
หลายคนสงสัยว่า Introvert คืออะไร และ Extrovert คืออะไร เพราะบางคนรู้สึกได้ชาร์จพลังเมื่อมีเวลาอยู่กับตัวเอง ขณะที่บางคนยิ่งได้พูดคุย พบปะผู้คน หรือทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ก็ยิ่งรู้สึกสดชื่นและมีพลัง
Introvert คือคนที่มักเติมพลังจากการอยู่กับตัวเองหรือทำกิจกรรมที่ได้ใช้สมาธิ ส่วน Extrovert คือคนที่มักได้รับพลังจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ความแตกต่างนี้ไม่ได้หมายความว่าคนอินโทรเวิร์ตจะต้องขี้อาย หรือคนเอ็กซ์โทรเวิร์ตจะต้องพูดเก่งและชอบเข้าสังคมตลอดเวลา
แนวคิดเรื่อง Introvert และ Extrovert เป็นที่รู้จักจากงานด้านบุคลิกภาพของ Carl Jung นักจิตวิทยาชาวสวิส ซึ่งใช้อธิบายแนวโน้มว่าคนเรามักหันความสนใจและรับพลังจากโลกภายในหรือสิ่งแวดล้อมภายนอกมากกว่ากัน
การเข้าใจบุคลิกภาพของตัวเองไม่ได้มีไว้เพื่อติดป้ายหรือจำกัดว่าเราควรทำอะไร แต่ช่วยให้เห็นวิธีคิด วิธีสื่อสาร สภาพแวดล้อม และรูปแบบการทำงานที่อาจช่วยให้เราใช้จุดแข็งได้ดีที่สุด
บทความนี้จะพาไปรู้จัก Introvert และ Extrovert ให้มากขึ้น เปรียบเทียบความแตกต่าง พร้อมแบบเช็กบุคลิกเบื้องต้น และดูว่างานลักษณะใดอาจเข้ากับสไตล์ของคุณ
Introvert คืออะไร?
Introvert คือคนที่มักรู้สึกได้พักและชาร์จพลังเมื่อมีเวลาอยู่กับตัวเอง อยู่ในบรรยากาศที่สงบ หรือได้ทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ
คนอินโทรเวิร์ตไม่ได้แปลว่าไม่ชอบผู้คนหรือเข้าสังคมไม่ได้ หลายคนสามารถทำงานเป็นทีม นำเสนอ พูดต่อหน้าคนจำนวนมาก หรือเป็นผู้นำได้ดี เพียงแต่หลังจากอยู่ท่ามกลางผู้คนหรือสิ่งกระตุ้นเป็นเวลานาน อาจต้องการเวลาเงียบ ๆ เพื่อพักและเรียบเรียงความคิด
ลักษณะของ Introvert ที่มักพบ เช่น
- ชอบคิดและทบทวนก่อนพูดหรือตัดสินใจ
- รู้สึกสบายกับการพูดคุยแบบตัวต่อตัวหรือกลุ่มเล็ก
- ต้องการช่วงเวลาที่ได้ทำสิ่งต่าง ๆ อย่างมีสมาธิ
- มักตั้งใจฟังและสังเกตรายละเอียด
- หลังจากเข้าสังคมนาน ๆ อาจอยากใช้เวลาอยู่คนเดียว
- ใช้เวลาสักพักก่อนรู้สึกสนิทใจกับคนใหม่
- มีความสุขกับกิจกรรมที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง
ไม่จำเป็นว่า Introvert ทุกคนจะมีลักษณะเหล่านี้เหมือนกันทั้งหมด เพราะ Personality Traits ของแต่ละคนยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความมั่นใจ สภาพแวดล้อม และสถานการณ์ที่กำลังเผชิญด้วย
Introvert ไม่ได้แปลว่าขี้อาย
ความขี้อาย เกิดจากความรู้สึกประหม่า ไม่มั่นใจ หรือกังวลเมื่อต้องเข้าสังคม ส่วนการเป็น Introvert เกี่ยวข้องกับวิธีที่แต่ละคนเติมพลัง คน Introvert จึงสามารถเป็นคนมั่นใจ พูดเก่ง ชอบทำความรู้จักผู้คน หรือทำงานที่ต้องสื่อสารอยู่เสมอได้ เพียงแต่อาจต้องการเวลาพักหลังจากใช้พลังกับกิจกรรมเหล่านั้น
Extrovert คืออะไร?
