Gaslighting คืออะไร สัญญาณถูกปั่นหัวในที่ทำงาน และวิธีรับมือ
สรุปสั้น ๆ
- Gaslighting (แก๊สไลท์ติ้ง) คือการพูดหรือทำซ้ำ ๆ จนอีกฝ่ายเริ่มสงสัยความจำ การรับรู้ และวิจารณญาณของตัวเอง ในที่ทำงานมักมาในรูป “พี่ไม่เคยสั่งแบบนั้น” “น้องคิดมากไปเอง” หรือการโยนความผิดให้
- สิ่งที่ทำได้ทันที คือสรุปคำสั่งด้วยวาจาเป็นข้อความหลังคุย จดวัน เวลา สถานที่ คำพูด และพยาน ขอความเห็นจากคนกลาง แล้วแจ้งหัวหน้าระดับสูงขึ้นหรือ HR ตามระเบียบของบริษัท
- ปรึกษาสิทธิแรงงานนอกบริษัทได้ที่สายด่วนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 1546 หรือ 1506 กด 3 ส่วนเรื่องสุขภาพใจ โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าตัดสินใจไป ให้หางานใหม่ให้ได้ก่อนยื่นลาออก
Gaslighting คือการปั่นหัวให้คุณไม่เชื่อความจำและความคิดของตัวเอง จนต้องหันไปเชื่อเรื่องเล่าของอีกฝ่ายแทน ในที่ทำงาน คนที่ทำมักเป็นคนที่มีอำนาจเหนือกว่า เช่น หัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงานที่อยากโยนความผิดออกจากตัว
ปัญหาคือคนที่โดนมักถามตัวเองว่า “หรือเราคิดไปเอง” เพราะคำติบางครั้งก็ยุติธรรมจริง บทความนี้จึงเริ่มจากวิธีแยก Gaslighting ออกจาก Feedback ตรง ๆ
Gaslighting คืออะไร แปลว่าอะไร
Gaslighting คือรูปแบบการพูดหรือการกระทำที่เกิดซ้ำ ๆ จนอีกฝ่ายเริ่มสงสัยความจำ สิ่งที่ตัวเองเห็น และการตัดสินใจของตัวเอง สุดท้ายคนที่โดนจะยอมเชื่อเรื่องเล่าของผู้กระทำมากกว่าความจริงที่ตัวเองรู้ ภาษาไทยพูดสั้น ๆ ว่า “ปั่นหัว” ส่วนคำกริยาคือ Gaslight
คำนี้อ่านว่า แก๊สไลท์ติ้ง บางคนเขียนแยกเป็น แก๊ส ไลท์ติ้ง ทั้งหมดหมายถึงเรื่องเดียวกัน จุดสำคัญคือมันเป็น “รูปแบบ” ที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่การเถียงกันครั้งเดียวแล้วจบ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ คนที่ Gaslight ต้องเป็นโรคหลงตัวเองเสมอ ความจริงคือ การ Gaslight ไม่ได้แปลว่าคนนั้นเป็นโรคใด บทความนี้พูดถึงพฤติกรรมที่คุณเห็นได้ ไม่ใช่การวินิจฉัย ซึ่งต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ตัวอย่าง Gaslighting ในที่ทำงาน จากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน
ในที่ทำงาน Gaslighting มักออกมาในรูปการปฏิเสธคำสั่งที่เคยให้ การเล่าเหตุการณ์ใหม่ให้ต่างจากที่เกิดจริง การบอกว่าความรู้สึกของคุณเกินเหตุ และการโยนความผิดมาที่คุณ ถ้าคนทำเป็นหัวหน้า ช่องว่างด้านอำนาจจะทำให้คุณแย้งได้ยากขึ้นอีก
จากหัวหน้า
