ค่าครองชีพ คืออะไร ตัวเลขล่าสุด และเงินค่าครองชีพในเงินเดือน
สรุปสั้น ๆ
- ค่าครองชีพ (Cost of Living) คือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการใช้ชีวิตแต่ละเดือน เช่น ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย และค่าเดินทาง ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2568 พบว่าครัวเรือนไทยใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 22,420 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขต่อครัวเรือน ไม่ใช่ต่อคน
- เงินค่าครองชีพที่บริษัทจ่ายพร้อมเงินเดือน จะนับเป็น “ค่าจ้าง” หรือไม่ ขึ้นกับวิธีจ่าย ถ้าจ่ายประจำเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ศาลฎีกาเคยนับรวมเป็นค่าจ้าง แต่ถ้าจ่ายเพื่อช่วยเหลือสวัสดิการ ไม่ได้เป็นค่าตอบแทนการทำงาน ก็ไม่เข้านิยามค่าจ้าง ส่วนภาษี เงินนี้เป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1)
- ค่าแรงขั้นต่ำที่ใช้อยู่คือ 337–400 บาทต่อวัน ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง (ฉบับที่ 14) มีผล 1 กรกฎาคม 2568 ก่อนรับงานต่างถิ่น ให้เทียบเงินเดือนที่ได้รับข้อเสนอกับค่าครองชีพของภาคที่คุณจะย้ายไป
ค่าครองชีพ คือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อใช้ชีวิต เช่น ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย และค่าเดินทาง ตัวเลขทางการที่ใกล้ที่สุดคือค่าใช้จ่ายครัวเรือนจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งปี 2568 อยู่ที่เฉลี่ยเดือนละ 22,420 บาทต่อครัวเรือน
สำหรับคนทำงาน ค่าครองชีพบอกว่าเงินเดือนเท่ากันจะพอใช้แค่ไหนในแต่ละที่ เมืองที่ค่าใช้จ่ายสูงต้องใช้เงินเดือนมากกว่าเพื่อใช้ชีวิตแบบเดียวกัน
คำเดียวกันนี้ยังเป็นชื่อเงินที่บางบริษัทจ่ายเพิ่มในสลิป ซึ่งมีผลต่อค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย ภาษี และประกันสังคมของคุณ
ค่าครองชีพ คืออะไร และคำนี้ใช้ในความหมายไหนบ้าง
ค่าครองชีพ หรือ Cost of Living คือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้ในการยังชีพ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) วัดจากค่าใช้จ่ายของครัวเรือนแต่ละเดือน โดยไม่นับเงินออมและการสะสมทุน เช่น การซื้อบ้านหรือที่ดิน แต่ในชีวิตจริง คำนี้ยังใช้เรียกเงินที่คุณได้รับด้วย เช่น เงินค่าครองชีพจากนายจ้าง
ถ้าคุณค้นคำนี้แล้วเจอข้อมูลที่ดูไม่ตรงกัน มักเป็นเพราะแต่ละแหล่งพูดถึงคนละความหมาย ตารางนี้ช่วยแยกให้ชัด
| ความหมาย | หมายถึง | อ่านต่อ |
|---|---|---|
| ระดับค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิต | เงินที่ต้องใช้ต่อเดือนเพื่อกิน อยู่ และเดินทาง สสช. วัดจากค่าใช้จ่ายครัวเรือน | หัวข้อนี้และตัวเลขล่าสุดด้านล่าง |
| เงินค่าครองชีพจากนายจ้างเอกชน | เงินที่บริษัทจ่ายเพิ่มจากเงินเดือน บางที่จ่ายเป็นค่าจ้าง บางที่จ่ายเป็นสวัสดิการ | หัวข้อ “เงินค่าครองชีพจากบริษัท” |
| เงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว | เงินที่รัฐจ่ายให้ข้าราชการและลูกจ้างของรัฐในตำแหน่งวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีที่เงินเดือนน้อย | หัวข้อ “ค่าครองชีพชั่วคราว” |
| เงินค่าครองชีพของ กยศ. | เงินค่าครองชีพที่จ่ายให้ผู้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับเงินจากนายจ้าง | การคืนเงิน กยศ. |
