AI ออกแบบโลโก้ โปสเตอร์ นักออกแบบใช้ยังไง + เครื่องมือ 2569
สรุปสั้น ๆ
- AI ช่วยนักออกแบบได้มากในงานที่กินเวลา เช่น เติมหรือลบส่วนในภาพด้วยเติมโดย AI (Generative Fill) ของ Photoshop และแปลงงานเป็นหลายขนาดด้วย Magic Switch ของ Canva ส่วนการตีความบรีฟ ตัวอักษรไทย และไฟล์สุดท้ายยังเป็นงานของคุณ
- ใช้ AI ออกแบบโลโก้ในขั้นหาไอเดีย แล้วร่างและวาดใหม่เป็นเวกเตอร์เอง กรมทรัพย์สินทางปัญญาอธิบายว่าลิขสิทธิ์คุ้มครองงานที่ผู้สร้างสรรค์ริเริ่มด้วยสติปัญญาของตนเอง ส่วนงานที่ AI สร้าง หน้าลิขสิทธิ์และหน้าข่าวของกรมฯ (ถึงข่าววันที่ 31 ตุลาคม 2569) ยังไม่มีแนวทางเฉพาะ
- ทักษะที่ทำให้ยังได้งานคือการคิดแทนลูกค้า ไม่ใช่การกดสร้างภาพ ใส่เครื่องมือ AI ที่ใช้เป็นจริงไว้ใน “ทักษะของฉัน” ของ Super Resume (เข้าสู่ระบบหรือสร้าง Super Resume ก่อน) แล้วดู หางานออกแบบ ที่เปิดรับอยู่
นักออกแบบใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คนออกแบบแทน AI ทำงานซ้ำและงานเปิดไอเดียได้เร็ว เช่น ลบพื้นหลัง เติมภาพ ปรับขนาด และทำมู้ดบอร์ด ส่วนการตัดสินว่างานตอบบรีฟหรือไม่ยังเป็นหน้าที่ของคุณ
คำว่า AI ในคู่มือ AI สำหรับนักออกแบบ (AI graphic design) ฉบับนี้หมายถึงปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่ไฟล์ .ai ของ Adobe Illustrator ที่คนในวงการเรียกสั้น ๆ ว่า Ai
ถ้าอยากรู้จักตัวโปรแกรมก่อน อ่าน โปรแกรมที่ใช้ในงานกราฟิก ที่ดีไซเนอร์ควรรู้
AI ออกแบบกราฟิก: งานที่ช่วยได้และงานที่คุณยังทำเอง
AI เหมาะกับงาน 2 แบบ แบบแรกคืองานที่ทำซ้ำและกินเวลา เช่น ลบสิ่งที่ไม่ต้องการ ต่อเติมภาพ และทำงานหลายขนาด แบบที่สองคืองานเปิดไอเดียตอนเริ่มโปรเจกต์ ส่วนการเข้าใจลูกค้า การเลือกแนวทาง ตัวอักษรไทย และไฟล์สุดท้ายที่ใช้ได้จริง ยังต้องใช้นักออกแบบที่เข้าใจทั้งงานและลูกค้า
| งานออกแบบ | AI ช่วยตรงไหน (ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2569) | สิ่งที่คุณยังทำเอง |
|---|---|---|
| รีทัชและต่อเติมภาพ | เติมโดย AI ขยายโดย AI และเครื่องมือลบใน Photoshop ส่วน Canva มี Magic Edit, Magic Eraser และ Background Remover (Canva ระบุว่าเป็นฟีเจอร์ Pro) | เลือกผลที่เข้ากับภาพ แก้ขอบและแสง |
| มู้ดบอร์ดและเปิดไอเดีย | Firefly บอร์ด ใช้ระดมไอเดียร่วมกับทีม และ Text to Image ของ Canva สร้างภาพจากข้อความ | เลือกแนวที่ตอบบรีฟ และอธิบายเหตุผลให้ลูกค้าฟัง |
| แยกวัตถุออกจากภาพ | Magic Grab ของ Canva แยกวัตถุหลักในรูปออกมาเป็นชิ้นที่แก้ไขได้ | จัดองค์ประกอบใหม่ให้ตรงแบรนด์ |