Extrovert คือคนที่มักรู้สึกมีพลังเมื่อได้พูดคุย ทำกิจกรรม หรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนและสิ่งรอบตัว
คนเอ็กซ์โทรเวิร์ตมักรู้สึกดีกับการเริ่มต้นบทสนทนา การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น บางคนยังใช้การพูดคุยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคิด ยิ่งได้เล่า ได้ถาม หรือได้ระดมความคิดกับผู้คน ก็ยิ่งมองเห็นคำตอบได้ชัดขึ้น
ลักษณะของ Extrovert ที่มักพบ เช่น
- รู้สึกมีพลังเมื่อได้พูดคุยกับผู้คน
- กล้าเริ่มต้นบทสนทนากับคนใหม่
- ชอบทำกิจกรรมหรือคิดไอเดียร่วมกับคนอื่น
- รู้สึกสบายกับการแสดงความคิดเห็นแบบทันที
- ชอบบรรยากาศที่มีความเคลื่อนไหว
- สร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายได้หลากหลาย
- อาจรู้สึกเบื่อเมื่อต้องอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม การมีบุคลิก Extrovert ไม่ได้หมายความว่าจะต้องพูดตลอดเวลา ชอบเป็นจุดสนใจ หรือไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ คน Extrovert ยังสามารถชอบกิจกรรมเงียบ ๆ ต้องการเวลาส่วนตัว และทำงานที่ต้องใช้สมาธิได้เช่นกัน
Introvert กับ Extrovert ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Introvert กับ Extrovert อยู่ที่ วิธีชาร์จพลัง วิธีตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว และรูปแบบการสื่อสารที่แต่ละคนรู้สึกสบาย มากกว่าการแบ่งว่าใครพูดเก่งหรือเข้าสังคมเก่งกว่า
| เรื่อง | Introvert | Extrovert |
|---|---|---|
| การชาร์จพลัง | มักได้พลังจากการอยู่เงียบ ๆ หรือมีเวลาอยู่กับตัวเอง | มักได้พลังจากการพูดคุยและทำกิจกรรมกับผู้อื่น |
| การเข้าสังคม | มักชอบกลุ่มเล็กหรือความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง | มักรู้สึกสบายกับกลุ่มใหญ่และการพบคนใหม่ |
| วิธีคิด | มักคิดและทบทวนก่อนพูด | มักคิดผ่านการพูดคุยและแลกเปลี่ยน |
| การตัดสินใจ | อาจต้องการเวลาพิจารณาข้อมูล | อาจมองเห็นคำตอบระหว่างการพูดคุย |
| การสื่อสาร | อาจชอบข้อความ อีเมล หรือการคุยตัวต่อตัว | อาจชอบการโทรหรือการพูดคุยแบบทันที |
| สภาพแวดล้อม | มักชอบพื้นที่สงบและมีสิ่งรบกวนน้อย | มักชอบบรรยากาศที่มีผู้คนและความเคลื่อนไหว |
| การทำงานร่วมกับทีม | อาจต้องการข้อมูลและเวลาเตรียมตัว | อาจชอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบสด |
ความแตกต่างเหล่านี้เป็นเพียงแนวโน้ม คน Introvert สามารถพูดต่อหน้าคนจำนวนมากได้ และคน Extrovert ก็สามารถนั่งวิเคราะห์หรือทำงานที่ต้องใช้สมาธิต่อเนื่องได้เช่นกัน
ในแนวคิด MBTI ตัวอักษร I และ E ก็ใช้พูดถึงแนวโน้มของ Introversion และ Extraversion แต่ MBTI ยังพิจารณาบุคลิกภาพในด้านอื่นร่วมด้วย จึงไม่ควรใช้เพียงการเป็น Introvert หรือ Extrovert เพื่อสรุปบุคลิกทั้งหมดของคนคนหนึ่ง
อ่านเพิ่มเติม: MBTI คืออะไร? รู้จักบุคลิกภาพ 16 ประเภท เหมาะกับอาชีพแบบไหน?
แล้วคนที่รู้สึกว่าเป็นทั้งสองแบบล่ะ?
