การพัฒนาตนเองในการทำงาน: 7 ขั้นตอนวางแผนให้เห็นผลจริง
สรุปสั้น ๆ
- การพัฒนาตนเองในการทำงาน คือการเพิ่มสิ่งที่คุณทำได้ให้ถึงเป้าหมายที่เลือกเอง วัดจากผลงานที่โชว์ได้ ไม่ใช่จำนวนคอร์ส
- 7 ขั้นตอน: ตั้งเป้าหมาย → รู้จุดแข็ง → เลือก 1–3 ทักษะ → เลือกวิธีเรียน → กันเวลาให้เป็นนิสัย → ทบทวนทุกเดือน → ทำให้คนอื่นเห็นผล
- บันทึกเป้าหมาย ระดับทักษะ และหลักสูตรใน Super Resume ให้ HR เห็นพัฒนาการ (เข้าสู่ระบบหรือสร้าง Super Resume ก่อน)
การพัฒนาตนเองในการทำงาน คือการเลือกเป้าหมาย เลือกทักษะที่พาไปถึง ฝึกจากงานจริงจนเป็นนิสัย แล้วทำให้หัวหน้าเห็นผล ขาดข้อใดก็มักจบแค่การเซฟเคล็ดลับเก็บไว้
ถ้าเงินเดือนขยับน้อยหรืองานไม่ท้าทายเหมือนเดิม คู่มือนี้มี 7 ขั้นตอน แบบฟอร์มแผนพัฒนาตนเอง และตัวอย่างตามสายงาน
การพัฒนาตนเองคืออะไร
การพัฒนาตนเอง คือการตั้งใจเพิ่มความรู้ ทักษะ และนิสัยของตัวเองอย่างมีเป้าหมาย จนทำสิ่งใหม่ได้หรือทำสิ่งเดิมได้ดีขึ้น และมีผลให้คนอื่นเห็น ในการทำงาน หมายถึงการเติบโตในทักษะที่งานต้องใช้
การพัฒนาตนเองแบ่งได้หลายแบบ แบบหนึ่งแบ่งเป็นร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานทางการ บทความนี้เน้นทักษะและนิสัยที่ใช้ประเมินผลงาน
เหตุผลที่คนทำงานต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
ทักษะที่ใช้ทำงานเปลี่ยนเร็ว Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum ซึ่งสำรวจนายจ้างทั่วโลก ระบุว่าคนทำงานคาดได้ว่าทักษะเดิม 39% จะถูกเปลี่ยนรูปหรือล้าสมัยในช่วงปี 2568–2573 จึงควรเพิ่มทักษะก่อนงานเปลี่ยน
การขึ้นเงินเดือนและเลื่อนตำแหน่งมักมาจากผลงานที่หัวหน้าเห็น ขั้นที่ 7 อธิบายวิธีทำให้คนอื่นเห็น
พัฒนาตัวเองไม่ได้แปลว่าต้องทำจนหมดแรง ถ้าเหนื่อยสะสม ลองเช็ก สัญญาณภาวะ Burnout ก่อน
การทำงานแบบมืออาชีพคืออะไร เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองอย่างไร
การทำงานแบบมืออาชีพ คือการส่งงานตามที่รับปากและตรงเวลา สื่อสารชัดเจน ยอมรับความผิดพลาดแล้วแก้ไข และทำให้ทักษะทันงานอยู่เสมอ ข้อสุดท้ายคือการพัฒนาตนเองโดยตรง และ 7 ขั้นตอนด้านล่างช่วยสร้างทั้ง 4 ข้อไปพร้อมกัน
| ลักษณะของมืออาชีพ | ทำอย่างไรในงานจริง |
|---|---|
| รับผิดชอบตามที่รับปาก | งานจะช้า ให้แจ้งล่วงหน้าพร้อมวันส่งใหม่ |
| สื่อสารเชิงบวก | แจ้งปัญหาพร้อมทางแก้ที่คิดไว้ |
| เรียนรู้จากความผิดพลาด | จดสาเหตุ แล้วเพิ่มขั้นตอนกันไม่ให้ซ้ำ |