แบบที่เจอบ่อยคือสั่งงานด้วยปากเปล่าหรือในกลุ่ม LINE แล้วภายหลังบอกว่า “พี่ไม่เคยสั่งแบบนั้นนะ” ชมเป็นการส่วนตัวแต่ตำหนิต่อหน้าทีมในเรื่องเดียวกัน หรือย้ำบ่อย ๆ ว่า “คุณไม่เหมาะกับที่นี่” จนคุณเริ่มคิดเรื่องลาออกเอง
จากเพื่อนร่วมงาน
เพื่อนร่วมงาน ไม่มีอำนาจสั่งคุณ แต่ทำให้คุณสงสัยตัวเองได้ไม่แพ้กัน เช่น เอาผลงานคุณไปเสนอแล้วบอกว่าคุณจำผิด ไม่ชวนเข้าประชุมแล้วโทษว่าคุณไม่มา หรือบอกว่า “น้องคิดมากไปเอง” ทุกครั้งที่คุณทักเรื่องนี้
ดูวิธีจัดการคนแบบนี้เพิ่มเติมได้ที่ รับมือกับ Toxic People ในที่ทำงาน
| ประโยคที่ได้ยิน | สิ่งที่เกิดขึ้นจริง | สิ่งที่ควรทำทันที |
|---|---|---|
| “พี่ไม่เคยสั่งแบบนั้นนะ” | ปฏิเสธคำสั่งด้วยวาจาที่เคยให้ | ส่งข้อความสรุปคำสั่งทุกครั้งหลังคุย |
| “ในกลุ่มพี่ไม่ได้หมายความแบบนั้น” | ตีความข้อความที่เขียนไว้ใหม่ | แคปหน้าจอพร้อมวันที่ แล้วถามให้ชัดเป็นข้อความ |
| “น้องคิดมากไปเอง” | ลดทอนสิ่งที่คุณรู้สึกและสิ่งที่คุณเห็น | จดเหตุการณ์ลงบันทึกในวันนั้นเลย |
| “ทำไมไม่อดทน คนอื่นยังทนได้” | เปลี่ยนเรื่องงานเป็นเรื่องนิสัยของคุณ | กลับมาคุยที่ภาระงานจริง เช่น จำนวนงานและกำหนดส่ง |
| “เรื่องนี้น้องเสนอเองไม่ใช่เหรอ” | โยนความผิดหรือยึดผลงาน | จดชื่อไฟล์และวันที่ส่งอีเมลที่มีชื่อคุณไว้ |
| “ไม่มีใครบอกว่าย้ายประชุมเหรอ” | กันคุณออกจากข้อมูลแล้วโทษคุณ | ขอให้ส่งนัดประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร |
สัญญาณว่าคุณกำลังถูก Gaslighting
สัญญาณที่ชัดที่สุดคือรูปแบบที่เกิดซ้ำ คุณสงสัยความจำของตัวเองทุกครั้งหลังคุยกับคนคนเดียว ไม่ใช่หลังทะเลาะกันครั้งเดียว ถ้าข้อด้านล่างตรงกับคุณหลายข้อ และเกิดกับคนคนเดิมนานหลายสัปดาห์ ให้เริ่มเก็บบันทึกได้เลย
- คุณขอโทษในเรื่องที่ไม่ได้ทำผิด เพื่อให้เรื่องจบเร็ว
- คุณจดทุกอย่างเพราะไม่มั่นใจในความจำตัวเองอีกแล้ว
- หลังคุยกับคนคนนี้ คุณรู้สึก “คิดมากไปเอง” ทุกครั้ง
- คุณไม่ได้รับข้อมูลสำคัญ แล้วถูกโทษว่าทำงานพลาด
- สิ่งที่คุณเล่าว่าเกิดขึ้น “ผิด” เสมอในสายตาเขา
- คุณใจหายทุกครั้งที่เห็นข้อความจากคนคนนี้
- คุณไม่เล่าปัญหาให้เพื่อนฟัง เพราะอธิบายไม่ถูกว่าผิดตรงไหน
- คุณเริ่มไม่มั่นใจในงานที่เคยทำได้ดี
สัญญาณหลายข้อนี้อาจเกิดจากความเครียดหรือภาวะหมดไฟได้เช่นกัน ลองเทียบกับ สัญญาณ Burnout ด้วย ถ้าอาการเกิดกับทุกเรื่อง ไม่ได้ผูกกับคนคนเดียว ต้นเหตุอาจอยู่ที่ภาระงานมากกว่า
Gaslighting หรือแค่ Feedback ตรง ๆ แยกให้ออกด้วย 5 ข้อ
Feedback ที่ยุติธรรมจะพูดถึงงานชิ้นที่ชัดเจน บอกว่าต้องแก้อะไร และพูดเหมือนเดิมทุกครั้ง ส่วน Gaslighting จะปฏิเสธหรือเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ และทำให้ปัญหากลายเป็นตัวคุณ ไม่ใช่งาน ตารางนี้ช่วยเทียบพฤติกรรมที่คนมักเรียกปนกัน