บางคนสนุกกับการเข้าสังคมและพูดคุยกับผู้คน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการเวลาอยู่คนเดียวเพื่อพักและชาร์จพลัง ลักษณะที่อยู่ระหว่าง Introvert และ Extrovert มักเรียกว่า Ambivert
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ Ambivert คือคนประเภทใด? พร้อมอาชีพที่เหมาะ
แบบทดสอบ: คุณเป็น Introvert หรือ Extrovert?
ลองเลือกคำตอบที่ใกล้เคียงกับตัวเองมากที่สุด แบบทดสอบ Introvert ชุดนี้ใช้เพื่อสังเกตแนวโน้มเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่การประเมินบุคลิกภาพอย่างเป็นทางการ
1. หลังจากใช้เวลาอยู่กับคนจำนวนมาก คุณมักอยากทำอะไร?
A: หาเวลาเงียบ ๆ อยู่กับตัวเอง
B: ชวนคนอื่นพูดคุยหรือทำกิจกรรมต่อ
2. เมื่อได้รับโจทย์หรือปัญหาใหม่ คุณมักทำอย่างไร?
A: ลองคิดและเรียบเรียงข้อมูลด้วยตัวเองก่อน
B: ชวนคนอื่นคุยเพื่อช่วยกันหาไอเดีย
3. เมื่อต้องแสดงความคิดเห็น คุณรู้สึกสบายกว่าเมื่อ…
A: มีเวลาคิดและเตรียมคำตอบ
B: ได้แลกเปลี่ยนและคิดคำตอบไปพร้อมกับคนอื่น
4. เมื่อเจอคนใหม่ คุณมัก…
A: สังเกตบรรยากาศและค่อย ๆ เริ่มพูดคุย
B: รู้สึกสบายกับการแนะนำตัวและเริ่มบทสนทนา
5. สภาพแวดล้อมแบบใดช่วยให้คุณมีสมาธิมากกว่า?
A: พื้นที่สงบและมีสิ่งรบกวนน้อย
B: พื้นที่ที่มีผู้คนและสามารถพูดคุยกันได้
6. เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ คุณมัก…
A: ขอเวลาทบทวนข้อมูลก่อนให้คำตอบ
B: พูดคุยกับคนอื่นเพื่อช่วยจัดระเบียบความคิด
7. วันหยุดแบบไหนทำให้คุณรู้สึกได้พักมากกว่า?
A: ทำกิจกรรมส่วนตัวหรืออยู่กับคนสนิทไม่กี่คน
B: ออกไปพบเพื่อนหรือทำกิจกรรมกับคนหลายคน
8. เมื่อมีไอเดียใหม่ คุณมัก…
A: จดหรือพัฒนาไอเดียด้วยตัวเองก่อน
B: เล่าให้คนอื่นฟังเพื่อรับความคิดเห็นทันที
เช็กผลเบื้องต้น
- เลือก A มากกว่า คุณอาจมีแนวโน้มเป็น Introvert
- เลือก B มากกว่า คุณอาจมีแนวโน้มเป็น Extrovert
- เลือกใกล้เคียงกัน คุณอาจมีลักษณะของทั้งสองแบบ
ผลที่ได้ไม่จำเป็นต้องตรงกับตัวคุณในทุกสถานการณ์ เพราะคนเราอาจแสดงบุคลิกต่างกันตามคนที่อยู่ด้วย ประเภทของกิจกรรม และระดับความคุ้นเคย
บุคลิก Introvert และ Extrovert ส่งผลต่อการทำงานอย่างไร?