แนวทางการพัฒนาตนเองในการทำงาน 7 ขั้นตอน
แนวทางหรือวิธีการพัฒนาตนเองในการทำงานมี 7 ขั้นตอน คือ ตั้งเป้าหมายที่วัดได้ รู้จุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนา เลือก 1–3 ทักษะ เลือกวิธีเรียน กันเวลาให้เป็นนิสัย ทบทวนทุกเดือน และทำให้คนอื่นเห็นผล จบขั้นที่ 7 แล้วเริ่มรอบใหม่ได้ทันที

ขั้นที่ 1 ตั้งเป้าหมายและจุดมุ่งหมายในการทำงานที่วัดได้
เขียนประโยคเดียวว่าอีก 3–6 เดือนอยากทำอะไรได้ วัดด้วยอะไร และเสร็จเมื่อไร ประโยคนี้คือจุดมุ่งหมายในการทำงานที่ทุกขั้นถัดไปอ้างถึง “อยากเก่งขึ้น” วัดไม่ได้ ส่วน “ทำรายงานเสร็จใน 1 วัน” บอกได้ทันทีว่าถึงเป้าแล้วหรือยัง
หลัก SMART ช่วยได้ เช็กว่าเป้าหมาย Specific (ชัดเจน) Measurable (วัดได้) Attainable (ทำได้จริง) Relevant (เกี่ยวกับงาน) และ Time-bound (มีกำหนดเสร็จ) ครบหรือยัง
ตัวอย่าง: “ภายใน 6 เดือน ทำรายงานยอดขายประจำเดือนให้เสร็จใน 1 วัน จากเดิม 3 วัน” ผูกกับ KPI ของตำแหน่ง หรือ OKR และดู ตัวอย่างเป้าหมายการทำงานตามช่วงอายุ
ใน Super Resume การ์ด “ตัวตนและแรงบันดาลใจของฉัน” ให้เลือกเป้าหมายในอาชีพได้สูงสุด 2 ข้อ หรือเขียนเอง และแสดงบนเรซูเม่ให้ HR เห็น (ต้องเข้าสู่ระบบก่อน)
ขั้นที่ 2 รู้จุดแข็งและสิ่งที่ควรปรับปรุงในการทำงาน
ต่อยอดจุดแข็ง แล้วแก้เฉพาะจุดอ่อนที่ขวางเป้าหมายในขั้นที่ 1 การไล่แก้จุดอ่อนทุกข้อมักใช้แรงมากแต่ได้ผลน้อย ข้อมูลที่ใช้ตัดสินมาจาก ความเห็นในการประเมินผลงานครั้งล่าสุด คำตอบจากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน และแบบประเมินจุดแข็ง
อ่าน วิธีพัฒนาตัวเองจากผลการประเมินผลงาน และเมื่อถามคนรอบตัว ให้ขอแค่ 1 เรื่องที่ควรปรับ
Strengths Assessment ของ Super Resume ใช้ฟรี เลือกจุดแข็งจาก 101 ข้อ จัด 5 อันดับแรก แล้ว AI สรุปภาพรวมให้ (ทำแบบประเมินต้องเข้าสู่ระบบก่อน)
ขั้นที่ 3 เลือก 1–3 ทักษะที่จะพัฒนา
เลือกไม่เกิน 3 ทักษะการทำงานที่พาไปถึงเป้าหมาย รายการ 10 ข้อมักจบที่ไม่ได้เริ่มสักข้อ Hard Skill คือความรู้เฉพาะงานที่วัดได้ เช่น Excel ส่วน Soft Skills คือวิธีทำงานกับคนและปัญหา
ถ้ายังเลือกไม่ได้ ดูทักษะที่นายจ้างต้องการ Future of Jobs Report 2025 ระบุว่าบริษัท 7 ใน 10 แห่งมองว่าการคิดเชิงวิเคราะห์จำเป็น
| อันดับ | ทักษะหลัก 5 อันดับแรกที่นายจ้างให้ความสำคัญ (Future of Jobs Report 2025) |