| มาตรการช่วยค่าครองชีพ | มาตรการของรัฐที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนเป็นช่วง ๆ | ดูประกาศของหน่วยงานที่ดูแลมาตรการนั้น |
หมวดค่าใช้จ่ายที่ประกอบเป็นค่าครองชีพ
ค่าอาหารคือก้อนใหญ่ที่สุดของค่าครองชีพครัวเรือนไทย ตาม ผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ปี 2568 ของ สสช. ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบอยู่ที่ 8,420 บาทต่อเดือน
รองลงมาคือค่าที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ในบ้าน และค่าเดินทาง

หมวด “ไม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค” คือเงินที่จ่ายออกไปโดยไม่ได้ซื้อของมาใช้ เช่น ภาษี ดอกเบี้ย ค่าหวย และเบี้ยประกัน ซึ่งรวมกันแล้ว 2,938 บาทต่อเดือน
ตัวเลข 22,420 บาท ไม่ได้แปลว่าคนหนึ่งคนต้องใช้เท่านี้ เพราะเป็นค่าเฉลี่ยต่อครัวเรือน ครัวเรือนหนึ่งอาจมีคนหลายคน
ถ้าคุณอยู่คนเดียว ค่าใช้จ่ายจริงจึงต้องคิดจากรายการของคุณเอง
ค่าครองชีพของไทยตอนนี้: ตัวเลขล่าสุดจากหน่วยงานรัฐ
ตัวเลขทางการที่ตอบเรื่องค่าครองชีพมีสองตัว ตัวแรกบอกว่าครัวเรือนใช้เงินเท่าไร คือค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 22,420 บาทต่อเดือน ปี 2568 จาก สสช. ตัวที่สองบอกว่าราคาของขึ้นเร็วแค่ไหน คืออัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายน 2569 ที่ 2.82% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากธนาคารแห่งประเทศไทย
| ตัวเลข | ค่า | ช่วงเวลา | หน่วยงาน |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือน | 22,420 บาทต่อเดือน (ปี 2566: 23,695 บาท) | ปี 2568 | สำนักงานสถิติแห่งชาติ |
| รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน | 28,308 บาทต่อเดือน | ปี 2568 | สำนักงานสถิติแห่งชาติ |
| อัตราเงินเฟ้อทั่วไป | 2.82% จากช่วงเดียวกันปีก่อน | กันยายน 2569 | ธนาคารแห่งประเทศไทย |
| อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน | 1.50% จากช่วงเดียวกันปีก่อน | กันยายน 2569 | ธนาคารแห่งประเทศไทย |
เงินเฟ้อต่ำหรือขึ้นช้า ไม่ได้แปลว่าค่าครองชีพถูกลง เงินเฟ้อคืออัตราที่ราคาเปลี่ยน ส่วนค่าใช้จ่ายครัวเรือนคือระดับเงินที่ใช้จริง ราคาที่ขึ้นไปแล้วไม่ได้ลดลงเพียงเพราะเงินเฟ้อชะลอ
ใน แถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงิน เดือนกันยายน 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าเงินเฟ้อทั่วไปที่เพิ่มขึ้นมาจากหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันโลก และการบริโภคภาคเอกชนยังมีแรงกดดันจากค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง
ค่าครองชีพกรุงเทพฯ เทียบต่างจังหวัด แยกตามภาค
ข้อมูลแยกภาคล่าสุดของ สสช. คือปี 2567 ครัวเรือนในกรุงเทพฯ และ 3 จังหวัดรอบ (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ) ใช้จ่ายเฉลี่ย 30,464 บาทต่อเดือน สูงที่สุดในประเทศ ส่วนภาคเหนือต่ำที่สุดที่ 17,748 บาท ครัวเรือนในกรุงเทพฯ และ 3 จังหวัดรอบจึงใช้จ่ายประมาณ 1.7 เท่าของภาคเหนือ
| ภาค | ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือน (บาทต่อเดือน) |
|---|---|
| กรุงเทพฯ และ 3 จังหวัด (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ) | 30,464 |
| ภาคกลาง | 23,047 |