การเป็น Introvert หรือ Extrovert ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าใครทำงานเก่งกว่า แต่สามารถส่งผลต่อวิธีที่แต่ละคนคิด สื่อสาร ประชุม และทำงานร่วมกับผู้อื่น
คนอินโทรเวิร์ตอาจรู้สึกทำงานได้ดีเมื่อมีเวลาเตรียมตัว ได้รับข้อมูลล่วงหน้า และมีช่วงที่สามารถใช้สมาธิได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนคนเอ็กซ์โทรเวิร์ตอาจมองเห็นไอเดียได้เร็วขึ้นเมื่อได้พูดคุย ระดมความคิดเห็น และมีปฏิสัมพันธ์กับทีม
ตัวอย่างเช่น ในการประชุม Introvert อาจต้องการเวลาอ่านข้อมูลและเรียบเรียงความเห็นก่อน ขณะที่ Extrovert อาจเริ่มคิดได้ชัดขึ้นระหว่างที่กำลังพูดคุย ทั้งสองวิธีไม่ได้ผิดหรือถูก ทีมสามารถออกแบบการทำงานให้รองรับคนหลายสไตล์ได้ เช่น
- ส่งหัวข้อหรือข้อมูลให้ดูก่อนประชุม
- เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นทั้งระหว่างและหลังประชุม
- แบ่งช่วงระดมไอเดียกับช่วงให้แต่ละคนกลับไปคิด
- สรุปสิ่งที่ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร
- จัดช่วงเวลาที่สามารถทำงานโดยไม่ถูกรบกวน
การเข้าใจบุคลิกของตัวเองยังช่วยให้มองเห็น Soft Skills ที่อาจเป็นจุดแข็ง เช่น การรับฟัง การสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์ การคิดวิเคราะห์ หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่น
Career Tip จาก JOBTOPGUN
อย่าเลือกงานจากคำว่า Introvert หรือ Extrovert เพียงอย่างเดียว ลองพิจารณาด้วยว่างานนั้นเปิดโอกาสให้คุณใช้จุดแข็ง มีวิธีทำงานที่เหมาะ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้คุณทำงานได้ดีหรือไม่
งานแบบไหนอาจเหมาะกับ Introvert?

ไม่มีอาชีพใดที่เหมาะกับ Introvert ทุกคน แต่คนที่มีแนวโน้มเป็นอินโทรเวิร์ตอาจรู้สึกสบายกับงานที่มีเวลาให้คิด มีช่วงที่ได้ใช้สมาธิ หรือได้สื่อสารกับผู้คนแบบตัวต่อตัว
นักเขียนและสายงาน Content
งานเขียนต้องใช้การค้นคว้า เรียบเรียงความคิด และมีสมาธิกับรายละเอียด เหมาะกับผู้ที่ชอบถ่ายทอดความคิดผ่านการเขียน
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งาน Content Writer · งาน Content Creator
โปรแกรมเมอร์และ Software Developer
งานพัฒนาระบบต้องใช้การวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และสมาธิกับรายละเอียด แม้ยังต้องสื่อสารและทำงานร่วมกับทีมอยู่เสมอ
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งานโปรแกรมเมอร์ · งาน IT และเทคโนโลยี
นักวิเคราะห์ข้อมูล
เหมาะกับผู้ที่ชอบทำความเข้าใจข้อมูล มองหา Pattern และสรุป Insight เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งาน Data Analytics
นักบัญชีและการเงิน
งานบัญชีต้องอาศัยความละเอียด ความถูกต้อง และการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งานบัญชี · งานการเงินและธนาคาร
Graphic Designer และ UX/UI Designer
ได้ใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การสังเกต และการทำความเข้าใจปัญหาของผู้ใช้
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งาน Graphic Design · งาน UX/UI Design
นักวิจัย
เหมาะกับผู้ที่ชอบตั้งคำถาม ค้นคว้า วิเคราะห์ และทำความเข้าใจเรื่องต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งานวิทยาศาสตร์และวิจัย
Introvert ไม่ได้ถูกจำกัดให้ทำเฉพาะงานที่อยู่คนเดียว คน Introvert สามารถเป็น Sales ผู้จัดการ หรือผู้นำที่ดีได้ โดยใช้จุดแข็งด้านการฟัง การเตรียมตัว และการเข้าใจผู้อื่น
งานแบบไหนอาจเหมาะกับ Extrovert?