|---|---|
| 1 | การคิดเชิงวิเคราะห์ |
| 2 | ความยืดหยุ่น ฟื้นตัวเร็ว และคล่องตัว |
| 3 | ภาวะผู้นำและการโน้มน้าวผู้อื่น |
| 4 | การคิดสร้างสรรค์ |
| 5 | แรงจูงใจและการรู้จักตนเอง |
ทักษะที่โตเร็วที่สุดถึงปี 2573 คือ AI และ Big Data ตามด้วยเครือข่ายและความปลอดภัยไซเบอร์ เริ่มง่าย ๆ จาก เครื่องมือ AI ช่วยทำงาน ถ้างานต้องคุยกับคนต่างชาติ ลอง ภาษาที่ 3
ใน Super Resume ส่วน “ทักษะของฉัน” ใส่แต่ละทักษะพร้อมระดับ เชี่ยวชาญ · ชั้นสูง · ขั้นกลาง · ขั้นต้น · กำลังศึกษา แล้วขยับระดับเมื่อเก่งขึ้น (ต้องเข้าสู่ระบบก่อน)
ขั้นที่ 4 เลือกวิธีเรียน: งานจริง คนรอบตัว และคอร์ส
Center for Creative Leadership (CCL) เสนอแนวทาง 70-20-10 จากงานวิจัย Lessons of Experience ซึ่งศึกษาว่าผู้นำและผู้บริหารเรียนรู้อย่างไร พบว่าราว 70% มาจากงานที่ท้าทาย 20% จากหัวหน้า พี่เลี้ยง และเพื่อนร่วมงาน และ 10% จากหลักสูตร CCL เรียกกฎนี้ว่าแนวทาง (guideline) และงานวิจัยต้นทางศึกษาบริษัทในสหรัฐฯ
แม้งานวิจัยนี้ศึกษาผู้นำ คุณก็ใช้สัดส่วนนี้จัดเวลาได้ ให้การเรียนรู้งานใหม่เริ่มจากงานจริงก่อนคอร์ส
| สัดส่วน | มาจาก | ตัวอย่างในงาน |
|---|---|---|
| 70% | งานที่ท้าทาย | รับโปรเจกต์ใหม่ หรือแก้ Pain Point ที่ยังไม่มีเจ้าของ |
| 20% | หัวหน้า พี่เลี้ยง เพื่อนร่วมงาน | ขอให้คนที่เก่งเรื่องนั้นช่วยดูงาน |
| 10% | หลักสูตร | คอร์สออนไลน์หรืออบรม |
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานประกาศ กำหนดการเปิดฝึกอบรม ให้สมัครออนไลน์ เช่น “การใช้โปรแกรม Microsoft Excel Advance” 17–27 พฤศจิกายน 2569 บางหลักสูตรมีค่าสมัคร เช่น 3,700 บาท
Thai MOOC คือแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรีสำหรับคนไทย ดูแลโดยโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยของกระทรวง อว. ผู้เรียนได้ใบประกาศนียบัตรตามเงื่อนไขที่กำหนด
เรียนจบแล้วบันทึกใน Super Resume ส่วน “หลักสูตรการฝึกอบรม” พร้อมสิ่งที่ได้ไปใช้ในงาน (ต้องเข้าสู่ระบบก่อน)
ขั้นที่ 5 กันเวลาและทำให้เป็นนิสัย
ช่วงเวลาประจำในบริบทเดิมได้ผลกว่ารอแรงบันดาลใจ ให้ฝึกเวลาเดิม ที่เดิม ทุกวัน แล้วนับจำนวนวันที่ทำได้ในแต่ละสัปดาห์แทนการนับวันติดกัน เวลาที่พฤติกรรมใหม่จะกลายเป็นนิสัยไม่มีตัวเลขตายตัว ต่างกันไปตามคนและความยากของสิ่งที่ฝึก
ถ้าพลาดไป 1 วัน ทำต่อในวันถัดไปได้เลย ไม่ต้องเริ่มนับใหม่