| ภาคใต้ | 21,429 |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | 17,829 |
| ภาคเหนือ | 17,748 |
| ทั่วประเทศ | 22,282 |
ตัวเลขชุดนี้มาจาก สรุปผลสำรวจครัวเรือนปี 2567 ทุกภาคลดลงจากปี 2566
สสช. ไม่ได้แยกตัวเลขรายเมือง เช่น เชียงใหม่หรือภูเก็ต ในสรุปผลชุดนี้
ใช้ค่าครองชีพเทียบเงินเดือนก่อนย้ายไปทำงานต่างถิ่น
ตารางข้างบนบอกว่าที่ไหนใช้เงินมากกว่า แต่ไม่ได้บอกว่าเงินเดือนของคุณพอหรือไม่ ก่อนตอบรับงานต่างถิ่น ให้ลองจดค่าใช้จ่ายของคุณเองตามรายการนี้
- ค่าเช่าที่พักที่เดินทางไปที่ทำงานได้สะดวก
- ค่าเดินทางไปกลับที่ทำงานต่อเดือน
- ค่าอาหารต่อวัน คูณจำนวนวันในเดือน
- เงินที่ต้องส่งให้ครอบครัว และค่างวดหนี้ที่มีอยู่
- เงินที่ตั้งใจเก็บออมแต่ละเดือน
ถ้าคุณกำลังดูงานในเมืองที่ค่าใช้จ่ายสูง เช่น หางานกรุงเทพ หรือ งานภูเก็ต ให้เทียบเงินเดือนที่ประกาศกับรายการข้างบนก่อนสมัคร ทั้งสองที่เป็นพื้นที่ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน
ค่าแรงขั้นต่ำ 2569 กับค่าครองชีพ
คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดค่าแรงขั้นต่ำให้เพียงพอต่อการดำรงชีพของแรงงานแรกเข้าทำงาน 1 คน โดยคำนึงถึงดัชนีค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อ อัตราที่ใช้อยู่ตอนนี้มาจากประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง (ฉบับที่ 14) มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 มีทั้งหมด 17 อัตรา ตั้งแต่ 337 ถึง 400 บาทต่อวัน
| บาทต่อวัน | พื้นที่ |
|---|---|
| 400 | กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ภูเก็ต ระยอง และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งกิจการโรงแรมประเภท 2–4 และสถานบริการในทุกจังหวัด |
| 380 | อำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา |
| 372 | นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร |
| 359 | นครราชสีมา |
| 352 | 15 จังหวัด |
| 347 | 16 จังหวัด |
| 337 | นราธิวาส ปัตตานี และยะลา |
รายชื่อจังหวัดครบทั้ง 17 อัตราอยู่ใน ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 และตารางอัตรา ของกระทรวงแรงงาน ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ยังไม่มีประกาศอัตราใหม่
คำว่า “วัน” ในที่นี้หมายถึงเวลาทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 7 ชั่วโมงสำหรับงานที่เป็นอันตราย และนายจ้างจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตรานี้ไม่ได้
อ่านสิทธิอื่น ๆ เพิ่มได้ใน กฎหมายแรงงานที่ควรรู้
ค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่เงินที่ตั้งไว้ให้พอเลี้ยงทั้งครอบครัว คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดไว้สำหรับแรงงานแรกเข้าทำงาน 1 คน ขณะที่ตัวเลขค่าใช้จ่ายของ สสช. เป็นของทั้งครัวเรือน สองตัวเลขนี้จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
เงินค่าครองชีพจากบริษัท นับเป็นเงินเดือนไหม เสียภาษีหรือไม่
ไม่มีกฎที่บอกว่าเงินค่าครองชีพนับเป็นค่าจ้างเสมอ หรือไม่นับเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 นิยาม “ค่าจ้าง” ว่าเป็นเงินที่ตกลงจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ เงินค่าครองชีพจึงเป็นค่าจ้างหรือไม่ ขึ้นกับว่าบริษัทจ่ายเงินนั้นเป็นค่าตอบแทนการทำงานจริงหรือไม่