| แบบ | สิ่งที่พูด | เปลี่ยนเรื่องที่เกิดขึ้นจริงไหม | ยอมดูหลักฐานไหม | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|---|
| Feedback ตรงไปตรงมา | ชี้จุดในงานและบอกวิธีแก้ | ไม่เปลี่ยน | ยอม | “สไลด์หน้า 3 ตัวเลขไม่ตรงกับรายงาน แก้ก่อนพรุ่งนี้นะ” |
| ความเข้าใจผิดธรรมดา | จำคนละแบบ | ไม่ได้ตั้งใจ | ยอม และแก้เมื่อเห็นหลักฐาน | “อ้าว พี่จำว่าวันศุกร์ ขอดูแชตหน่อย” |
| Guilt-tripping (ทำให้รู้สึกผิด) | ใช้ความรู้สึกผิดกดดันให้ทำตาม | ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน | มักเลี่ยงไปเรื่องความรู้สึก | “พี่ช่วยน้องมาตลอด แค่นี้ทำให้ไม่ได้เหรอ” |
| Manipulation (การชักจูงบงการ) | ใช้หลายวิธีให้คุณทำตามที่เขาต้องการ | บางครั้ง | แล้วแต่สถานการณ์ | ชมเกินจริงก่อนขอให้ทำงานแทน |
| Gaslighting | บอกว่าความจำหรือการรับรู้ของคุณผิด | เปลี่ยน | ไม่ยอม หรือบอกว่าหลักฐาน “ไม่ใช่แบบนั้น” | “พี่ไม่เคยพูด น้องจำผิดเองตลอด” |
ไม่ใช่ทุกคำติจะเป็น Gaslighting ก่อนสรุป ลองถาม 5 ข้อนี้กับตัวเอง
- คำติชี้ไปที่งานชิ้นที่ระบุได้หรือไม่
- เขาพูดเรื่องนี้เหมือนเดิมทุกครั้ง หรือเปลี่ยนไปตามสถานการณ์
- เมื่อคุณเปิดแชตหรืออีเมลให้ดู เขายอมดูหรือเปล่า
- สิ่งที่ถูกติคือผลงาน หรือคือตัวคุณ เช่น “คุณมันขี้ลืม”
- คนอื่นในทีมเจอแบบเดียวกันไหม
ถ้าคำตอบส่วนใหญ่อยู่ฝั่งงานและหลักฐาน เป็นไปได้ว่าคุณกำลังได้ Feedback ที่ฟังยาก ดู วิธีแยก Feedback ออกจากคำติ เพิ่มเติมได้
วิธีรับมือเมื่อถูก Gaslighting ในที่ทำงาน
หลักคือย้ายปัญหาจาก “ความจำ” ไปเป็น “บันทึก” เช็กมุมมองกับคนกลางที่ไว้ใจ แจ้งผ่านช่องทางของบริษัทพร้อมหลักฐาน และดูแลใจตัวเองไปพร้อมกัน ไม่จำเป็นต้องชนะการเถียงว่าใครจำถูก เพราะบันทึกจะพูดแทนคุณ แผนภาพด้านล่างเรียงลำดับไว้ให้

จดบันทึกและเก็บหลักฐานให้ใช้ได้จริง
- หลังรับคำสั่งด้วยวาจา ส่งข้อความสรุปในวันเดียวกัน เช่น “สรุปตามที่คุยกันนะครับ ให้ส่งรายงานยอดขายภายในวันพุธ”
- เก็บแชตและอีเมลที่ส่งถึงคุณโดยตรงพร้อมวันที่ ด้วยการแคปหน้าจอหรือจดไว้ แต่อย่าส่งต่อไฟล์หรือข้อมูลลับของบริษัทออกนอกระบบ เพราะอาจผิดข้อบังคับของบริษัท
- จดบันทึกทุกครั้งที่เกิดเหตุ: วัน เวลา สถานที่ คำพูดที่ได้ยิน และใครอยู่ด้วย
ขอความเห็นจากคนกลางที่ไว้ใจ
เล่าเหตุการณ์พร้อมบันทึกให้คนที่ไม่มีส่วนได้เสียฟัง เช่น เพื่อนต่างทีม พี่เลี้ยง หรือเพื่อนนอกบริษัท ถามเขาตรง ๆ ว่าเห็นแบบเดียวกับคุณไหม มุมมองจากคนนอกช่วยดึงคุณออกจากวงของ “หรือเราคิดไปเอง”