- ผูกเวลาเรียนกับสิ่งที่ทำอยู่แล้ว เช่น 20 นาทีหลังพักเที่ยง
- ปกป้องเวลานั้นด้วยการ ปฏิเสธงานที่ไม่จำเป็นอย่างสุภาพ และ บริหารเวลา
ขั้นที่ 6 ทบทวนผลทุกเดือนแล้วปรับแผน
วัดสิ่งที่ทำได้แล้ว ไม่ใช่ชั่วโมงที่ดูคลิป สิ้นเดือนเทียบผลกับตัวเลขในขั้นที่ 1 ถ้ายังไม่ถึง ให้ปรับวิธีเรียนก่อนปรับเป้าหมาย การทบทวนแบบนี้ทำให้พัฒนาการทำงานของคุณมีหลักฐานเป็นตัวเลข
ทุกสัปดาห์ตอบ 3 คำถามใน 5 นาที: ทำอะไรได้ดีขึ้น ติดตรงไหน สัปดาห์หน้าจะลองอะไร วงจรนี้คือแบบเดียวกับ PDCA (วางแผน ลงมือ ตรวจผล ปรับปรุง)
เทียบกับตัวเองเมื่อเดือนก่อน ไม่ใช่กับเพื่อนร่วมงาน ถ้าเรียนรู้ช้ากว่าคนอื่น คุณก็ยังเห็นความก้าวหน้าของตัวเองได้ ตามแนวคิด Growth Mindset
ขั้นที่ 7 ทำให้คนอื่นเห็นผล: ตอนประเมินผลงานและในเรซูเม่
ผลงานที่ไม่มีใครรู้มักไม่ถูกนับ ทุกครั้งที่ทำได้ดีขึ้น ให้จดสิ่งที่เปลี่ยนพร้อมตัวเลขก่อนและหลัง แล้วหยิบบันทึกนี้ไปคุยกับหัวหน้าตอนประเมินผลงาน พร้อมขอรับงานถัดไปที่ได้ใช้ทักษะใหม่ และใช้เป็นข้อความในเรซูเม่เมื่อสมัครงานใหม่
เขียนเป็น “กริยา + ผลลัพธ์ + ตัวเลข” เช่น “ปรับเทมเพลตรายงานด้วย Excel ลดเวลาปิดรายงานจาก 3 วันเหลือ 1 วัน” (ตัวอย่างสมมติ)
ใส่ประโยคนี้ในช่อง “ผลงานที่โดดเด่น” ของ Super Resume แล้วเปิด AI Super Resume Analysis (ฟรี) รับ “คำแนะนำในการปรับปรุงเรซูเม่” (เข้าสู่ระบบหรือสร้าง Super Resume ก่อน)
แผนพัฒนาตนเอง: ตัวอย่างและแบบฟอร์มใช้ได้ทันที
การวางแผนพัฒนาตนเองไม่ต้องยาว แผนพัฒนาตนเอง (Individual Development Plan หรือ IDP) หน้าเดียวมีเป้าหมายการพัฒนาตนเอง ทักษะ สิ่งที่จะทำ การสนับสนุนที่ต้องขอ หลักฐาน และวันทบทวน ตารางนี้มีตัวอย่างการพัฒนาตนเองแบบสมมติของงานธุรการ และช่องว่างให้คุณเขียนแผนของตัวเอง
| หัวข้อ | ตัวอย่างสมมติ: เจ้าหน้าที่ธุรการ | ของคุณ |
|---|---|---|
| เป้าหมาย | ภายใน 6 เดือน ทำรายงานประจำเดือนเสร็จใน 1 วัน จากเดิม 3 วัน | |
| ทักษะ 1–3 อย่าง | Excel จากขั้นกลางเป็นชั้นสูง | |
| สิ่งที่จะทำ | 70% สร้างเทมเพลตใหม่จากงานจริง · 20% ให้ทีมบัญชีช่วยดูสูตร · 10% คอร์ส Excel | |
| การสนับสนุน | ขอเวลางาน 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ | |
| หลักฐาน | รายงานเสร็จใน 1 วัน ติดต่อกัน 3 เดือน | |
| วันทบทวน | ทุกสิ้นเดือน และตอนประเมินกลางปี |