คนที่มีแนวโน้มเป็น Extrovert อาจชอบงานที่ได้พบปะผู้คน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสานงาน หรือช่วยให้คนหลายฝ่ายทำงานร่วมกันได้
Sales
ได้พูดคุย ทำความเข้าใจความต้องการ และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งานขาย
Recruitment และ HR
ต้องสื่อสารกับผู้สมัคร ประสานงานกับทีม และทำความเข้าใจความต้องการของคนหลายกลุ่ม
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งานทรัพยากรบุคคล
Public Relations
ได้สร้างความสัมพันธ์ สื่อสารกับผู้คน และดูแลภาพลักษณ์ขององค์กร
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งานประชาสัมพันธ์
Marketing และ Event
ต้องทำงานร่วมกับหลายทีม ระดมความคิดเห็น และผลักดันกิจกรรมให้เกิดขึ้นจริง
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งานการตลาด · งาน Event Organizer
Account Management
เหมาะกับผู้ที่ชอบดูแลลูกค้า รับฟังปัญหา และประสานงานกับทีมภายใน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ทำความรู้จักอาชีพ AE
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งาน Key Account Manager
ครู วิทยากร และงานฝึกอบรม
ได้ถ่ายทอดความรู้ สื่อสารกับผู้เรียน และสร้างบรรยากาศให้คนมีส่วนร่วม
ดูงานที่เกี่ยวข้อง: งานครูและการศึกษา · งานฝึกอบรม
Extrovert ก็สามารถทำงานด้าน Developer, Data, Design หรืองานที่ต้องใช้สมาธิได้ หากมีความสนใจ ทักษะ และสามารถจัดช่วงเวลาสำหรับการคิดอย่างต่อเนื่องได้เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Introvert และ Extrovert
ความต่างหลักอยู่ที่วิธีเติมพลัง ไม่ใช่ระดับความเก่งในการเข้าสังคม คน Introvert มักฟื้นพลังเมื่อได้อยู่กับตัวเองหรือทำงานที่ใช้สมาธิ ส่วนคน Extrovert มักได้พลังกลับมาจากการพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ตัวอย่างที่เห็นชัดคือหลังประชุมยาว ๆ คน Introvert อาจอยากหาที่เงียบ ๆ เพื่อทบทวนความคิด ขณะที่คน Extrovert อาจอยากคุยต่อเพื่อสานไอเดียให้จบ ทั้งสองแบบสื่อสารและทำงานเป็นทีมได้ดีเท่ากัน
ไม่เหมือนกัน “คนเงียบ” คือพฤติกรรมที่คนอื่นมองเห็นจากภายนอก ส่วน Introvert คือวิธีที่คนคนหนึ่งเติมพลัง คนเงียบจึงเป็น Introvert หรือ Extrovert ก็ได้ บางคนพูดน้อยเพราะกำลังตั้งใจฟัง ยังไม่คุ้นเคยกับกลุ่ม หรือไม่มั่นใจในสถานการณ์นั้น ขณะที่คน Introvert หลายคนพูดเก่ง นำเสนอได้ดี และกล้าแสดงความเห็น เพียงแต่ต้องการเวลาพักหลังใช้พลังไปกับการเข้าสังคม
ไม่จำเป็น คน Extrovert ก็ต้องการเวลาส่วนตัว รู้สึกเหนื่อยจากการเข้าสังคม และมีงานอดิเรกที่ทำคนเดียวได้เหมือนกัน ความต่างอยู่ที่การพูดคุยและการมีปฏิสัมพันธ์มักทำให้พวกเขารู้สึกมีพลังมากขึ้น ไม่ใช่ว่าต้องอยู่กับคนอื่นตลอดเวลา คน Extrovert หลายคนยังทำงานที่ต้องใช้สมาธิต่อเนื่องได้ดี หากจัดช่วงเวลาทำงานและช่วงพักให้เหมาะกับตัวเอง
ไม่มีการแบ่งประเภท Introvert ที่เป็นมาตรฐานเดียวตายตัว กรอบที่ถูกอ้างถึงบ่อยคือแนวคิด STAR ของ Jonathan Cheek และคณะ (Wellesley College) ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่ Social Introvert, Thinking Introvert, Anxious Introvert และ Restrained Introvert คนหนึ่งคนมักมีหลายลักษณะผสมกัน และไม่จำเป็นต้องตรงกับแบบใดแบบหนึ่งทั้งหมด จึงควรใช้เป็นแนวทางทำความเข้าใจตัวเอง ไม่ใช่การจัดกลุ่มที่ตายตัว
ไม่ใช่ Introvert เป็นแนวโน้มด้านบุคลิกภาพและวิธีจัดการพลังงานของแต่ละคน ไม่ใช่โรคหรือความผิดปกติ และไม่ใช่สิ่งเดียวกับความขี้อายหรือความวิตกกังวลในการเข้าสังคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับความไม่มั่นใจหรือความกลัวการถูกตัดสิน หากความกังวลเมื่อต้องพบผู้คนเริ่มกระทบการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจะช่วยได้ตรงจุดกว่าการพยายามเปลี่ยนบุคลิกของตัวเอง
ได้ และพบได้บ่อย หลายคนมีลักษณะจากทั้งสองด้านแล้วปรับพฤติกรรมตามสถานการณ์ คนกลุ่มนี้มักถูกเรียกว่า Ambivert วิธีสังเกตง่าย ๆ คือถามตัวเองว่าหลังจากกิจกรรมนั้นคุณรู้สึกมีพลังขึ้นหรือหมดพลังลง ถ้าคำตอบเปลี่ยนไปตามกลุ่มคนและระดับความคุ้นเคย คุณก็อาจอยู่กลาง ๆ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Ambivert คือคนประเภทใด?