ตอบกลับโดยไม่เถียงเรื่องความจำ
การเถียงว่าใครจำถูกมักจบที่คำพูดของคุณกับของเขา ให้ชี้ไปที่บันทึกแทน ตัวอย่างประโยคที่ใช้ได้:
- “ผมส่งสรุปไว้ในกลุ่มวันที่ 12 ครับ ลองเปิดดูด้วยกันไหมครับ”
- “เพื่อไม่ให้เข้าใจคลาดกันอีก รบกวนพี่ส่งคำสั่งเป็นข้อความได้ไหมคะ”
- “หนูเข้าใจว่าพี่จำอีกแบบ ขอยึดตามอีเมลวันที่ 5 ไว้ก่อนนะคะ”
ถ้าคนที่ทำคือหัวหน้าและคุณรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะคุยตัวต่อตัว ให้ข้ามขั้นนี้ไปแจ้งผ่านช่องทางของบริษัทเลย
แจ้งหัวหน้าระดับสูงขึ้นหรือ HR
เริ่มจากข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและช่องทางร้องเรียนภายในบริษัทก่อน ตามที่กระทรวงแรงงานตอบคำถามหนึ่งไว้ในกระดานถาม-ตอบ
ทำเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษร แนบบันทึกและหลักฐาน เล่าเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ต้องตั้งชื่อว่าเป็นโรคหรือนิสัยแบบไหน
ดูแลใจตัวเอง
ถ้าเริ่มนอนไม่หลับหรือไม่อยากไปทำงาน โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิตได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง หรือจองให้นักจิตวิทยาโทรกลับผ่าน ระบบนัดหมาย 1323 ซึ่งให้บริการฟรีทุกวันตามช่วงเวลาที่กำหนด
ถ้าไม่แน่ใจว่าควรพบผู้เชี่ยวชาญหรือยัง อ่านต่อได้ที่ เครียดแค่ไหนถึงควรพบจิตแพทย์
ความมั่นใจที่ถูกกัดกร่อนไปนานต้องใช้เวลาเรียกคืน เริ่มจากทบทวนงานที่คุณทำได้ดีจากบันทึกและอีเมลจริง แล้วอ่านวิธี กลับมาเห็นคุณค่าของตัวเอง ในที่ทำงาน
ถ้าคุณมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง โทร 1323 ได้ทันที ไม่ต้องรอให้อาการหนักกว่านี้
กฎหมายแรงงานคุ้มครองแค่ไหน และร้องเรียนที่ไหนได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เขียนเรื่องการคุกคามไว้เฉพาะทางเพศ (มาตรา 16) ไม่มีมาตราเรื่องการกลั่นแกล้งหรือ Gaslighting โดยตรง เมื่อมีผู้ถามเรื่องถูกปฏิบัติไม่เป็นธรรมซึ่งเป็นการบริหารภายในองค์กร กระทรวงแรงงานตอบให้ปรึกษาผู้รับผิดชอบและดูข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานก่อน ถ้ายังเห็นว่าไม่เป็นธรรมจึงติดต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
มาตรา 16 ห้าม “นายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน” กระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง ถ้าสิ่งที่คุณเจอมีเรื่องทางเพศปนอยู่ด้วย ให้แจ้งให้ชัดว่าเป็นเรื่องนี้
| ช่องทาง | ใช้ทำอะไร | วิธีติดต่อ |