ศาลฎีกาเคยนับเงินค่าครองชีพที่จ่ายประจำทุกเดือนเป็นค่าจ้าง ส่วนในคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2567 ข้อเท็จจริงที่ยุติคือ นายจ้างจ่ายค่าครองชีพเพื่อช่วยเหลือสวัสดิการ ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงาน
| เรื่อง | หลักที่ใช้ | ผลต่อเงินค่าครองชีพ |
|---|---|---|
| ค่าจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน | มาตรา 5: เงินที่ตกลงจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ | ขึ้นกับวิธีจ่าย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13581/2557 นับเงินค่าครองชีพเดือนละ 18,450 บาทที่จ่ายประจำทุกเดือนรวมในค่าจ้างอัตราสุดท้าย ส่วนในคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2567 ข้อเท็จจริงที่ยุติคือ นายจ้างจ่ายค่าครองชีพเพื่อช่วยเหลือสวัสดิการ ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงาน |
| ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย ค่าจ้างในวันหยุด | กฎหมายคิดจาก “ค่าจ้าง” | นับรวมเฉพาะเมื่อเงินค่าครองชีพเป็นค่าจ้าง |
| ภาษีเงินได้ | ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1): เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน รวมถึงเบี้ยเลี้ยง และเงินหรือประโยชน์ใด ๆ ที่ได้เพราะการจ้างแรงงาน | เป็นเงินได้ที่ต้องนำไปคำนวณภาษี ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ |
| ประกันสังคม | พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 5: เงินทุกประเภทที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาปกติ ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร | ถ้าจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ก็เข้านิยามค่าจ้าง ฐานคิดเงินสมทบตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 คือ 1,650–17,500 บาทต่อเดือน |
เมื่อเงินค่าครองชีพเป็นค่าจ้าง ก็จะเข้าไปอยู่ในฐานคำนวณ วิธีคิดค่าโอที และ ค่าชดเชยเลิกจ้างตามอายุงาน ของคุณด้วย
เงินค่าครองชีพไม่ใช่เงินเดือน จึงไม่ต้องเสียภาษี เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูก ประมวลรัษฎากร มาตรา 40 นับเงินได้จากการจ้างแรงงานทุกประเภท
ส่วนวิธีที่บริษัทหักภาษีจากเงินเดือนแต่ละเดือน อ่านได้ใน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
สัญญาณว่าเงินค่าครองชีพของคุณเป็นค่าจ้าง
ศาลดูจากข้อเท็จจริงว่าเงินนั้นจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานหรือจ่ายเป็นสวัสดิการ คุณจึงดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับเงินของคุณ
- ได้เป็นจำนวนแน่นอนทุกเดือน พร้อมเงินเดือน
- สัญญาจ้างหรือหนังสือเสนองานเขียนไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าตอบแทน
- ชื่อที่บริษัทเรียกเงินนี้ไม่ใช่ตัวตัดสิน สิ่งที่ดูคือเงินนั้นจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงาน หรือจ่ายเพื่อช่วยเหลือสวัสดิการจริงโดยไม่ได้ผูกกับการทำงาน
ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้ถามฝ่ายบุคคลว่าเงินนี้จัดเป็นค่าจ้างหรือสวัสดิการในสลิป หรือสอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดที่คุณทำงาน