| งานหลายขนาดและหลายภาษา | Magic Switch ของ Canva แปลงดีไซน์เป็นรูปแบบอื่น รวมถึงภาษาอื่น | จัดข้อความใหม่ให้อ่านง่าย และตรวจคำแปลทุกเวอร์ชัน |
| จัดไฟล์ใน Figma | Figma AI เปลี่ยนชื่อเลเยอร์ เพิ่มการโต้ตอบ (interaction) และค้นหาไฟล์ได้ | วางระบบไฟล์และคอมโพเนนต์ของทีม |
ภาพสวยไม่ได้แปลว่าตอบบรีฟ AI สร้างภาพตามคำที่คุณพิมพ์ แต่ไม่รู้ว่าลูกค้าขายอะไร ให้ใคร และคู่แข่งหน้าตาแบบไหน งานส่วนนั้นคือเหตุผลที่ลูกค้ายังจ้างนักออกแบบ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเครื่องมือกลุ่มนี้ทำงานอย่างไร อ่านพื้นฐาน Generative AI คืออะไร ก่อน แล้วค่อยเลือกใช้ทีละงาน
เครื่องมือ AI ในโปรแกรมที่นักออกแบบใช้อยู่แล้ว (ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2569)
ก่อนหาแอปใหม่ ลองใช้ AI ในโปรแกรมที่มีอยู่ก่อน เช่น AI ใน Photoshop อย่างเติมโดย AI, Magic Studio ของ Canva และ Figma AI เพราะทำงานในไฟล์เดิมได้เลย ไม่ต้องย้ายงานไปมา ฟีเจอร์และเครดิต AI ของแต่ละเจ้าเปลี่ยนบ่อย จึงควรเปิดหน้าทางการอีกครั้งก่อนใช้กับงานลูกค้า
| เครื่องมือ | ใช้ทำอะไร | จุดที่ควรรู้ |
|---|---|---|
| เติมโดย AI ใน Photoshop (Generative Fill) | เพิ่มและลบเนื้อหาในภาพด้วยพรอมต์ข้อความ โดยไม่ทำลายต้นฉบับ ขับเคลื่อนด้วย Firefly | ต้องใช้ Photoshop เวอร์ชัน 25.0 ใช้ได้เมื่อเป็นสมาชิกหรือทดลองใช้ฟรี พร้อมเครดิต AI ตามจำนวนที่กำหนด บนเดสก์ท็อปเลือกโมเดลพาร์ทเนอร์ เช่น Gemini 3 (Nano Banana Pro) และ FLUX.2 pro ได้ |
| Adobe Firefly | สร้างและแก้ไขรูปภาพ วิดีโอ เสียง และกราฟิกเวกเตอร์จากพรอมต์ข้อความ มี Firefly บอร์ดไว้ทำมู้ดบอร์ดกับทีม | รวมโมเดลของ Adobe กับโมเดลพาร์ทเนอร์จาก Google, OpenAI และเจ้าอื่น ผลงานมี Content Credentials ที่ระบุว่าใช้ AI |
| Canva Magic Studio | รวมเครื่องมือ AI ของ Canva ไว้ที่เดียว เช่น Magic Media สร้างภาพ กราฟิก และวิดีโอจากข้อความ | มีตัวสร้างภาพหลายตัว เช่น DALL·E และ Imagen พิมพ์พรอมต์ภาษาไทยได้ ผู้ใช้ฟรีลองได้ในจำนวนจำกัด ส่วน Magic Design (เบต้า) ยังไม่พร้อมใช้งานในภาษาไทย |
| Figma AI | Figma agent ช่วยสร้างแนวทางดีไซน์ใหม่ ทำไดอะแกรม และแก้ภาพ ส่วน Weave รวมเวิร์กโฟลว์ AI สำเร็จรูปสำหรับภาพ เวกเตอร์ และวิดีโอ | Figma Make เปลี่ยนไอเดียและดีไซน์ใน Figma เป็นต้นแบบและเว็บแอปด้วยพรอมต์ ทุกที่นั่งได้เครดิต AI รายเดือน |
Photoshop และ Figma ให้เครดิต AI ตามจำนวนที่กำหนดในแต่ละแผน ก่อนรับงานด่วน ดูเครดิตที่เหลือของคุณก่อน