|---|---|---|
| หัวหน้าระดับสูงขึ้น / HR | ร้องเรียนตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท | ทำเป็นหนังสือหรืออีเมล แนบบันทึก |
| สายด่วนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน | ขอคำปรึกษาเรื่องสิทธิตามกฎหมายแรงงาน | โทร 1546 หรือ 1506 กด 3 |
| ยื่นคำร้องออนไลน์ | ยื่นคำร้องต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน | eservice.labour.go.th ได้ 24 ชั่วโมง |
| แบบคำร้อง คร.7 | เรียกเงินที่ค้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา | ยื่นต่อพนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่ที่ทำงานหรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา |
| สายด่วนสุขภาพจิต | ปรึกษาปัญหาสุขภาพใจ | โทร 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง |
ข้อควรรู้: คร.7 ใช้กับสิทธิเรื่องเงินตามมาตรา 123 ไม่ใช่ช่องทางร้องเรียนเรื่องถูกกลั่นแกล้งโดยตรง เมื่อยื่นแล้ว พนักงานตรวจแรงงานต้องสอบข้อเท็จจริงและมีคำสั่งภายใน 60 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน (มาตรา 124)
ตาม คำตอบของกระทรวงแรงงาน ควรเตรียมสำเนาบัตรประชาชน ชื่อและที่อยู่นายจ้าง วันเริ่มงานและวันสุดท้ายที่ทำงาน และหลักฐานเหตุการณ์ไปด้วย
ถูกบีบให้ลาออก ต้องเซ็นใบลาออกไหม
ไม่ต้องเซ็น ถ้าคุณไม่ได้อยากลาออกเอง การลาออกต้องมาจากความสมัครใจของคุณ ไม่ใช่การเซ็นใบลาออกที่นายจ้างหรือหัวหน้ากรอกไว้ล่วงหน้า และเมื่อลาออกแล้วจะไม่นับเป็นการเลิกจ้าง จึงไม่ได้ค่าชดเชยตามกฎหมาย ตามคำอธิบายของ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3
ถ้ามีคนยื่นใบลาออกที่ร่างไว้แล้วให้เซ็น อ่านให้ครบและขอเวลาคิดก่อน
ถ้าคุณตัดสินใจลาออกเอง กติกาที่ควรรู้มีดังนี้
- แจ้งล่วงหน้า: สัญญาจ้างแบบไม่มีกำหนดเวลา รวมถึงช่วงทดลองงาน ต้องบอกเป็นหนังสือในหรือก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดหนึ่ง ให้มีผลในวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป (มาตรา 17) เช่น บริษัทจ่ายทุกวันที่ 15 และสิ้นเดือน ถ้าจะออกวันที่ 15 ตุลาคม ต้องแจ้งภายใน 30 กันยายน
- สัญญาระบุ 30 วัน: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานชี้แจงว่า ถ้าสัญญาจ้างกำหนดให้แจ้งลาออกล่วงหน้า 30 วัน ลูกจ้างควรทำตามนั้น
- ออกทันทีโดยไม่แจ้ง: ไม่ต้องรอนายจ้างอนุมัติ แต่ถ้าเกิดความเสียหาย นายจ้างฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ ตามที่กรมชี้แจงไว้เช่นกัน