สำหรับนายจ้าง: ถ้าบริษัทจ่ายเงินค่าครองชีพเป็นค่าตอบแทนการทำงาน เงินนี้เป็นค่าจ้าง และต้องรวมในฐานค่าล่วงเวลาและค่าชดเชย
ถ้าตั้งใจจ่ายเป็นสวัสดิการ ให้เขียนเจตนาไว้ในสัญญาจ้างและจ่ายให้ตรงกับที่เขียน เพราะชื่อที่เรียกเงินไม่ใช่ตัวตัดสิน
ค่าครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างของรัฐ
ค่าครองชีพชั่วคราว คือเงินเพิ่มที่รัฐจ่ายให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำในตำแหน่งวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ที่เงินเดือนไม่ถึง 14,600 บาท ตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2567 ได้เดือนละ 2,000 บาท แต่รวมกับเงินเดือนต้องไม่เกิน 14,600 บาท และถ้ารวมแล้วไม่ถึง 11,000 บาท จะได้เพิ่มจนครบ 11,000 บาท
| เรื่อง | หลักเกณฑ์ |
|---|---|
| ใครได้ | ข้าราชการ (เช่น ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ) และลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ในตำแหน่งที่ใช้วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี |
| เงื่อนไขเงินเดือน | เงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 14,600 บาท |
| จำนวนเงิน | เดือนละ 2,000 บาท แต่รวมกับเงินเดือนแล้วไม่เกิน 14,600 บาท |
| ขั้นต่ำที่รับรอง | ถ้ารวมแล้วยังไม่ถึง 11,000 บาท ได้เพิ่มจนครบ 11,000 บาท |
| ลูกจ้างชั่วคราว | ตำแหน่งวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีที่ค่าจ้างไม่ถึง 11,000 บาท ได้เพิ่มจนครบ 11,000 บาท |
| ลักษณะของเงิน | เป็นการจ่ายชั่วคราว |
ตัวอย่างการคิด ถ้าเงินเดือน 13,000 บาท บวก 2,000 บาทจะเป็น 15,000 บาท ซึ่งเกินเพดาน จึงได้ค่าครองชีพชั่วคราว 1,600 บาท รวมเป็น 14,600 บาท
ถ้าเงินเดือน 8,500 บาท บวก 2,000 บาทได้ 10,500 บาท ยังไม่ถึง 11,000 บาท จึงได้เพิ่มรวม 2,500 บาท
ระเบียบนี้เขียนถึงข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว และทหารกองประจำการ ถ้าคุณเป็นพนักงานราชการ ให้สอบถามฝ่ายการเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน ส่วนอัตราเงินเดือนแรกบรรจุอ่านได้ใน เงินเดือนข้าราชการ
วางงบเงินเดือนแรกให้พอกับค่าครองชีพ
เริ่มจากเงินที่เข้าบัญชีจริงหลังหักประกันสังคมและภาษี แล้วจดค่าใช้จ่ายคงที่ก่อน เช่น ค่าเช่า ค่าเดินทาง และค่าอาหาร จากนั้นกันเงินออมไว้ก่อนใช้ส่วนที่เหลือ เมื่อได้ตัวเลขของตัวเองแล้ว ให้เทียบสัดส่วนกับครัวเรือนไทยเพื่อดูว่าหมวดไหนของคุณสูงเกินไป
- ดูเงินเข้าบัญชีจริงในสลิป ไม่ใช่เงินเดือนในประกาศงาน ประกันสังคมคิดจากค่าจ้างไม่เกิน 17,500 บาทต่อเดือน
- จดค่าใช้จ่ายคงที่ ค่าเช่า ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ และค่างวดที่ต้องจ่ายทุกเดือน
- กันเงินออมก่อนใช้ โอนแยกบัญชีทันทีที่เงินเดือนเข้า และกันเงินสำรองฉุกเฉินไว้ส่วนหนึ่ง
- เทียบกับครัวเรือนไทย ปี 2568 ค่าอาหารคิดเป็นประมาณ 38% ของค่าใช้จ่ายครัวเรือน ค่าที่อยู่อาศัยประมาณ 21% และค่าเดินทางประมาณ 15%
- ทบทวนทุก 3 เดือน ปรับงบเมื่อค่าเช่า ค่าเดินทาง หรือเงินเดือนเปลี่ยน
ถ้าสลิปของคุณมีรายการหักอื่นเพิ่มเข้ามา เช่น เงินสะสม กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ให้ใช้ยอดหลังหักทุกรายการเป็นฐานของงบ
เมื่อเงินเดือนไม่พอกับค่าครองชีพ
เริ่มจากค่าใช้จ่ายที่ปรับได้ เช่น อาหารนอกบ้านและของที่ซื้อตามอารมณ์