แอปสร้างภาพแยกสำหรับมู้ดบอร์ด
นักออกแบบหลายคนใช้แอปสร้างภาพแยก เช่น Midjourney, ChatGPT หรือ Gemini เพื่อเปิดไอเดียตอนทำมู้ดบอร์ด
ให้ถือผลที่ได้เป็นภาพอ้างอิง ไม่ใช่งานส่งลูกค้า และอ่านข้อกำหนดของแต่ละแอปก่อนนำภาพไปใช้
ผู้ช่วยแชต AI สำหรับงานรอบ ๆ การออกแบบ
ผู้ช่วยแชตอย่าง ChatGPT, Gemini หรือ Claude ช่วยร่างคำถามก่อนเริ่มงาน อีเมลสรุปรอบแก้ และโน้ตส่งต่อไฟล์ให้ทีมได้ ดูความต่างของแต่ละตัวใน เทียบ Gemini ChatGPT และ Copilot
ใช้ AI ออกแบบโลโก้อย่างไรให้ได้งานที่ส่งลูกค้าได้
ใช้ AI ในขั้นหาไอเดีย ไม่ใช่ขั้นส่งงาน ลำดับคือ อ่านบรีฟ ให้ AI สร้างแนวหลายแบบเป็นมู้ดบอร์ด ร่างเอง วาดใหม่เป็นเวกเตอร์ใน Illustrator ตรวจว่าไม่ซ้ำใครและตอบบรีฟ แล้วส่งไฟล์ต้นฉบับ AI ช่วยแค่ขั้นที่ 2 ที่เหลือเป็นงานของคุณ

วาดใหม่เป็นเวกเตอร์ เพื่อขนาดและความเป็นเจ้าของ
โลโก้ถูกใช้ไปอีกหลายปี ทั้งบนนามบัตร ป้าย และหน้าเว็บ ภาพจากเครื่องสร้างภาพส่วนใหญ่เป็นไฟล์พิกเซล ขยายแล้วแตก โลโก้จึงต้องเป็นเวกเตอร์ที่ใช้ได้ทุกขนาด
อีกเหตุผลคือความเป็นเจ้าของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา อธิบายว่าลิขสิทธิ์คุ้มครองงานที่ผู้สร้างสรรค์ริเริ่มด้วยสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะของตนเอง โดยไม่ลอกเลียนงานของผู้อื่น
กฎหมายไม่คุ้มครองแนวความคิด แต่คุ้มครองการแสดงออกซึ่งความคิด ร่างและเส้นที่คุณวาดเองจึงเป็นส่วนที่บอกได้ชัดที่สุดว่าเป็นงานของคุณ
เว็บทำโลโก้ในไม่กี่วินาที: ได้ภาพเร็ว แต่ยังไม่ใช่แบรนด์
ได้โลโก้เร็วไม่ได้แปลว่าได้โลโก้ที่เป็นของแบรนด์เดียว Canva เขียนไว้ว่าภาพจาก Text to Image คุณอาจไม่มีสิทธิ์ใช้แต่เพียงผู้เดียว
ถ้าลูกค้าจะจดเครื่องหมายการค้า ให้ตรวจเรื่องนั้นแยกอีกขั้น
โลโก้ที่มีคำภาษาไทย ให้ตั้งตัวอักษรเองในโปรแกรมออกแบบ แล้วตรวจสระ วรรณยุกต์ และระยะห่างทุกตัว อย่าใช้ตัวอักษรที่ AI วาดมาในภาพโดยตรง
ถ้าอยากทำงานโลโก้และอัตลักษณ์แบรนด์เต็มเวลา ดูประกาศใน งานกราฟิกและออกแบบภาพ ว่าบริษัทต้องการทักษะอะไรบ้าง
ใช้ AI ออกแบบโปสเตอร์และโพสต์โซเชียล
โปสเตอร์และโพสต์โซเชียลเป็นงานที่ AI ช่วยได้มากในขั้นทำภาพพื้นหลังและขั้นทำหลายขนาด แต่ข้อความ ลำดับการอ่าน และตัวอักษรไทยควรจัดเอง เพราะคนดูโปสเตอร์เพียงไม่กี่วินาที คำผิดหรือสระลอยจุดเดียวทำให้งานทั้งชิ้นดูไม่น่าเชื่อถือ
ขั้นตอนที่ใช้ได้กับโปสเตอร์ ภาพปกวิดีโอ และภาพโพสต์:
- เริ่มจากข้อความที่ต้องสื่อและขนาดที่ลูกค้าต้องการ ก่อนเปิดเครื่องมือ AI
