งเงินเข้ากองทุนมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน

บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ยังอยู่ในช่วงทดลองงาน ต้องโดนหักไหม

ต้อง ถ้าคุณยังไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายจ้างต้องให้คุณเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างและหักเงินตามปกติ

พนักงานพาร์ทไทม์หรือรายวันต้องโดนหักกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไหม

ต้องจ่ายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ถ้านายจ้างมีลูกจ้างรวมกัน 10 คนขึ้นไปและไม่ได้รับยกเว้น เพราะกฎหมายนับทุกคนที่ทำงานโดยรับค่าจ้าง เงินที่หักคิดจากค่าจ้างที่ได้จริงในเดือนนั้น

ประกันสังคมกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ต้องจ่ายทั้งคู่ไหม

ถ้าคุณอยู่ในบังคับของกฎหมายทั้งสองฉบับ ต้องจ่ายทั้งคู่ เพราะเป็นคนละกองทุน กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นเงินออมที่ได้คืนเมื่อออกจากงาน ส่วนประกันสังคมจ่ายสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไข

สรุป

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะเริ่มเก็บ 1 มกราคม 2570 หักฝ่ายละ 0.25% และคืนให้คุณเมื่อออกจากงาน เรื่องเงินเดือน สวัสดิการ และสิทธิลูกจ้างเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกงาน ถ้าคุณกำลังมองหาบริษัทที่ให้สวัสดิการชัดเจน ค้นหางานบน JOBTOPGUN และอ่านเรื่อง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพิ่มเติม

แหล่งอ้างอิง

  • กสร. แจ้งเลื่อนจัดเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เป็น 1 มกราคม 2570 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (14 ต.ค. 2569) labour.go.th
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมวด 13 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง legal.labour.go.th
  • คำชี้แจงกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง กองนิติการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (ฉบับปรับปรุงปี 2569) legal.labour.go.th
  • ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการยื่นคำขอ การพิจารณา และการอุทธรณ์ พ.ศ. 2569 (ราชกิจจานุเบกษา 21 ส.ค. 2569) ratchakitcha.soc.go.th
  • ประกาศคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เรื่อง การคำนวณดอกผล พ.ศ. 2569 (ราชกิจจานุเบกษา 10 ก.ย. 2569) ratchakitcha.soc.go.th
  • ประกาศคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เรื่อง การยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อลูกจ้าง พ.ศ. 2569 (ราชกิจจานุเบกษา 10 ก.ย. 2569) ratchakitcha.soc.go.th
  • ระเบียบคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์ พ.ศ. 2565 legal.labour.go.th
  • กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ewf.labour.go.th

สมัครงานกับบริษัทชั้นนำทันที สร้าง Super Resume (ใบสมัครงาน) เลย ฟรี!

คำค้นหายอดนิยม

..