- ให้ออกก่อนกำหนด: นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างจนถึงวันที่ครบกำหนดตามที่คุณแจ้ง แล้วให้ออกทันทีได้ (มาตรา 17) กรณีนี้ยังนับเป็นการลาออก ไม่ใช่การเลิกจ้าง
| เรื่อง | ลาออกเอง | ถูกเลิกจ้าง |
|---|---|---|
| ค่าจ้างที่ค้าง | จ่ายตามรอบจ่ายปกติ (ตาม คำอธิบายของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3) | ภายใน 3 วันนับแต่วันที่เลิกจ้าง (มาตรา 70) |
| วันหยุดพักผ่อนประจำปีที่สะสมไว้ | ได้ค่าจ้างแทน (มาตรา 67) | ได้ค่าจ้างแทน (มาตรา 67) |
| วันหยุดพักผ่อนของปีที่ออก ตามส่วน | กฎหมายไม่ได้เขียนไว้สำหรับกรณีนี้ | ได้ เมื่อไม่ใช่การเลิกจ้างตามมาตรา 119 |
| ค่าชดเชยตามกฎหมาย | ไม่ได้ | ดูเงื่อนไขตามอายุงานใน ค่าชดเชยเลิกจ้าง |
วางแผนก่อนลาออกจากที่ทำงานที่ปั่นหัว
ถ้าปัญหาอยู่ที่คนคนเดียวและบริษัทลงมือแก้เมื่อมีการร้องเรียน การอยู่ต่อแล้วใช้ขั้นตอนข้างบนอาจคุ้มกว่า แต่ถ้าพฤติกรรมยังเหมือนเดิมหลังแจ้งไปแล้ว หรือสุขภาพใจเริ่มแย่ ให้วางแผนออก และหางานใหม่ให้ได้ก่อนยื่นใบลาออก
| สัญญาณว่าอยู่ต่อได้ | สัญญาณว่าควรวางแผนออก |
|---|---|
| HR รับเรื่องและมีการติดตามผล | แจ้งแล้วเงียบ หรือคุณถูกมองว่าเป็นตัวปัญหา |
| ย้ายทีมหรือเปลี่ยนหัวหน้าได้ | คนที่ทำคือผู้บริหารที่ไม่มีใครตรวจสอบได้ |
| นอนหลับและทำงานได้ตามปกติ | นอนไม่หลับ ใจหายทุกเช้าวันจันทร์ติดต่อกันหลายสัปดาห์ |
ถ้ายังลังเล อ่าน ลาออกดีไหม เพื่อชั่งเหตุผลให้รอบด้าน
ก่อนสมัครงานที่ใหม่ ลองดูว่าพนักงานให้คะแนนบริษัทนั้นอย่างไรในรีวิว YOU SAY / HR SAY บน JOBTOPGUN โดยเปิด รายชื่อบริษัท แล้วเรียงตาม “สังคมดี” ซึ่งหมายถึงสังคมที่มีมิตรภาพ เชื่อใจเพื่อดูแลกัน อ่านได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ
จากนั้นค่อย หางานบน JOBTOPGUN และเช็ก สิ่งที่ต้องรู้ก่อนหางานใหม่ เมื่อถึงรอบสัมภาษณ์ ให้เล่าเหตุผลที่ออกโดยไม่ต่อว่าหัวหน้าเก่า เช่น
“ผมได้เรียนรู้งานขายจากที่เดิมเยอะครับ แต่อยากอยู่ในทีมที่สื่อสารเป้าหมายกันชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเห็นว่าที่นี่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ครับ”
Career Tip จาก JOBTOPGUN
ฝึกนิสัย “สรุปภายในวันเดียวกัน” ทุกครั้งที่หัวหน้าสั่งงานด้วยปากเปล่า ส่งข้อความสั้น ๆ ในช่องทางงานภายในวันนั้น ข้อโต้แย้งเรื่องความจำจะกลายเป็นบันทึกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน คัดลอกไปใช้ได้เลย:
“สรุปตามที่คุยกันวันนี้นะคะ
1) งานที่ต้องทำ: …
2) กำหนดส่ง: …
ถ้าเข้าใจตรงไหนผิด รบกวนแจ้งได้เลยค่ะ”
คำถามที่พบบ่อย
Gaslighting ภาษาไทยเรียกว่าอะไร อ่านว่าอะไร