ลองเทียบค่าเช่าใกล้ที่ทำงานกับค่าเดินทางจากที่พักที่ถูกกว่า บางครั้งที่พักแพงขึ้นเล็กน้อยแต่ใกล้งานกลับทำให้ใช้เงินรวมน้อยลง
ทางที่ยั่งยืนกว่าคือเพิ่มรายได้ ลองดู วิธีเพิ่มเงินเดือน ด้วยทักษะที่ตลาดต้องการ
เมื่อได้ข้อเสนองานใหม่ ให้นำค่าครองชีพของเมืองนั้นไปคิดตอนตัดสินใจ เรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี
Career Tip จาก JOBTOPGUN
เมื่อได้ข้อเสนองานที่มีรายการ “ค่าครองชีพ” ให้ถามฝ่ายบุคคลให้ชัดว่าเงินนี้เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างหรือจ่ายเป็นสวัสดิการ และขอให้เขียนไว้ในหนังสือเสนองานหรือสัญญาจ้าง
คำตอบนี้มีผลว่าเงินก้อนนี้จะเข้าฐานค่าโอที ค่าชดเชย และเงินสมทบประกันสังคมของคุณหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ค่าครองชีพ หมายถึงอะไร
ค่าครองชีพ หมายถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการใช้ชีวิต เช่น ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย และค่าเดินทาง สำนักงานสถิติแห่งชาติวัดจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครัวเรือนแต่ละเดือน โดยไม่นับเงินออมและการซื้อบ้านหรือที่ดิน
ค่าครองชีพเดือนละกี่บาท
ปี 2568 ครัวเรือนไทยใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 22,420 บาท ส่วนข้อมูลแยกภาคปี 2567 กรุงเทพฯ และ 3 จังหวัดรอบอยู่ที่ 30,464 บาท ทั้งสองตัวเลขเป็นค่าต่อครัวเรือน ไม่ใช่ต่อคน
เงินค่าครองชีพที่บริษัทจ่าย ต้องเสียภาษีไหม
ต้องนำไปคำนวณภาษี เพราะเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ซึ่งครอบคลุมเงินหรือประโยชน์ใด ๆ ที่ได้เพราะการจ้างแรงงาน
เงินค่าครองชีพต้องหักประกันสังคมไหม
ถ้าบริษัทจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาปกติ เงินนี้เข้านิยาม “ค่าจ้าง” ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร แต่ฐานคิดเงินสมทบสูงสุดคือ 17,500 บาทต่อเดือน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569
หางานที่เงินเดือนเหมาะกับค่าครองชีพของคุณ
เมื่อรู้แล้วว่าแต่ละเดือนคุณต้องใช้เงินเท่าไร ลอง หางานบน JOBTOPGUN ในเมืองที่คุณอยากอยู่ แล้วเทียบเงินเดือนที่ประกาศกับงบของคุณ
ถ้าอยากวางแผนภาษีจากเงินเดือนที่ได้ อ่านต่อที่ ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ: สรุปผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2568 และ พ.ศ. 2567
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: แถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงิน เดือนกันยายน และไตรมาสที่ 3 ปี 2569
- กระทรวงแรงงาน: ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) และตารางอัตรา
- กรมสรรพากร: ประมวลรัษฎากร มาตรา 38–64 (มาตรา 40)
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 และพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 5
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13581/2557, 2228/2545 และ 3114/2567 (ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา)
- สำนักงานประกันสังคม: ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ 1,650–17,500 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. 2567 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 232 ง, 26 สิงหาคม 2567)