บุคลิกและพฤติกรรมพัฒนาไปตามประสบการณ์และสภาพแวดล้อมได้ แต่ไม่จำเป็นต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองจาก Introvert ให้เป็น Extrovert สิ่งที่ให้ผลกับการทำงานมากกว่าคือการฝึกทักษะที่จำเป็น เช่น การสื่อสาร การนำเสนอ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น พร้อมเรียนรู้วิธีจัดการพลังงานของตัวเอง เช่น เผื่อเวลาพักหลังการประชุมยาว หรือขอข้อมูลล่วงหน้าก่อนต้องแสดงความเห็นในที่ประชุม
แทนที่จะเลือกจากชื่อตำแหน่ง ให้ดูลักษณะงาน 3 ข้อ คือมีเวลาให้คิดและเตรียมตัวก่อนหรือไม่ มีช่วงที่ทำงานต่อเนื่องโดยไม่ถูกขัดจังหวะหรือไม่ และการสื่อสารส่วนใหญ่เป็นแบบตัวต่อตัวหรือกลุ่มเล็กหรือไม่ คน Introvert ไม่ได้ถูกจำกัดให้ทำงานเบื้องหลัง หลายคนเป็น Sales ผู้จัดการ และผู้นำที่ดี คุณอ่านลักษณะงานและรีวิวบริษัทก่อนสมัครได้บน JOBTOPGUN
มองหางานที่ได้ใช้การพูดคุยเป็นส่วนหนึ่งของเนื้องานจริง เช่น การประสานงานหลายฝ่าย การนำเสนอ หรือการดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้า สายงานที่มักเข้ากันได้ดีคือ Sales, HR, PR, Marketing และ Account Management แต่คน Extrovert ก็ทำงานวิเคราะห์และงานที่ใช้สมาธิได้ ถ้าจัดตารางให้มีทั้งช่วงคุยกับทีมและช่วงทำงานเงียบ ๆ สลับกัน
สรุปแล้ว Introvert หรือ Extrovert แบบไหนดีกว่ากัน?
ไม่มีบุคลิกภาพแบบใดดีกว่าอีกแบบหนึ่ง เพราะทั้ง Introvert และ Extrovert ต่างก็มีจุดแข็งที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตและการทำงานได้
Introvert อาจโดดเด่นด้านการฟัง การคิดอย่างรอบคอบ และการทำสิ่งที่ต้องใช้สมาธิ ส่วน Extrovert อาจมีจุดแข็งด้านการสร้างความสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการกระตุ้นให้คนรอบตัวมีส่วนร่วม
การรู้ว่าตัวเองมีแนวโน้มเป็นแบบไหนไม่ได้มีไว้เพื่อจำกัดว่าคุณทำอาชีพอะไรได้หรือไม่ได้ แต่ช่วยให้เข้าใจว่าตัวเองทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมแบบใด และควรมองหางานหรือองค์กรที่เปิดโอกาสให้ใช้จุดแข็งเหล่านั้นได้เต็มที่
เมื่อเข้าใจว่าตัวเองมีแนวโน้มเป็น Introvert หรือ Extrovert แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกงานและองค์กรที่เข้ากับความสนใจ ทักษะ และสไตล์การทำงานของคุณ ลอง ค้นหาตำแหน่งงานที่เหมาะกับคุณบน JOBTOPGUN อ่านรีวิวบริษัทจากคนทำงานจริง เพื่อดูว่าสภาพแวดล้อมขององค์กรนั้นเข้ากับสไตล์ของคุณหรือไม่ หรือ สร้าง Super Resume เพื่อรวบรวมประสบการณ์ ทักษะ และจุดแข็งให้นายจ้างมองเห็นศักยภาพของคุณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น