อ่านว่า แก๊สไลท์ติ้ง คนไทยมักเรียกพฤติกรรมนี้ว่า “ปั่นหัว” คือทำให้อีกฝ่ายสงสัยความจำและความคิดของตัวเอง
คนที่ชอบพูดให้คนอื่นรู้สึกผิดเรียกว่าอะไร
เรียกว่า Guilt-tripping คือใช้ความรู้สึกผิดกดดันให้คุณทำตาม ต่างจาก Gaslighting ตรงที่ไม่จำเป็นต้องบิดเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
Gaslight กับ Manipulate ต่างกันอย่างไร
Manipulate คือการบงการในความหมายกว้าง ใช้วิธีไหนก็ได้ให้คุณทำตาม ส่วน Gaslight เป็นการบงการแบบหนึ่งที่มุ่งให้คุณไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองจำหรือเห็น
ถูก Gaslight ในที่ทำงาน ร้องเรียนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ไหม
โทรขอคำปรึกษาได้ที่ 1546 หรือ 1506 กด 3 แต่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานระบุการคุกคามไว้เฉพาะทางเพศ (มาตรา 16) และแบบคำร้อง คร.7 ใช้กับเงินที่ค้างตามกฎหมาย (มาตรา 123) จึงควรเริ่มที่ช่องทางร้องเรียนของบริษัทก่อน
คนที่ Gaslight คนอื่นเป็นโรคหลงตัวเองหรือเปล่า
ไม่จำเป็น พฤติกรรมไม่ใช่การวินิจฉัยโรค และมีเพียงผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่วินิจฉัยได้ สิ่งที่คุณทำได้คือบันทึกพฤติกรรมที่เห็นและจัดการตามขั้นตอน
ก่อนย้ายงาน ดูให้รู้ว่าที่ใหม่เป็นอย่างไร อ่านรีวิวจากคนในบริษัทบน YOU SAY / HR SAY ที่ JOBTOPGUN แล้ว หางานใหม่บน JOBTOPGUN ได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ ถ้าพร้อมสมัคร สร้าง Super Resume ฟรี (เข้าสู่ระบบหรือสร้างบัญชี Super Resume ก่อนเริ่มกรอก)
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับรวมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) มาตรา 16, 17, 67, 70, 123 และ 124: legal.labour.go.th
- กระทรวงแรงงาน กระดานถาม-ตอบ “ไม่ได้รับความเท่าเทียม และเป็นธรรมในที่ทำงาน”: webboard.mol.go.th
- สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3, “ออกจากงานมาแล้ว แต่นายจ้างยังไม่จ่ายเงิน เขาต้องจ่ายภายในกี่วัน”: area3.labour.go.th
- สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3, ว่าด้วยการลาออกของลูกจ้าง: area3.labour.go.th
- กรมสุขภาพจิต, 1323 All time for all Thai (ระบบนัดหมายปรึกษา 1323): 1323alltime.camri.go.th
- กรมสุขภาพจิต, สายด่วนสุขภาพจิต 1323 (dmh.go.th)
- กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, สายด่วน 1546 / 1506 กด 3 และคำชี้แจงเรื่องการลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้า