ตัวอย่างการพัฒนาตัวเองในการทำงานตามสายงาน
สิ่งที่ควรพัฒนาขึ้นกับงานที่คุณทำ ตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้นของแต่ละสายงาน ทั้งทักษะที่ควรเริ่ม วิธีฝึกจากงานจริง และหลักฐานที่ใช้โชว์ตอนประเมินหรือสมัครงาน ทุกแถวเป็นตัวอย่างแนวทาง ไม่ใช่ข้อกำหนดของตำแหน่ง
| สายงาน | ทักษะที่ควรเริ่ม | ฝึกจากงานจริง | หลักฐาน | ดูงานสายนี้ |
|---|---|---|---|---|
| ธุรการ / แอดมิน | Excel และระบบเอกสาร | ทำเทมเพลตที่ทีมใช้ซ้ำ | เวลาที่ลดลง | หางานธุรการ |
| งานขาย | การฟังลูกค้าและการนำเสนอ | ทบทวนดีลที่ปิดไม่ได้ | อัตราปิดการขาย | หางานขาย |
| บัญชี | การวิเคราะห์ตัวเลข | ทำรายงานวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย | ปิดบัญชีเร็วขึ้น | หางานบัญชี |
| ไอที | เครื่องมือที่ทีมเริ่มใช้ | รับงานเล็กที่ใช้เครื่องมือนั้น | งานที่ขึ้นระบบจริง | หางานไอที |
| จัดซื้อ | การเทียบราคาและเจรจา | ทำตารางเทียบผู้ขาย และ ใบ PR กับใบ PO ให้ถูกตั้งแต่รอบแรก | ต้นทุนที่ประหยัดได้ | หางานจัดซื้อ |
| เด็กจบใหม่ | การจัดลำดับงาน | สรุปงานที่รับแล้วยืนยันกับหัวหน้า | งานส่งตรงเวลา | — |
| หัวหน้าครั้งแรก | การมอบหมายงานและให้ฟีดแบ็ก | คุยกับลูกทีมทุก 2 สัปดาห์ | งานทีมส่งตรงเวลา | — |
ถ้าทำงานธุรการหรือแอดมิน อ่าน ข้อควรรู้สำหรับงาน Admin ก่อนเลือกทักษะแรก
พัฒนาในงานเดิม หรือถึงเวลาเปลี่ยนงาน
พัฒนาในงานเดิมต่อได้ ตราบที่ยังได้งานใหม่ ได้ฟีดแบ็ก และมีคนเห็นผลงาน ถ้าทักษะที่สร้างมาไม่มีที่ใช้ หรือไม่มีทางได้ค่าตอบแทนตามนั้น การมองงานใหม่อาจคุ้มกว่า ใช้ตารางนี้เช็กก่อนตัดสินใจ
| พัฒนาในงานเดิมต่อ | อาจถึงเวลามองงานใหม่ |
|---|---|
| ยังได้งานใหม่ที่ท้าทาย | ขอขอบเขตใหม่แล้วไม่ได้มาเป็นปี |
| ได้ฟีดแบ็กที่ใช้ปรับตัวได้ | การประเมินไม่ผูกกับผลงาน |
| ทักษะใหม่ได้ใช้จริง | ทักษะที่เรียนมาไม่ได้ใช้เลย |
ไม่จำเป็นต้องออกจาก Comfort Zone เสมอ ถ้าจะขยับ อ่าน วิธีเพิ่มเงินเดือนเมื่อสมัครงานใหม่
มองการพัฒนาอาชีพระยะยาวด้วยการ วางแผน Career Path และดู เคล็ดลับการพัฒนาตนเองเพื่อเติบโตใน Career Path
ความเชื่อผิด ๆ เรื่องการพัฒนาตนเอง
หลายคนตั้งใจพัฒนาตัวเองแต่ไม่เห็นผล เพราะวัดจากสิ่งที่ลงแรง เช่น คอร์สที่ซื้อหรือหนังสือที่อ่าน แทนสิ่งที่ทำได้จริงในงาน ตารางนี้รวมความเชื่อที่พบบ่อยกับสิ่งที่ควรรู้แทน
| ความเชื่อ | ความจริง |