- สร้างหรือต่อเติมภาพพื้นหลัง เช่น ใช้เติมโดย AI ใน Photoshop เพิ่มหรือลบส่วนในฉาก ใช้ Magic Expand ของ Canva ขยายภาพเพื่อเว้นที่วางข้อความ หรือใช้ Text to Graphic ทำไอคอนและภาพประกอบ
- จัดหัวข้อและตัวอักษรไทยเองด้วยฟอนต์ที่ลูกค้าใช้
- ใช้ Magic Switch ของ Canva แปลงงานเป็นขนาดอื่น แล้วจัดตำแหน่งข้อความใหม่ในแต่ละขนาด
- เปิดดูทุกเวอร์ชันบนมือถือ ตรวจคำผิดและโลโก้ก่อนส่ง
ตัวอย่างพรอมต์ภาพพื้นหลังโปสเตอร์ลดราคากาแฟ:
ภาพถ่ายโต๊ะไม้กับแก้วกาแฟเย็น แสงเช้า โทนน้ำตาลครีม เว้นพื้นที่ว่างด้านบนหนึ่งในสามของภาพ ไม่มีตัวอักษร
การสั่งว่าไม่มีตัวอักษรช่วยให้คุณวางข้อความไทยเองได้สะอาด
ถ้าใช้ Canva ให้รู้ไว้ว่า Magic Design ที่สร้างเทมเพลตจากคำอธิบาย ยังไม่พร้อมใช้งานในภาษาไทย แต่การสร้างภาพพิมพ์พรอมต์ภาษาไทยได้
งานภาพโซเชียลใกล้กับสาย Creative และ Content Creator ถ้าคุณเขียนแคปชันและเข้าใจแพลตฟอร์มด้วย จะรับงานได้กว้างขึ้น
ข้อจำกัดของ AI: ความเป็นต้นฉบับ ลิขสิทธิ์ และไฟล์ลูกค้า
กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยไม่มีบทเฉพาะเรื่องงานที่ AI สร้าง สิทธิ์ใช้ภาพจาก AI ในงานเชิงพาณิชย์จึงขึ้นกับข้อกำหนดของแต่ละเครื่องมือ ให้อ่านข้อกำหนดก่อนรับงาน เก็บหลักฐานส่วนที่ทำเอง และบอกลูกค้าตั้งแต่ต้นว่าใช้ AI ตรงไหน
ลิขสิทธิ์ภาพจาก AI ในไทย
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4 นิยาม “ผู้สร้างสรรค์” ว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์ที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ และกรมทรัพย์สินทางปัญญาอธิบายว่าลิขสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องจดทะเบียน
ส่วนคำถามว่าภาพที่ AI สร้างมีลิขสิทธิ์หรือไม่ เราไม่พบแนวทางเฉพาะบนหน้าลิขสิทธิ์และหน้าข่าวของกรมฯ ถึงข่าววันที่ 31 ตุลาคม 2569
Adobe ตอบว่าขึ้นอยู่กับเขตอำนาจศาลท้องถิ่นของคุณ ส่วน Canva เรียกเรื่องนี้ว่าคำถามปลายเปิด
งานลูกค้า ใครเป็นเจ้าของ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาอธิบายว่า ลูกจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เว้นแต่ทำหนังสือตกลงไว้เป็นอย่างอื่น โดยนายจ้างนำงานออกเผยแพร่ได้ตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง
ส่วนงานรับจ้าง เช่น ฟรีแลนซ์ ผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น จึงควรเขียนเรื่องนี้ไว้ในสัญญาให้ชัด ดูพื้นฐานใน อาชีพฟรีแลนซ์ คืออะไร
กรมฯ ยังระบุว่าการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิด การป้อนงานของคนอื่นเป็นภาพอ้างอิง หรือสั่งให้เลียนแบบงานศิลปินคนใดคนหนึ่ง จึงเป็นทางที่เสี่ยง
สิทธิ์ใช้เชิงพาณิชย์และการฝึก AI ตามข้อกำหนดของแต่ละเจ้า
จ่ายค่าสมาชิกแล้วก็ยังต้องดูข้อกำหนดเรื่องสิทธิ์ในภาพของแต่ละเจ้า ตารางนี้สรุปข้อกำหนดจากหน้าทางการของแต่ละเจ้า ณ พฤศจิกายน 2569
| เจ้า | ใช้เชิงพาณิชย์ | ไฟล์ของคุณถูกนำไปฝึก AI หรือไม่ |
|---|---|---|
| Adobe | Adobe ระบุว่าโมเดล Firefly ฝึกจากเนื้อหาที่ได้รับสิทธิ์จาก Adobe Stock และเนื้อหาสาธารณะที่หมดลิขสิทธิ์ และปลอดภัยสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ โมเดลพาร์ทเนอร์ผู้ใช้ต้องตัดสินเอง และหน้าคำถามของเติมโดย AI เตือนว่าเนื้อหาที่สร้างในแอป Photoshop อาจใช้เชิงพาณิชย์ไม่ได้ การชดเชยด้านทรัพย์สินทางปัญญามีเฉพาะลูกค้าองค์กร | Adobe ระบุว่าไม่นำเนื้อหาของผู้ใช้ไปฝึกโมเดล ทั้งของ Adobe และของพาร์ทเนอร์ |
| Canva | ใช้ภาพจาก Text to Image ได้ทั้งงานส่วนตัวและงานเชิงพาณิชย์ ตราบใดที่ทำตามข้อกำหนด แต่ไม่ได้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว และ Canva ไม่รับประกัน การชดเชยผ่าน Canva Shield มีให้ลูกค้าองค์กร | Canva ระบุว่าโดยค่าเริ่มต้นจะไม่ใช้เนื้อหาของคุณฝึกโมเดล AI |
| Figma | คุณยังคงสิทธิ์ในผลงานที่สร้างด้วย Figma AI และมีความคุ้มครองลิขสิทธิ์ AI ในแผน Organization และ Enterprise | แผน Starter และ Professional เปิดการฝึกด้วยเนื้อหาเป็นค่าเริ่มต้น แอดมินทีมปิดได้ ส่วนแผน Organization และ Enterprise ปิดเป็นค่าเริ่มต้น |
ฟรีแลนซ์ที่ใช้ Figma แผน Starter หรือ Professional ควรดูการตั้งค่านี้ก่อนวางไฟล์ลูกค้า ตามที่ Figma อธิบายแนวทางเรื่อง AI
ไม่ว่าใช้เครื่องมือใด ให้อ่านสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) กับลูกค้าก่อนอัปโหลดไฟล์
บอกลูกค้าว่าใช้ AI
เขียนไว้ในใบเสนอราคาหรือบรีฟว่าใช้ AI ในขั้นไหน
Canva เองก็ขอให้ผู้ใช้แจ้งผู้ชมว่าคอนเทนต์มีภาพที่สร้างโดย AI ส่วนงานจาก Firefly มี Content Credentials ที่ระบุการใช้ AI ติดมากับไฟล์
ฟรีแลนซ์บางคนแยกราคางานที่ใช้ AI ช่วยกับงานที่ทำมือทั้งหมด ก่อนใช้ AI กับงานจริง ลองไล่ เช็คลิสต์ใช้ AI ไม่ให้มีปัญหาลิขสิทธิ์
AI จะแย่งงานกราฟิกดีไซเนอร์ไหม และทักษะไหนทำให้ยังได้งาน
AI มักแทนงานง่ายและงานซ้ำ เช่น ภาพประกอบทั่วไปหรือการทำหลายขนาด มากกว่าแทนนักออกแบบที่คิดแทนลูกค้าได้ นักออกแบบที่ใช้ AI เป็น (AI designer) และยังแน่นพื้นฐาน จะได้เปรียบคนที่ทำได้เพียงอย่างเดียว ทักษะที่ควรลงแรงมีดังนี้
| ทักษะ | ทำไมยังสำคัญ |
|---|---|