|---|---|
| ซื้อคอร์สแล้ว = พัฒนาแล้ว | วัดจากสิ่งที่ทำได้ในงาน |
| 21 วันก็เป็นนิสัย | ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับคนและสิ่งที่ฝึก (ขั้นที่ 5) |
| ต้องมีปริญญาเพิ่มก่อน | เริ่มได้จากโปรเจกต์ในงาน หรือคอร์สฟรีอย่าง Thai MOOC |
| Upskill กับ Reskill เหมือนกัน | Upskill ต่อยอดงานเดิม Reskill เรียนใหม่เพื่อเปลี่ยนงาน (Upskill กับ Reskill ต่างกันอย่างไร) |
Career Tip จาก JOBTOPGUN
ทุกวันศุกร์เขียนโน้ต 3 บรรทัด: ทำอะไรได้ดีขึ้น ตัวเลขที่ยืนยัน และสัปดาห์หน้าจะลองอะไร ถึงรอบประเมิน โน้ตนี้คือรายการผลงานที่พร้อมเล่าโดยไม่ต้องนึกย้อนหลัง
คำถามที่พบบ่อย
การพัฒนาตนเองมีกี่ด้าน อะไรบ้าง
การพัฒนาตนเองแบ่งได้หลายแบบ แบบหนึ่งแบ่งเป็น 4 ด้าน คือ ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานทางการ ในการทำงานให้เน้นทักษะและนิสัย
ขั้นตอนการพัฒนาตนเองมีอะไรบ้าง
มี 7 ขั้น: ตั้งเป้าหมายที่วัดได้ รู้จุดแข็ง เลือก 1–3 ทักษะ เลือกวิธีเรียน กันเวลาให้เป็นนิสัย ทบทวนทุกเดือน และทำให้คนอื่นเห็นผล
คนทำงานควรพัฒนาตนเองเรื่องอะไรดี
เริ่มจากทักษะที่เป้าหมายต้องใช้ ถ้ายังไม่มีเป้าหมาย Future of Jobs Report 2025 ระบุว่าการคิดเชิงวิเคราะห์เป็นทักษะหลักอันดับ 1 ของนายจ้าง
ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล
นิสัยใหม่ไม่มีระยะเวลาตายตัว ขึ้นกับคนและความยากของสิ่งที่ฝึก ส่วนผลงาน ให้ทบทวนทุกสิ้นเดือนเพื่อดูว่าขยับเข้าใกล้เป้าหมายแค่ไหน
ไม่มีงบเรียนคอร์ส พัฒนาตนเองได้ไหม
ได้ แนวทาง 70-20-10 ของ CCL ซึ่งศึกษาการเรียนรู้ของผู้นำ ให้คอร์สเป็นแค่ราว 10% ที่เหลือมาจากงานที่ท้าทายและคนรอบตัว และ Thai MOOC เรียนฟรี
เก็บเป้าหมาย ทักษะ หลักสูตร และผลงานไว้ในโปรไฟล์ที่ HR อ่าน เข้าสู่ระบบหรือสร้าง Super Resume แล้วใช้ AI Super Resume Analysis เช็กเรซูเม่ของคุณ
พร้อมใช้ทักษะใหม่ในที่ใหม่แล้ว ค้นหางานบน JOBTOPGUN ตามสายงานของคุณ
แหล่งอ้างอิง
- World Economic Forum, Future of Jobs Report 2025 (มกราคม 2568)
- Center for Creative Leadership, The 70-20-10 Rule for Leadership Development (24 เมษายน 2568) ccl.org
- กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, กำหนดการเปิดฝึกอบรมฝีมือแรงงาน dsd.go.th
- Thai MOOC แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย thaimooc.org