| ตีความบรีฟและถามลูกค้าให้ชัด | AI ทำตามคำสั่ง แต่ไม่รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรจริง |
| คิดระบบแบรนด์และ Art Direction | ลูกค้าจ้างคนที่ทำให้ทุกชิ้นงานไปทางเดียวกัน ไม่ใช่ภาพสวยทีละภาพ |
| ตัวอักษรไทยและการจัดหน้า | ข้อความไทยต้องถูกและอ่านง่าย ซึ่งยังต้องจัดเอง |
| ใช้ AI ใน Photoshop, Canva และ Figma ให้คล่อง | ทำงานซ้ำเสร็จเร็วขึ้น เหลือเวลาให้งานคิด |
| ขยับไป UX/UI | ต่อยอดพื้นฐานการออกแบบไปสู่หน้าจอที่คนกดใช้งาน |
| ขยับไปเว็บหรือ Front-end | เครื่องมืออย่าง Figma Make เปลี่ยนดีไซน์เป็นต้นแบบและเว็บแอปได้แล้ว นักออกแบบที่เข้าใจการสร้างเว็บจึงคุยกับทีมพัฒนาได้ราบรื่นกว่า |
ถ้าคุณยังเรียนออกแบบอยู่ พื้นฐานที่เรียนไม่เสียเปล่า งานในตารางนี้ล้วนต่อจากพื้นฐานการออกแบบ ให้ฝึกเครื่องมือ AI ไปพร้อมกับวิชาหลัก
ถ้าสนใจงานหน้าจอแอปและเว็บ เริ่มจาก UX/UI คืออะไร ถ้าอยากเขียนเว็บเอง ดูว่าสายนี้ใช้ทักษะอะไรใน ความสำคัญของ Web Developer แล้วลองดู งานไอทีและเทคโนโลยี ที่เปิดรับ
เมื่อใช้เครื่องมือ AI ได้จริงแล้ว ใส่ไว้ในเรซูเม่ด้วย ใน Super Resume (ต้องเข้าสู่ระบบหรือสร้าง Super Resume ก่อน)
ไปที่ “ทักษะและภาษา” › “ทักษะของฉัน” กด “เพิ่มทักษะของฉัน” แล้วพิมพ์ชื่อเครื่องมือ เช่น Adobe Firefly หรือ Midjourney
จากนั้นเลือก “ระดับความเชี่ยวชาญ” ให้ตรงกับที่ทำได้จริง มี 5 ระดับ คือ เชี่ยวชาญ ชั้นสูง ขั้นกลาง ขั้นต้น และกำลังศึกษา
โชว์งานที่ใช้ AI ในพอร์ตและเรซูเม่
HR และลูกค้าอยากเห็นว่าคุณคิดอะไร ไม่ใช่แค่ภาพสุดท้าย พอร์ตที่ใช้ AI ช่วยจึงควรเล่าตั้งแต่บรีฟ แนวคิด จุดที่ใช้ AI ไปจนถึงสิ่งที่คุณทำเอง คนอ่านจะเห็นทั้งฝีมือและวิธีทำงาน ไม่ต้องเดาว่าส่วนไหนเป็นของคุณจริง
เรียงงานแต่ละชิ้นในพอร์ตแบบนี้:
- บรีฟ: ลูกค้าคือใคร ต้องการอะไร
- ไอเดีย: มู้ดบอร์ด และบอกตรง ๆ ว่าส่วนไหนใช้ AI
- ร่าง: ภาพร่างและแนวที่ตัดทิ้งพร้อมเหตุผล
- งานสุดท้าย: ไฟล์ที่ลูกค้าใช้จริง
ดูว่าพอร์ตกับเรซูเม่ต่างกันอย่างไร และควรใส่อะไรใน Portfolio สมัครงาน
ใน Super Resume คุณใส่งานเหล่านี้ได้ 3 ที่ หลังเข้าสู่ระบบหรือสร้าง Super Resume แล้ว ระบบจัดรูปแบบเรซูเม่ให้เอง คุณแค่ใส่เนื้อหา
- เขียนตัวอย่างงานที่ใช้ AI เป็นข้อ ๆ ใน “ผลงานที่โดดเด่น” ของแต่ละตำแหน่ง บอกว่าทำอะไร ใช้เครื่องมือไหน และได้ผลอย่างไร
- อัปโหลดไฟล์พอร์ตที่ “เอกสารแนบของฉัน” › “เพิ่มเอกสาร” รับไฟล์ PDF, DOC, DOCX, PNG หรือ JPG ไม่เกิน 5MB ต่อไฟล์
- เพิ่มรูปผลงานได้สูงสุด 4 รูปในส่วน “เส้นทางอาชีพของฉัน” ซึ่งจะแสดงเป็น “ภาพไฮไลท์การทำงาน” บนเรซูเม่
Career Tip จาก JOBTOPGUN
ทำ “บันทึกขั้นตอน” 1 หน้าให้ทุกงานที่ใช้ AI ช่วย ใส่บรีฟ พรอมต์ที่ใช้ ภาพที่ AI สร้าง ร่างของคุณ และงานสุดท้าย แล้วเก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับไฟล์งาน
เมื่อลูกค้าถามว่างานมาจากไหน คุณเปิดหน้านี้ตอบได้ทันที หน้านี้ยังแสดงส่วนที่คุณทำเอง และหยิบไปทำหน้าพอร์ตได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
ภาพที่สร้างจาก AI มีลิขสิทธิ์ไหมในไทย
ยังไม่มีคำตอบทางการ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่มีบทเฉพาะเรื่องงานที่ AI สร้าง และหน้าลิขสิทธิ์กับหน้าข่าวของกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ถึงข่าววันที่ 31 ตุลาคม 2569) ก็ยังไม่มีแนวทางเฉพาะเรื่องนี้
ใช้ภาพ AI ในงานลูกค้าหรืองานเชิงพาณิชย์ได้ไหม
ขึ้นกับข้อกำหนดของเครื่องมือ Canva ให้ใช้ภาพจาก Text to Image เชิงพาณิชย์ได้ แต่ไม่ใช่สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว Adobe ระบุว่าโมเดล Firefly ของ Adobe เองปลอดภัยสำหรับงานเชิงพาณิชย์ โมเดลพาร์ทเนอร์ผู้ใช้ต้องตัดสินเอง และหน้าคำถามของเติมโดย AI เตือนว่าเนื้อหาที่สร้างในแอป Photoshop อาจใช้เชิงพาณิชย์ไม่ได้
AI ออกแบบโลโก้ฟรีมีไหม
มีให้ลองแบบจำกัด Canva ให้ผู้ใช้ฟรีทดลองสร้างภาพได้ในจำนวนจำกัด และ Photoshop ให้ทดลองใช้ฟรีพร้อมเครดิต AI ตามจำนวนที่กำหนด ดูหน้าแผนของแต่ละเจ้าก่อนเริ่มงาน
ต้องบอกลูกค้าไหมว่าใช้ AI
ควรบอก โดยเขียนไว้ในใบเสนอราคาหรือบรีฟว่าใช้ AI ในขั้นไหน คุณจะมีหลักฐานว่าตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น
เป็นนักออกแบบควรเรียนโปรแกรมอะไรก่อน AI
เริ่มจากพื้นฐาน Photoshop และ Illustrator ก่อน เพราะเติมโดย AI ทำงานอยู่ใน Photoshop และโลโก้ยังต้องวาดเป็นเวกเตอร์ ดูรายชื่อโปรแกรมที่ควรรู้ใน 7 โปรแกรมกราฟิกที่ดีไซเนอร์ต้องรู้
พร้อมใช้ทักษะออกแบบคู่กับ AI ในงานจริงแล้ว ดู งานออกแบบที่เปิดรับใน JOBTOPGUN
ก่อนสมัคร สร้าง Super Resume ฟรี ใส่เครื่องมือ AI ที่ใช้เป็นในส่วนทักษะ และแนบไฟล์พอร์ตให้ HR เห็นวิธีทำงานของคุณ
แหล่งอ้างอิง
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา: ลิขสิทธิ์ ipthailand.go.th
- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 111 ตอนที่ 59 ก (21 ธันวาคม 2537)
- Adobe: ฟีเจอร์เติมโดย AI ใน Photoshop adobe.com และ Adobe Firefly adobe.com
- Canva: AI สร้างภาพ (Text to Image) canva.com
- Figma: Our approach to AI figma.com







